เมื่อเวลา 10.00น.วันที่ 2 ก.ย. 2558 พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เดินทางมาที่ท่าอากาศยาน 2 กองบิน 6 กองทัพอากาศดอนเมือง เพื่อได้เข้าพบและส่งพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ขึ้นเครื่องบินไปปฏิบัติภารกิจในการเยือนสาธารณรัฐประชาชนจีน
พล.ต.อ.จักรทิพย์ กล่าวถึงความคืบหน้าคดีเหตุระเบิดที่แยกราชประสงค์และท่าเรือสาทรว่า มีความคืบหน้าไป 70% แล้ว ส่วนการจับกุมผู้ต้องสงสัยที่จังหวัดสระแก้วตนยังไม่ได้พูดคุยด้วย และได้ส่งตัวให้ผู้บัญชาการตำรวจนครบาลทันที เพราะหน้าที่ในการสอบสวนเป็นเรื่องของนครบาล อย่างไรก็ตามเมื่อถามว่าสรุปแล้วผู้ที่ถูกจับเป็นชาวอุยกูร์หรือไม่ พล.ต.อ.จักรทิพย์ กล่าวว่า ก็ตามพาสสปอร์ตเขาเป็นแบบนั้น เราก็ดูตามเอกสาร แต่ทั้งนี้ต้องรอการยืนยันว่าเป็นเอกสารจริงหรือปลอมด้วยหรือไม่
เมื่อถามว่าชายที่จับได้เขายอมพูดอะไรหรือไม่ พล.ต.อ.จักรทิพย์ กล่าวว่า ก็พูดบางส่วน โดยเท่าที่ตนดูเขาพูดเป็นภาษาตุรกี ซึ่งต้องมีการใช้ล่ามในการแปล
ผู้สื่อข่าวถามต่อว่ามีแนวโน้มใกล้เคียงกับชายเสื้อเหลืองที่ปรากฏในกล้องวงจรปิดในวันเกิดเหตุหรือไม่ รองผบ.ตร. กล่าวว่า รออีกนิดได้ไหม แต่ทุกอย่างก็เชื่อมโยงหมด
ต่อข้อถามที่ว่าขณะนี้ยังขาดอะไรที่จะเป็นตัวบ่งชี้ได้ว่าคือมือวางระเบิด พล.ต.อ.จักรทิพย์ กล่าวว่า ต้องรอคุยกับเขา แต่ทุกอย่าง แนวทางการสืบสวนมันใกล้เคียง
เมื่อถามว่าเจ้าตัวฏิเสธหรือยอมรับ พล.ต.อ.จักรทิพย์ กล่าวว่า ธรรมชาติของผู้ต้องหาเขาต้องปฏิเสธอยู่แล้ว แต่เขายอมรับว่าตอนเกิดเหตุอยู่ในพื้นที่ เขาบอกว่าอย่างนั้น
เมื่อถามต่อว่าเขามีความเกี่ยวข้องกับนายเอเดม ผู้ต้องสงสัยที่จับได้คนแรกยังไงบ้าง รองผบ.ตร. กล่าวว่า "อ๋อ เกี่ยวโยงกันอยู่แล้วเรื่องนี้ เขาอยู่ด้วยกัน พักอยู่ใกล้ๆกันอยู่แล้ว
ทั้งนี้ พล.ต.อ.จักรทิพย์ระบุว่าผู้ต้องสงสัยปฏิเสธที่จะเล่าให้ฟังว่ามีการเชื่อมโยงอะไร เมื่อถามว่าเขาเล่าให้ฟังหรือไม่ว่าใครเชื่อมโยงอะไรยังไง พล.ต.อ.จักรทิพย์ กล่าวว่า อ๋อ ยัง แต่ยืนยันว่าจะทำให้ดีที่สุด
เมื่อถามว่ามีการพูดถึงคนเสื้อฟ้าด้วยหรือไม่ พล.ต.อ.จักรทิพย์ กล่าวว่า เราพูดกันเอง แต่เราก็ต้องตามหาอยู่แล้ว และเขาก็ยังไม่ได้บอกเบาะแสอะไร ทั้งนี้เราไม่ต้องคุยกับเขามากอยู่แล้ว เราก็เดินของเราอยู่แล้ว
เมื่อถามว่าชายที่จับได้ที่สระแก้วเขากำลังจะเดินทางไปไหน พล.ต.อ.จักรทิพย์ กล่าวว่า เขาเข้าออกตรงนั้นเป็นปกติอยู่แล้ว
ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่มีข่าวว่า น.ส.วรรณา สวนสัน จะขอเข้ามอบตัว พล.ต.อ.จักรทิพย์ กล่าวว่า ตนได้ข่าวนี้เช่นกัน แต่ตนไม่ได้เกี่ยวในส่วนนั้นเลย เป็นเรื่องของพนักงานสอบสวนที่เขาก็ดำเนินการไป
เมื่อถามว่ามาถึงจุดนี้ใกล้เข้าไปถึงตัวผู้บงการหรือยัง พล.ต.อ.จักรทิพย์ กล่าวว่า ก็อยากให้ถึงเหมือนกันนะทำมาขนาดนี้ เต็มที่แล้วเนี่ย 10กว่าวันแล้ว เดินมาไม่ได้หยุดเลย และต่อไปน่าจะมีการออกหมายจับเพิ่มเติมอีกถ้าพาดพิงถึงใครเราก็จะนำตัวมาพิสูจน์ทราบทั้งหมด ซึ่งมีอีกหลายคน และยอมรับว่ายังมีเครือข่ายเชื่อมโยงอีกเยอะ
อย่างไรก็ตามเมื่อถามว่าขณะนี้บอกได้หรือยังว่าสาเหตุของการก่อเหตุมาจากอะไร พล.ต.อ.จักรทิพย์ กล่าวว่า ยังไม่อยากบอกว่าสาเหตุอะไร มันยังมีหลายสาเหตุ ไม่อยากตัดประเด็นใดประเด็นหนึ่ง เดี๋ยวผิดพลาดไปมันลำบาก รวมทั้งยังไม่ได้ตัดประเด็นภายในประเทศและการเมือง ทุกประเด็นยังอยู่ครบหมด เราค่อยๆต่อจิ๊กซอว์ไปเรื่อยๆ
เมื่อถามว่ามาถูกเป้าถูกทางแล้วใช่หรือไม่ พล.ต.อ.จักรทิพย์ กล่าวว่า “ผมเชื่อว่าจากประสบการณ์การทำงานมาถูกทางอยู่แล้ว ผมว่าเร็วกว่าคดีเหตุระเบิดที่อื่นด้วยซ้ำ ที่อื่นเป็นปีกว่าจะได้รู้ตัว แต่นี่เราแค่14-15วันเอง ทำมาได้ขนาดนี้”
เมื่อถามว่านายเอเดม การาดัค ที่ถูกจับที่หนองจอกเป็นชาวตุรกีหรือไม่ พล.ต.อ.จักรทิพย์กล่าวว่า จำไม่ได้ เพราะตัวละครมันเยอะ เพราะเท่าที่ดูน่าจะเป็นพาสสปอร์ตปลอมทั้งนั้น แต่รูปเขาเป็นรูปจริง ศัพท์เขาเรียกว่า “ผ่าเล่ม” เพราะตนเคยเป็นผู้บังคับการตำรวจตรวจคนเข้าเมืองที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ
ประวิตรเผยเตรียมสาวตัวบงการถึงใครจัดการหมด
พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า คงไม่มีเวลาเยี่ยมเยือนชาวอุยกูร์ที่ไทยส่งกลับจีนไปก่อนหน้านี้ เพราะสถานที่อยู่ไกล ซึ่งก่อนหน้าที่สภาความมั่นคงแห่งชาติ(สมช.) ได้ไปเยี่ยมมาแล้ว ส่วนจะใช้โอกาสนี้พูดคุยกับจีนถึงประเด็นดังกล่าวหรือไม่นั้น มองว่าคงไม่เกี่ยวกับจีน ถามว่าจะไปคุยทำไม ถือว่าเป็นเรื่องภายในของเรา รอให้ได้ข้อมูลที่ขัดเจนก่อน เพราะขณะนี้ยังไม่ทราบอะไรเป็นอะไร
เมื่อถามว่าผู้ต้องสงสัยที่จับได้ที่จ.สระแก้ว เป็นคนดียวกับผู้ชายสวมเสื้อเหลืองที่ถือระเบิดไปวางที่แยกราชประสงค์หรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า มีความใกล้เคียงมาก แต่ต้องตรวจสอบดีเอ็นเอ ลายนิ้วมือ และวัตถพยานอื่นๆตลอดจนถึงพยานบุคคล เพื่อเป็นประโยชน์และสาวไปยังบุคคลอื่นที่เชื่อมโยง ทั้งนี้ต้องยอมรับว่าเจ้าหน้าที่เก่ง ส่วนการพิสูจน์สัญชาติต้องเป็นเจ้าหน้าที่ที่มาจากประเทศที่เราสงสัยว่า จะเป็นคนของเขาเดินทางมาตรวจสอบ เราไม่สามารถพิสูจน์เองได้ ไม่ว่าจะเป็นสัญชาติใดก็ตาม แม้เราจะสงสัยว่าเป็นสัญชาตินั้น ประเทศนั้นๆต้องส่งเจ้าหน้าที่มาตรวจสอบ เพราะต้องมีประวัติประจำตัว ตลอดจนหมายเลขบัตร
เมื่อถามว่า ผู้ต้องสงสัยคนล่าสุดเป็นชาวอุยกูร์หรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ผู้ต้องสงสัยยังไม่ได้บอกอะไรเลย มีแต่สื่อมวลชนคิดไปเองทั้งนั้น อย่างไรก็ตามขณะนี้ทางรัฐบาลไทยยังไม่ได้ประสานไปยังถานทูตจีน หรือตุรกี เพราะมองว่าเรื่องนี้ยังไม่สำคัญ เพราะสิ่งที่สำคัญคือกว่าคือ การติดตามความเชื่อมโยงทั้งหมด และผู้ต้องหาคนดังกล่าวใช่หรือไม่ใช่ และเครือข่ายมีใครบ้าง เพื่อสร้างความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินให้กับประชาชน
“กลุ่มผู้ก่อเหตุมีเครือข่าย โครงสร้าง เชื่อมโยงกับใครบ้าง นี่คือเรื่องใหญ่ เพราะฉะนั้นต้องดักให้ดี การที่มาถามว่าเชื่อมโยงกลุ่มต่างๆ จะทำให้เกิดความขัดแย้งจะมาถามทำไม สื่อถามแต่เรื่องอุยกูร์ทั้งวัน ถามให้เกิดความขัดแย้งกับใครก็ไม่รู้ ซึ่งเรายังไม่รู้ว่าเหตุการณ์ดังกล่าวเกี่ยวข้องกับประเด็นใด ยืนยันว่าการดำเนินการกับอุยกูร์ที่ผ่านมาเราทำตามขั้นตอน ไม่ได้ทำให้เกิดความเสียหายใดๆ และฝ่ายความั่นคงสามารถตอบคำถามได้ทุกขึ้นตอน อีกทั้งหน่วยงานยูเอ็นเอชซีอาร์ ก็รับทราบมาตลอด และประเทศอื่นๆก็รู้ ขอสื่ออย่าทำให้เรื่องนี้กลายเป็นประเด็นมากนัก อยากให้เน้นที่ประเด็นทำอย่างไรให้ประชาขนปลอดภัย ไม่ถูกระเบิดจนเสียชีวิต ขณะนี้เราไม่ตัดประเด็นใดออกเพราะมันตัดไม่ได้ มีความเชื่อมโยงกันมาก เท่าที่ทราบมา แต่จะทำอย่างไรให้ประเทศเราปลอดภัย ประชาชนมีความเชื่อมั่น เพื่อไม่ให้เกิดเหตุซ้ำรอยอีก นั้นคือสิ่งที่รัฐบาลต้องทำ” พล.อ.ประวิตร กล่าว
เมื่อถามว่า กำลังจะสาวไปถึงตัวผู้บงการใช่หรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ก็ทำอยู่ ใครเป็นผู้บงการ ทำแล้วได้ประโยชน์หรือกลุ่มที่เสียประโยชน์จากเหตุระเบิดนี้บ้าง ต้องดูให้ครบทุกมุม ส่วนแนวโน้มจะได้ตัวผู้บงการเมื่อไหร่นั้นกำลังทำอยู่ ถ้าสืบโยงหรือใครถูกซักทอดก็จะจัดการหมด ทั้งนี้อยากให้ตรวจสอบดูว่ามีในประเทศไหนบ้างที่ก่อเหตุระเบิดแล้วจับได้ เพราะมีน้อยมาก แต่ไทยจับได้โดยที่เทคโนโลยีต่ำด้วย ทั้งนี้ขอให้ใจเย็นเพืี่อให้เจ้าหน้าที่ได้ทำงานและทำด้วยความมั่นใจ ที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่ทำงานแบบไม่ได้หยุดพักผ่อนตามกันทั้งประเทศ พร้อมทั้งขอให้เชื่อมั่นเจ้าหน้าที่ ทั้งนี้ได้มีการประสานงานไปยังตม.และหน่วยทหารตามแนวชายแดนทั่วประเทศให้เข้มงวดในการดูแลความปลอดภัยและปัญหาการเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย
ผบ.ตร.ไม่ฟันธงเป็นเสื้อเหลืองวางบึ้ม
พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) เปิดเผยถึงความคืบหน้าคดีระเบิดว่า เบื้องต้นยังไม่ด่วนสรุปว่าผู้ต้องสงสัยที่ถูกควบคุมตัวได้เมื่อวานนี้(1 ก.ย.) เป็นชายเสื้อเหลืองตามภาพสเก็ตซ์ที่ก่อเหตุวางระเบิดแยกราชประสงค์หรือไม่ เนื่องจากต้องรอยืนยันจากหลักฐานและผลพิสูจน์ดีเอ็นเอ กับลายนิ้วมือแฝงก่อน โดยต้องมีพยานหลักฐานให้เพียงพอ แต่ยืนยันว่าชายคนดังกล่าวเป็นหนึ่งในขบวนการที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ระเบิดทั้งสองจุดใน กทม.อย่างแน่นอน แต่ยังไม่ฟันธงว่าเกี่ยวข้องอย่างไร และทำหน้าทีอะไรในขบวนการดังกล่าว ขระเดียวกันยังไม่สามารถระบุสัญชาติได้ อย่างไรก็ตามทางพนักงานสอบสวนได้ประสานกับสถานทูตนั้นๆเพื่อตรวจสอบพาสปอร์ต และต้องให้สถานทูตยืนยันว่าเป็นพาสปอร์ตปลอมหรือไม่อย่างไร
"การจับผู้ต้องสงสัย หรือต้องหาจากชายแดน จ.สระแก้ว ในครั้งนี้ เป็นการควบคุมตัวจากเจ้าหน้าที่ไทย โดยไม่ได้มีการคุมตัวจากเจ้าหน้าที่ประเทศกัมพูชาตามที่มีการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารของสื่อบางสำนักแต่อย่างใด ส่วนเรื่องการตรวจลายนิ้วมือแฝง ผลออกมาแล้ว แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยได้ ส่วนผลการตรวจดีเอ็นเอต้องรออีกสักระยะ เพราะต้องมีการเปรียบเทียบดีเอ็นเอหลายครั้ง ทั้งตัวผู้ก่อเหตุและจากสถานที่เกิดเหตุ รวมถึงวัตถุ พยานต่างๆ ที่เก็บได้" ผบ.ตร. กล่าว
พล.ต.อ สมยศ ยังยืนยันอีกว่า ขบวนการดังกล่าวเป็นขบวนการใหญ่ มีทั้งชาวไทยและต่างชาติร่วมมือกัน และไม่ใช่การก่อการร้ายอย่างแน่นอน โดยมั่นใจว่าการจะเดินทางเข้า-ออกประเทศต้องอาศัยคนไทยในการช่วยเหลือ และหากชายคนนี้เป็นคนเดียวกับชายเสื้อเหลืองตามภาพสเก็ตซ์ ก็จะทำให้ประเทศไทยคืนความเชื่อมั่นกับต่างประเทศได้ ขณะที่หลักฐานที่พบจากกระเป๋าเป้ของผู้ต้องสงสัยที่จับกุมได้นั้น จะมีการตรวจสอบหาหลักฐานหรือดีเอ็นเอ ว่า มีส่วนใดเกี่ยวข้องกับเหตุระเบิดหรือไม่ ขอเวลาให้เจ้าหน้าที่ทำงานสักระยะ
พล.ต.อ.สมยศ กล่าวด้วยว่า สำหรับกรณีที่ น.ส.วรรณา สวนสัน ผู้ต้องหาตามหมายจับที่อยู่ประเทศตุรกี ได้มีแสดงความจำนงจะเดินทางกลับมามอบตัว แต่ยังมีปัญหาเรื่องค่าใช้จ่ายในการเดินทาง จึงได้มอบหมายให้ พล.ต.ท. ประวุฒิ ถาวรศิริ ผู้ช่วย ผบ.ตร. และโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ไปประสานกับสถานทูตตุรกี เพื่อดำเนินการออกค่าใช้จ่ายในการเดินทาง ส่วนจะเดินทางมาเมื่อไหร่ และมากับใคร ยังไม่ทราบรายละเอียด
ประวุฒิเผยผลตรวจลายนิ้วมือพบตรงกับผู้ต้องสงสัย
พล.ต.ท.ประวุฒิ แถลงการประชุมศูนย์ติดตามสถานการณ์คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กรณีสามารถจับกุมผู้ต้องสงสัยเหตุคดีลักลอบวางระเบิด บริเวณแยกราชประสงค์ ผ่านโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย ว่า เจ้าหน้าที่สามารถควบคุมตัวชายต่างชาติผู้ต้องสงสัยซึ่งพยายามเดินทางออกนอกประเทศไทยโดยช่องทางธรรมชาติ ที่บริเวณบ้านป่านไร่ จ.สระแก้ว เมื่อวาน(1ก.ย.)นั้น จากผลการสืบสวนขยายผลพบว่าตรงกับผลการสืบสวนที่ผ่านมาว่าชายผู้นี้มีความสำคัญที่มีความเกี่ยวเนื่องร่วมกับผู้ที่กระทำความผิดในการลักลอบวางระเบิดที่บริเวณแยกราชประสงค์และท่าเรือสาทร
โดยในวันนี้(2ก.ย.)ผลจากการตรวจสอบลายพิมนิ้วมือที่ได้ส่งให้ทางกองพิสูจน์หลักฐาน(สพฐ.) ตรวจสอบได้ผลออกมาแล้วพบว่า ชายคนดังกล่าวมีลายพิมนิ้วมือเดียวกันกับลายนิ้วมือที่อยู่ขวดที่บรรจุสารระเบิดที่ห้องพัก 414 อาคารพูลอนันต์อพาร์ทเม้นท์ สามารถยืนยันได้ว่าชายคนดังกล่าวมีส่วนเกี่ยวข้องกับระเบิดโดยอาจจะเป็นคนนำระเบิดออกจากห้องหรืออาจจะนำระเบิดไปยังที่เกิดเหตุ ซึ่งการสืบสวนกำลังดำเนินการกับวัตถุพยานหรือข้อมูลทางชีวภาพที่เก็บได้ในที่เกิดเหตุอยู่ระหว่างเปรียบเทียบอยู่ สำหรับกรณีที่มีการออกหมายจับชาย 3 คนเพิ่มเติมเมื่อวานนี้(1ก.ย.58) ที่เผยแพร่ไปแล้วนั้น ตรวจสอบพบว่ามีส่วนเกี่ยวข้องอยู่ในผู้ต้องสงสัยที่อยู่กลุ่มเดียวกันทั้งหมดที่พักในอาคารพูลอนันต์อพาร์ทเม้นท์
ทั้งนี้ขอความรวมมือชายเสื้อสีฟ้าที่ได้ถ่ายรูปเพื่อนโดยหันมุมกล้องดังกล่าวคาดว่าน่าจะถ่ายรูปติดชายต้องสงสัยที่ใส่เสื้อสีเหลืองซึ่งน่าจะเห็นภาพได้ชัดเจน หากใครรู้จักก็ขอความร่วมมือให้ติดต่อเจ้าหน้าที่โดยด่วนโดยข้อมูลทุกอย่างจะเก็บเป็นความลับ
ศาลมีนบุรีอนุมัติหมายจับผู้ต้องหาอีก
รายงานข่าวแจ้งว่าเมื่อวันที่ 1 กย. 2558 ศาลมีนบุรีอนุมัติหมายจับผู้ต้องหาร่วมขบวนการบึ้มราชประสงค์เกี่ยวข้องกับการวางระเบิดแยกราชประสงค์ และท่าน้ำสาทรเพิ่มอีก ตามคำร้องของพนักงานสอบสวน สน.มีนบุรี คือ นายเอ็มระห์ ดาวูโตกลู (EMRAH DAVUTOGLU) หนังสือเดินทางเลขที่ U 10166698 ในข้อหา ร่วมกันมียุทธภัณฑ์ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต