ข่าว

 ‘บิ๊กตู่’เซ็นถอดยศ‘ทักษิณ’เองเรื่องกำลังมา

‘บิ๊กตู่’เซ็นถอดยศ‘ทักษิณ’เองเรื่องกำลังมา

01 ก.ย. 2558

‘บิ๊กตู่’เซ็นถอดยศ‘ทักษิณ’เองเ รื่องกำลังมา ย้ำไม่หวังสืบทอดอำนาจด้วย‘คปป.’ ชี้มีไว้แก้วิกฤตเท่านั้นทั้งยังต้องถูกถ่วงดุล เตรียมบิน'นิวยอร์ค'ถกยูเอ็นปลายก.ย.

               1กันยายน2558 ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์  จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคสช.กล่าวถึงความคืบหน้าเรื่องการถอดยศพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีว่า  “ก็เห็นว่าเรื่องกำลังเข้ามา ซึ่งไม่ต้องนำเข้าครม.เดี๋ยวเซ็นเองถึงผมเมื่อไหร่ผมก็เซ็นไปตามกติกาอยู่แล้ว รอก็แล้วกันอย่าไปตื่นเต้น วันนี้วันไหนพรุ่งนี้มันก็เหมือนกันถ้าจะทำแล้วล่ะก็ แต่ให้มันมั่นใจ ทุกอย่างเป็นไปตามกฎหมาย กติกา ถ้าเมื่อพิจารณากันหมดแล้วหลายคณะเป็นที่พอใจแล้ว ก็พร้อมปฏิบัติทุกเรื่อง ไม่ได้ไปปรองดองอะไร ปรองดองเป็นหน้าที่คณะกรรมการยุทธศาสตร์โน่น ปรองดองปฏิรูปแก้ความขัดแย้ง”

 

 เชื่อกมธ.ยกร่างฯตั้งคปป.ขึ้นเพื่อแก้ปัญหาสถานการณ์ติดล็อก  

           พล.อ.ประยุทธ์  แถลงภายหลังการประชุมครม. กรณีร่างรัฐธรรมนูญ ว่า “ผมได้ชี้แจงว่าผมเองต้องอยู่บทบาทที่เหมาะสมของผม รัฐบาลก็เช่นกัน ซึ่งมีทั้งคนที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย ดังนั้นสิ่งใดก็ตามหากทุกคนเห็นว่าจะทำให้บ้านเมืองสงบสุขหรือไม่ ไม่ใช่เอามาเป็นขัดแย้งแล้วมาต่อต้านกันอีก วันนี้มีอีกส่วนหนึ่งที่มองประชาธิปไตย 100 เปอร์เซ็นต์เหมือนเดิม อีกพวกหนึ่งก็ต้องมีมาตรการในการแก้ไขปัญหาซึ่งเขาพูดกันมา ซึ่งผมก็ไปจำที่เขาพูดมา ซึ่งส่วนหนึ่งของบอกว่าความขัดแย้งเกิดขึ้นมา 8 ปี การประท้วงเกิดขึ้นมา 701 วันและสิ่งที่ผมพบเองในช่วงที่เป็นผบ.ทบ.ก่อนวันที่ 22 พฤษภาคม 2557 ก็มีการพัฒนาขึ้นตามลำดับมีความรุนแรงมีบาดเจ็บล้มตาย มีการสูญเสีย ซึ่งนั่นเป็นเรื่องของคดีความก็ว่ากันไปแต่สิ่งที่เป็นประเด็นคือถ้ารัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง เขามีปัญหามีการประท้วงก็น่าที่จะแก้ปัญหาให้ได้ เพราะถ้าแก้ไม่ได้ก็เลือกตั้งไม่ได้อยู่ดีจึงได้มีเหตุการณ์ตรงนี้ ดังนั้นขอให้ไปดูว่ามีเหตุผลความจำเป็นใดหรือไม่ที่ต้องกำกับดูแลในเรื่องนี้”

           นายกฯ กล่าวว่า รวมไปถึงเรื่องการปฏิรูป ซึ่งคปป.ที่ว่ากันถ้าเกิดได้ก็เกิดไป ถ้าเกิดไม่ได้จะทำอย่างไรหากเกิดสถานการณ์อย่างที่เคยเกิดมา ก็จะติดล็อกทั้งหมดเลือกตั้งก็ไม่ได้ งบประมาณใช้จ่ายไม่ได้ ลาออกก็ไม่ลา มีความรุนแรงเกิดขึ้นอยู่ตลอดดังนั้นตรงนี้ฝ่ายที่ร่างรัฐธรรมนูญจึงกำหนดกติกาและบทบาทขึ้นมา แต่ตนก็ไม่ได้หมายความว่าเขาจะต้องมุ่งหวังให้รัฐบาลนี้อยู่ต่อหรือไม่อยู่ต่อ ตนคิดว่าตรงนี้ไม่เกี่ยวกับตน ใครจะอยู่ก็อยู่ไป เพราะต้องขึ้นอยู่กับประชามติและอะไรต่างๆ อยู่ในการที่จะอยู่ต่อไป เพราะฉะนั้นต้องทำความเข้าใจว่าตนไปชี้ชัดอะไรไม่ได้ เพราะตนถือว่าได้มอบความรับผิดชอบตรงนี้ไปแล้ว ตนมีหน้าที่รักษาความสงบเรียบร้อย ถ้าเลือกตั้งแล้วคุณไว้ใจว่าไม่เกิดอะไรขึ้นมาได้คุณก็ทำไป แต่ถ้าไม่ไว้ใจคุณก็ต้องรับฟังข้อเสนอของเขาด้วยว่าจะทำอะไรกันต่อไปก็แค่นั้น ตนมีหน้าที่มารักษาความสงบเรียบร้อยแล้วเดินหน้าประเทศ วางพื้นฐานประเทศช่วยกันคิดว่าจะปฏิรูปประเทศกันอย่างไรในระยะยาว

           นายกฯ กล่าวว่า สำหรับเรื่องความมั่นคงของประเทศนั้น ถือเป็นเรื่องสำคัญและคืบหน้าตามลำดับ หากมีข่าวอะไรตนได้ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจชี้แจงเป็นระยะๆ ขอร้องว่าหากไม่มีความชัดเจนจากข่าวทางราชการก็อย่าพูดไปให้เกิดความเสียหาย ต้องนึกด้วยว่าตนไม่ได้ต้องการจะปกปิดอะไร แต่ปัญหาเรื่องการก่อเหตุรุนแรงนั้นมีหลายอย่าง มีทั้งที่อยู่ในขั้นตอนที่เหตุก่อเหตุผิดกฎหมายปกติคือกฎหมายอาญาและผู้ก่อเหตุรุนแรงจากความไม่เข้าใจหรือความเห็นต่าง แต่ถ้าเรื่องก่อการร้ายเป็นการกระทำที่ต้องมีการกล่าวอ้าง ซึ่งศัพท์ทางความมั่นคงเขาก็มีอยู่แล้วว่าการก่อการร้ายจะต้องมีการอ้างความรับผิดชอบ มีข้อเสนอที่จะต้องให้รัฐบาลปฏิบัติตามมีการสนับสนุนอาวุธอะไรต่างๆ อย่างนั้นเจอเรียกว่าการก่อการร้าย แต่เราไปถึงตรงนั้นแล้วหรือยัง ถ้ายังไม่ถึงก็ควรเป็นอย่างอื่นก่อนหรือไม่จนกว่าจะมีความชัดเจนในเรื่องของหลักฐาน ไม่มีใครต้องการให้เกิดขึ้นและไม่มีใครอยากจะปกปิด ถ้าใช่ก็ต้องเพิ่มมาตรการในการป้องกันป้องปราม แม้แต่เรื่องของเทคโนโลยีที่รัฐบาลจะต้องจัดหางบประมาณเพื่อจัดหาเพิ่มเติมให้ ประชาชนต้องให้ความร่วมมือและให้ความเห็นใจ ถ้าจะมาบอกว่าเจ้าหน้าที่ของเราไม่มีสมรรถภาพไม่มีความสามารถคงไม่เป็นธรรมต่อเจ้าหน้าที่นัก

           พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า เรื่องใดก็ตามหากเรื่องความมั่นคงให้ทหารตำรวจคงทำลำพังไม่ได้ ถ้าไม่มีประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในเรื่องการป้องกันป้องปราม แจ้งเตือนเฝ้าระวังนั่นคือหน้าที่ของประชาชนทุกคน ส่วนทหารตำรวจมีหน้าที่ใช้กฎหมายในการเอาชีวิตไปเสี่ยงต่อสู้กับผู้ร้าย ต่อสู้เพื่ออธิปไตย ดังนั้นต้องเข้าใจบทบาทกันให้ถูกต้อง

           พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า การที่สื่อมักวิจารณ์ว่าไม่ไว้วางใจคสช.หรือไม่ไว้วางใจตนก็ตาม ซึ่งตนไม่ต้องหารให้ใช้คำพูดที่ว่าถ้ารัฐธรรมนูญผ่านหรือไม่ผ่านคสช.ได้ประโยชน์ ซึ่งตนก็อยากจะรู้ว่าประโยชน์ที่ว่าคืออะไร อยากรู้นักว่าประโยชน์ที่ว่าคืออะไรกรุณาใช้คำพูดใหม่ ประโยชน์คือมีอำนาจหรือเพื่อได้ผลประโยชน์ก็ในเมื่อตนไม่มีผลประโยชน์และอำนาจตนก็ไม่ได้อยากได้ แต่เป็นการเรียกร้องเพราะประชาชนเดือดร้อนตนจึงได้เข้ามา สื่อก็เขียนอยู่นั่นแหละว่าตนอยากได้อำนาจหรือถ้าไม่ผ่านคสช.ได้ประโยชน์หรือถ้าผ่านคสช.ก็ได้ประโยชน์จากการที่คปป.ตั้งขึ้นมา คปป.มีประโยชน์ตรงไหนตนไม่ทราบใน เมื่อตนบอกว่าอำนาจตรงนี้ไม่ได้ทับซ้อนกับเขาและที่บอกว่าอำนาจทับซ้อนคืออำนาจทางบริหารและนิติบัญญัติ หรือที่ออกกฎหมายนั้นให้ไปดูว่าที่เขาเขียนมีอำนาจตอนไหน ซึ่งความจริงมีอำนาจเมื่อเขาต้องการแก้ไขเรื่องความรุนแรงใช่หรือไม่ ต้องสอนให้คนอ่าน

           “สื่อก็ชี้นำไปเรื่อย นักการเมืองบางคนก็ชี้ส่งเดชไปเรื่อย ชี้ในจัดที่ไม่เห็นด้วยแล้วทำให้ประชาชนไม่เห็นด้วยไปด้วย ถ้าคุณมั่นใจว่ารัฐบาลหน้าเลือกตั้งแล้วเขาทำอย่างที่เขาสัญญาจะรับได้หรือไม่ผมก็ไม่อยากเข้าไปเกี่ยวข้องอยู่แล้วเพียงแต่ผมเป็นห่วงว่าวันหน้ามันจะเกิดขึ้นอีกหรือไม่ ถ้าคิดว่าไม่เกิดก็เรื่องของคุณ คุณจะทำอะไรก็ทำไปเลือกตั้งได้ คุณก็เลือกไป แต่ถ้าคุณยังไม่มั่นใจมันจะต้องมีใครดูแลหรือไม่ แล้วคนที่จะให้เข้าดูแลที่ว่านั้นเขาต้องรับผิดชอบกันเลยหรือ ถ้าตีกันแล้วมีระเบิดโครมๆ ให้เขาเข้ามาแก้ปัญหาเขาเจ็บเขาตายหรือไม่ แล้วที่ผ่านมามีปัญหากับเจ้าหน้าที่หรือไม่ มันก็เลยยังแก้อะไรไม่ได้สักอย่าง ดังนั้นเมื่อใดก็ตามที่เขาจำเป็นต้องมาดูแลเหตุการแบบนั้นๆ ก็ต้องให้เขามีอำนาจของเขาบ้างใช่หรือไม่เพราะเขาเดือดร้อน เขาติดคุก เขาก็ไม่ทำ เหมือนที่ผมเข้ามาถึงต้องมีอำนาจโดยกฎอัยการศึกเพื่อผมจะได้ไม่ต้องถูกไล่ล่า เพราะผมเข้ามาโดยที่ไม่ต้องการอะไรแต่ถ้าปล่อยไปอย่างนั้นอะไรก็แก้ไม่ได้ ต้องให้ประชาชนเข้าใจด้วยว่ากฎหมายและรัฐธรรมนูญเป็นอย่างนั้น ผมมาทำให้ประเทศเดินหน้าก็มาโจมตีผมอยู่เรื่อยไป มาหยุดสถานการณ์โจมตีอยู่อย่างนั้นว่าผมเข้ามาโดยรัฐประหาร ทำไมไม่สอนให้คนคิดว่าผมเข้ามาทำในสิ่งที่ดีกว่าและผมก็ไม่เคยบอกว่าผมเข้ามาถูกต้องไม่ใช่ว่าไอ้นี่ดีกว่าไอ้โน่นเพราะถึงอย่างไรประชาธิปไตยก็ดีกว่าอยู่แล้ว แต่ควรจะเป็นแค่ไหนระละเวลาใดที่คนจะเข้ามากำกับดูแลหรือไม่โดยที่ไม่ไปทาบทับเขา เขายังมีอำนาจเต็มทุกอย่างเต็มที่ผมอ่านในรัฐธรรมนูญเพียงแต่เมื่อสถานการณ์ไปไม่ได้แล้ว ติดล็อกทั้งประเทศก็ต้องถามว่าใครจะแก้ จะให้ทหารมาปฏิวัติอีกหรือ ซึ่งผมคิดว่าตรงนี้เขาทำขึ้นมาเพื่อป้องกันการปฏิวัติ มีอำนาจเหนือคณะปฏิวัติบางส่วนไม่ได้มากเท่าที่ผมเข้ามาเพียงแต่แก้ปัญหาให้เขาให้ได้และเดินหน้าสู่การเลือกตั้งต่อไป”

           พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า หากมั่นใจว่าวันหน้าจะไม่เกิดสถานการณ์ติดล็อกขึ้นอีกก็ตัดสินใจก็แล้วแต่เพราะตนก็เป็นเพียงประชาชนคนหนึ่งที่ต้องมาเลือกตั้ง นอกจากตรงนี้แล้วตนขอให้พิจารณาด้วยว่าในส่วนของสาระอื่นๆ ที่มีประโยชน์ดูว่าหมวดนี้โอเคแล้วหมวดอื่นโอเคหรือไม่ จะทำให้เกิดความสับส่วนอลม่านหรือไม่ หรือจะทำให้ดีขึ้นขอให้พิจารณาทุกมาตราเพราะถึงวันนี้ตนก็กลุ่มใจเหมือนกันที่เขาถามไปว่ารู้จักสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) และสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) สรหรือไม่ว่าเขาทำอะไรกันบ้าง เขาร่างรัฐธรรมนูญถึงไหนก็ตอบกันว่าไม่รู้เรื่อง อย่างนี้ก็ควต้องแก้ไขกันด้วยหารศึกษา สื่อก็จะมีส่วนช่วยได้มาก อย่าไปเขียนเรื่องเดิมๆ เรื่องความขัดแย้งทะเลาะเบาะแว้งแต่งตั้งทหารตำรวจที่เป็นพวกกัน เพราะตนไม่มีพวกมีแต่จะให้ทำงานร่วมกันให้ได้ รักกันซื่อสัตย์ต่อกัน ไม่แสวงหาผลประโยชน์

 

ยิ้มชมสมคิดนำทีมศก.ทำงาน
 
           พล.อ.ประยุทธ์ แถลงภายหลังการประชุมครม.โดยชมการทำงานของนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจว่า วันนี้ตนสบายใจที่เห็นท่านรองนายกรัฐมนตรีและฝ่ายเศรษฐกิจเขานั่งคุยกันยิ้มแย้มแจ่มใสกัน ดูดีนะ
 
           “เขาก็รับคำสั่งผมทุกอัน ครับ ครับเดี๋ยวผมนำไปปฏิบัติ เอ้อดี ไม่ใช่ว่าของเก่าเขาไม่ดีเพียงแต่ว่าสถานการณ์ และพวกเรายิ้มแย้มแจ่มใสไง ไม่ใช่ว่าพวกเราไปรุม เหมือนท่านที่แล้วเขาโดนเยอะมันก็เซ็งเหมือนกันนะ ท่านใหม่กำลังใจเยอะ ผมก็บอกว่ากำลังใจมันมีเยอะนะ แต่มันมีมาระยะเวลามันสั้นไปนิด เขาพยายามทำนะในเรื่องขับเคลื่อน แต่จะให้เห็นผลปุบปับมันไม่ได้หรอก เปิดสวิตปิดสวิตได้ไงมันไม่ได้ มันจะค่อยดีขึ้น หลายเรื่องมันค่อยๆดีขึ้น ”พลเอกประยุทธ์ กล่าวและยิ้มไปด้วยขณะที่ชมการทำงานของทีมเศรษฐกิจชุดใหม่
 
           นายกฯ กล่าวอีกว่า ขอให้รอฟังตัวเลขก็แล้วกันการส่งออกมันจะดีขึ้นนิดนึง เพราะว่าการส่งออกรถยนต์มันเริ่มดีขึ้นแล้ว แต่ตัวเลขอย่างอื่นมันยังลดลงอยู่ แต่ตัวเลขการลดมันลดลง เพราะว่าการส่งออกมีปัญหาในระดับโลก แต่แนวโน้มน่าจะโอเคขึ้น และวันนี้ขอให้เชื่อมั่นผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทยที่ท่านมีกติกาของท่านรัฐบาลเข้าไปยุ่งเกี่ยวเรื่องค่าเงินไม่ได้ รวมทั้งวันนี้ข้าวราคาถูกของรัฐบาลลงไปถึงประชาชนแล้วในสหกรณ์จำนวน58 แห่ง ซึ่งตนขอคนรวยอย่าไปซื้อ เพราะถ้าคนจนไม่ได้ก็จะมาด่าตนอีก ซึ่งรัฐบาลพยายามจะทำให้ราคาต่ำกว่าตลาด 20-30%
 
           ส่วนเรื่องการดูแลสินค้า พลเอกประยุทธ์ กล่าวว่า ขอให้อย่าพูดลอยๆว่าข้าวของแพงขึ้น ถามว่ามันแพงขึ้นยังไง เท่าไร เพราะทุกวันตนจะมีข้อมูลว่าอาทิตย์นี้ของอะไรขึ้นราคาเท่าไร วันไหนของลง ซึ่งตัวเลขไม่ต่างกันมากนักและเป็นการโจมตีด้านเดียว มาบอกว่าราคาน้ำมันลงแล้วทำไมราคาสินค้าไม่ลง ซึ่งมีความเกี่ยวพันกันหลายอย่าง เมื่อการส่งออกมีปัญหาการผลิตจำนวนมากก็ทำให้ราคามันตก คนซื้อตรงกลางก็ขาดทุน เมื่อขาดทุนก็ต้องขึ้นราคา แล้วจะควบคุมได้ยังไงขอให้คิดแบบนี้ จะได้ช่วยรัฐสอดส่องว่าอะไรแพงไม่แพง แพงมีเหตุมีผลหรือไม่ พอรัฐบาลมีสินค้าธงฟ้าก็โจมตีรัฐบาลอีก แล้วจะทำอย่างไร 

 

ย้ำไม่หวังสืบทอดอำนาจด้วย'คปป.'

               พล.ต.วีรชน สุคนธปฏิภาค รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า นายกรัฐมนตรีมีข้อห่วงใยกรณีที่มีการพูดถึงคณะกรรมการยุทธศาสตร์การปฏิรูปและการปรองดองแห่งชาติ (คปป.) ซึ่งกังวลกันว่าจะเป็นรัฐซ้อนรัฐนั้น นายกฯ ยืนยันไม่เป็นเช่นนั้น เพราะตามกติกาได้กำหนดชัดเจนว่า อำนาจของคปป.จะใช้ได้เฉพาะในยามวิกฤตเท่านั้น เหมือนกับการใช้มาตรา 44 ในขณะนี้ และการใช้อำนาจดังกล่าวอาจต้องมีการถ่วงดุลโดยปรึกษากับประธานศาลรัฐธรรมนูญ และประธานศาลปกครองสูงสุด คือมีข้อกำหนดและกติกาที่รัดกุมไม่ใช่อยากจะใช้ก็ใช้ อยากให้ทุกคนมั่นใจว่าอำนาจพิเศษตรงนี้ของคปป.ตั้งขึ้นมาเพื่อแก้ปัญหาให้กับประเทศชาติและให้สามารถขับเคลื่อนประเทศให้ไปข้างหน้าได้ และมีระยะเวลาอยู่เพียง 5 ปีเท่านั้น และยืนยันว่าไม่ได้มีวัตถุประสงค์ในการสืบทอดอำนาจ
 

แจงบทบาท'คตร.'ไม่ได้เป็นอุปสรรคการค้า-ลงทุน
 
               พล.ต.วีรชน กล่าวว่า นายกรัฐมนตรีได้ชี้แจงทำความเข้าใจกรณีมีการวิพากษ์วิจารณ์บทบาทการทำงานของคณะกรรมการติดตามและตรวจสอบการใช้งบประมาณของรัฐ (คตร.) ว่า เป็นอุปสรรคต่อการค้าการลงทุน ว่า หน้าที่ของคตร.ไม่ใช่เข้าไปตรวจสอบ แต่เป็นการเร่งรัดและติดตามการทำงาน เวลาที่มีการลงทุนโครงการใดภายใต้งบประมาณ 50 ล้านบาท ไม่จำเป็นต้องเสนอต่อคตร.เพื่อขอความเห็นชอบ สามารถดำเนินการได้เลย เพียงแต่ต้องมีการรายงานความคืบหน้าของโครงการเท่านั้น อย่างไรก็ตาม คตร.จะมีบทบาทก็ต่อเมื่อมีผู้ร้องเรียนเข้ามาว่าโครงการใดก็ตามมีลักษณะที่ไม่ชอบมาพากล จึงไม่ใช่เป็นการเข้าไปแทรกแซงโดยคตร.ตั้งแต่ต้น จนเป็นอุปสรรคต่อการลงทุนแต่อย่างใด แต่เป็นการช่วยให้การใช้จ่ายงบประมาณเป็นไปอย่างลื่นไหลมากขึ้น
 

เตรียมบิน'นิวยอร์ค'ประชุมยูเอ็นปลายก.ย.
 
               พล.ต.วีรชน กล่าวว่า ในระหว่างวันที่ 23-30 กันยายนนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีจะเดินทางไปร่วมประชุมสมัชชาใหญ่สหประชาชาติ United Nations General Assembly (UNGA) สมัยที่ 70 ณ นครนิวยอร์ค ประเทศสหรัฐอเมริกา โดยในโอกาสเดียวกันพล.อ.ประยุทธ์จะกล่าวสุนทรพจน์ในวาระการพัฒนาอีก 15 ปีข้างหน้า