
จับแล้ว!สงสัยวางบึ้มกรุง
01 ก.ย. 2558
'ประยุทธ์' เผย จับชายเสื้อเหลืองต้องสงสัยวางระเบิดราชประสงค์ได้แล้ว 'ประวุฒิ' มั่นใจผู้ต้องหาคนสำคัญ แบ่งเงินนำจับ 3 ล้านให้กับชุดสืบสวนแต่ละชุด
1 ก.ย. 58 เมื่อเวลา 14.00 น. ตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) แถลงภายหลังการประชุม ครม. กรณีความคืบหน้าการจับกุมคนร้าย ซึ่งเป็นชายเสื้อสีเหลืองที่ถูกออกหมายจับจากเหตุวางระเบิดแยกราชประสงค์ เมื่อวันที่ 17 สิงหาคม ที่ผ่านมา ได้ที่ชายแดนไทย-กัมพูชา ว่า จับได้ที่ชายแดนไทย บ้านป่าไร่ จ.สระแก้ว ซึ่งกำลังจะหนี และกำลังสอบสวนอยู่ ซึ่งถ้าสอบสวนได้ ก็จะดี เพราะจะได้รู้ว่าเป็นใครมาจากไหน ทำอะไร ใครสั่ง แต่อย่าเพิ่งไปพูดว่าเป็นเรื่องนั้นเรื่องนี้ เพราะเกรงว่าจะกระทบความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ และหากเป็นเรื่องจริง ก็จะได้ขอความร่วมมือจากเขา เพื่อวันหน้าจะได้ไม่เกิดขึ้นอีก ตอนนี้หากโทษกันไปมาก็จะไม่ได้เรื่องอะไรขึ้นมา
"ยืนยันว่าจับตัวผู้ชายได้หนึ่งคนที่บ้านป่าไร่ จ.สระแก้ว ซึ่งมีลักษณะใกล้เคียง เจ้าหน้าที่จึงได้จับมา เพราะสั่งการให้ตั้งด่านตรวจสกัด เมื่อพบบุคคลต้องสงสัย เขาก็จับมา คงใกล้เคียงแล้ว ต้องเอามาพิสูจน์ลายนิ้วมือ พิสูจน์อะไรอีกมากมาย ถ้าใช่ก็คือใช่ ก็กำลังหามือวางระเบิด หาตัวคนสั่งการ คนใช้โทรศัพท์อีก ค่อยๆ ทำไป เดี๋ยวก็มาทั้งยวง หลังจากที่จับได้เมื่อวันก่อน แล้วก็ส่วนหนึ่งวันนี้จับได้อีกคนหนึ่ง และคนนี้น่าจะสำคัญหน่อย ที่จับได้ไม่ใช่คนไทย ไม่ใช่คนจีน เป็นคนต่างชาติ แต่จะเป็นคนอะไรต้องไปดูอีกครั้ง"
ผู้สื่อข่าวถามว่า มีการประสานงานอย่างเป็นทางการไปยังประเทศตุรกีหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า มีการพูดคุยไปแล้ว โดยทางสถานทูตได้มีการพูดคุยมาโดยตลอด ซึ่งเขายืนยันว่าไม่น่าจะเป็นคนของเขาทำ แต่อย่างไรก็ตาม ความน่าจะเป็นไปได้ก็สูง ทุกอย่างเหมือนบ้านเราที่ไม่สามารถคุมคนได้ทั้งหมด แต่ถ้าไม่ใช่ก็ดี เพราะไม่อยากให้มีผลกระทบมาก เพราะเมื่อมีการเสนอข่าวแล้วถ้าไม่ใช่ก็จะไปกันใหญ่ แต่ถ้าใช่ก็ต้องแก้กัน ซึ่งตนอยากให้มองว่าไม่มีอะไรร้ายแรงเกินกว่าที่เราจะแก้ไขได้ หากเราช่วยกัน ขอให้จำประเด็นนี้ไว้ ดังนั้นเราต้องเข้มแข็งไปด้วยกัน
เมื่อถามว่า จับตัวชายคนดังกล่าวได้เมื่อไร นายกฯ กล่าวว่า จับได้เมื่อเช้า เป็นผู้ชาย และกำลังนำตัวมากรุงเทพฯ เพื่อสอบสวนต่อ ซึ่งคาดว่ามีส่วนเกี่ยวข้อง เพราะถ้าไม่เกี่ยวก็คงไม่จับ มีหลักฐานว่ามีความเชื่อมโยงเกี่ยวข้อง ขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังสอบสวนอยู่ ซึ่งถ้าได้ตัวคนนี้มาก็จะสามารถสอบเชื่อมโยงไปได้ทั้งหมด เพราะจะสามารถต่อจิ๊กซอว์กับคนที่จับมาได้ก่อนหน้านี้ แล้วจะได้ไปต่อได้ว่าเกิดขึ้นเพราะอะไรเป็นใครอย่างไร
"เจ้าหน้าที่ได้ข่าวเมื่อคืน ก็ไปติดตามจับกุม และดักจับตัวเอาไว้ได้เมื่อเช้า และรายงานตนมาเมื่อช่วงเที่ยงวันเดียวกันนี้ ขณะนี้กำลังดำเนินการส่งตัวกลับมาสอบต่อที่กรุงเทพฯ"
เมื่อถามถึงกรณีเรื่องการย้ายเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) ที่ จ.สระแก้ว นายกฯ กล่าวว่า มีการย้ายเพื่อให้มีการสอบสวนดำเนินการฐานปล่อยปละละเลย ซึ่งหากมีหลักฐานชัดเจนก็ต้องปลดออก ซึ่งตนได้สั่งการไปแล้วว่า ถ้ามีคดีความใดในพื้นที่แล้วปล่อยปละละเลย ก็ต้องถูกย้ายออกมาเพื่อสอบสวน หากสอบสวนแล้วไม่ผิดหรือมีความชัดเจนว่าผิด ก็ต้องถูกลงโทษ แล้วก็ต้องไม่กลับไปอยู่ในพื้นที่เดิมอีก ตนได้สั่งการผ่านรองนายกรัฐมนตรีไปแล้ว
ย้ำ จนท.กำลังเร่งทำงานปมบึ้มราชประสงค์
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ถึงวันนี้เราควรจะใช้วิกฤติให้เป็นโอกาส หลังจากที่มีระเบิด เพราะจะเห็นได้ว่าหลังจากวันที่ 17 สิงหาคมเป็นต้นมา ความร่วมมือของประชาชนมีมากขึ้น กล่าวโทษเจ้าหน้าที่น้อยลง ซึ่งเจ้าหน้าที่ก็เร่งทำงานกัน คงมีข่าวดีไปเรื่อยๆ ขออย่าเพิ่งตัดสินว่าเป็นเรื่องอะไร ยืนยันว่าไม่ได้ปกปิด อีกทั้งความร่วมมือของประเทศเพื่อนบ้านเขาก็ให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่ ขออย่าไปกล่าวอ้างเขา เพราะเกรงว่าจะมีปัญหา เราต้องแก้ไขปัญหาของเราเองให้ได้ด้วยความร่วมมือของทุกประเทศในโลกนี้
ถึงกทม.คุมตัวสอบ มทบ.11
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 15.30 น. กองพลทหารม้าที่ 2 รักษาพระองค์ สนามเป้า เฮลิคอปเตอร์ที่นำตัวผู้ต้องสงสัยก่อเหตุระเบิดที่ราชประสงค์ ได้ลงจอด จากนั้นเมื่อเวลา 15.50 น. เจ้าหน้าที่ทั้งทหารและตำรวจ กองบังคับการปราบปราม ได้นำตัวชายดังกล่าวขึ้นรถ และจัดขบวนคุ้มกัน เดินทางออกทางประตูด้านหน้าไปยังมณฑลทหารบกที่ 11 ย่านเกียกกาย เพื่อสอบสวนอย่างละเอียดอีกครั้ง
'ประวุฒิ' มั่นใจจับผู้ต้องหาคนสำคัญได้
เมื่อเวลา 17.00 น. พล.ต.ท.ประวุฒิ ถาวรศิริ ผู้ช่วย ผบ.ตร.และโฆษกตร. ได้แถลงข่าวความคืบหน้าคดีระเบิดราชประสงค์ ว่า ช่วงเที่ยงที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ทหารและตำรวจ ตม.สระแก้ว ได้จับกุมชายต้องสงสัยได้ที่บริเวณชายแดน จ.สระแก้ว ซึ่งมีรูปร่างหน้าตาคล้ายภาพสเก็ตช์ที่ทางตำรวจส่งไปให้ ซึ่งหลังจับกุมตัวได้ทาง พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา รอง ผบ.ตร. ได้เดินทางไปรับตัวมาสอบสวนที่ กทม.
"จากการตรวจสอบหลักฐานที่เรามีอยู่ สามารถยืนยันได้ว่า ชายต้องสงสัยที่เราจับได้นั้นเป็นคนร้ายสำคัญ กลุ่มเดียวกับผู้ต้องหาที่อยู่ในกลุ่มนำระเบิดไปวางไว้ 2 จุด ซึ่งขั้นตอนขณะนี้ จะต้องทำการสอบสวน และให้พยานชี้ตัว รวมถึงต้องรอหลักฐานทางชีวภาพ ลายนิ้วมือ ดีเอ็นเอที่พบในจุดเกิดเหตุ ซึ่งผมมั่นใจว่าเป็นผู้ต้องหาสำคัญในคดีนี้"
พล.ต.ท.ประวุฒิ กล่าวอีกว่า การควบคุมตัวครั้งนี้เป็นไปตามมาตรา 44 ซึ่งทหารได้รับตัวไปสอบสวนขยายผลต่อ โดยเบื้องต้นลักษณะชายต้องสงสัยดูแล้วมีหน้าตา รูปร่าง รูปพรรณสัณฐาน คล้ายชายเสื้อเหลืองเป็นอย่างมาก ซึ่งเบื้องต้นได้แจ้งข้อหา เข้าประเทศโดยไม่ได้รับอนุญาต และพยายามหลบหนีออกนอกประเทศ ซึ่งเจ้าหน้าที่สามารถจับกุมได้ขณะจะข้ามชายแดนทางช่องทางธรรมชาติ และเท่าที่พูดคุย สามารถสื่อสารภาษาอังกฤษได้
"ตอนนี้ยังเร็วเกินไปที่จะบอกว่าคืออะไร แต่เป็นผู้ต้องหาคนสำคัญแน่นอน มีส่วนเกี่ยวพันกับเหตุการณ์เป็นขบวนการ เชื่อว่าเป็นข่าวดี แต่ต้องให้พยานทั้งหมดที่เห็นในวันเกิดเหตุ ทั้งก่อนเกิดเหตุและหลังเกิดเหตุ มาชี้ตัวยืนยัน ประกอบกับพยานวัตถุ พยานหลักฐานที่เรามีอยู่ รวมทั้งตรวจสอบข้อมูลทางชีวภาพ เกี่ยวกับการพิมพ์ลายนิ้วมือ การตรวจดีเอ็นเอ และข้อมูลภาพถ่าย ขอให้มีพยานหลักฐานยืนยันแน่ชัดเสียก่อน จึงจะบอกได้ว่า ใช่หรือไม่ใช่"
พล.ต.ท.ประวุฒิ กล่าวอีกว่า สำหรับชายต้องสงสัยคนนี้ ไม่เกี่ยวกับผู้ต้องหาที่ออกหมายจับเพิ่มเติม แต่จะเป็นชายเสื้อเหลืองหรือไม่นั้น ขอให้เจ้าหน้าที่ทำงานสอบสวนอย่างละเอียดก่อน ส่วนภาพพาสปอร์ต ที่มีการแชร์กันผ่านโซเชียลมีเดีย หลังมีรายงานข่าวการจับกุมผู้ต้องสงสัยในวันนี้ ไม่ใช่ภาพของราชการ ไม่รู้ที่ไปที่มาว่ามาจากแหล่งใด ขอให้หยุดการแชร์ไว้ก่อน
ออกหมายจับเพิ่ม 3 คน
ศาลจังหวัดมีนบุรี ออกหมายจับ นายอาลิ โจลัน สัญชาติตุรกี ตามภาพสเก็ตช์คนร้ายที่ 0357/58 , นายอาฮ์เม็ท โบซองแลน และชายชาวตุรกี ไม่ทราบชื่อ ตามภาพสเก็ตช์คนร้ายที่ 0367/58 ในข้อหา ร่วมกันมีวัตถุระเบิดที่นายทะเบียนไม่สามารถออกใบอนุญาตให้ได้ไว้ในครอบครอง โดยผิดกฎหมาย ทั้ง 3 คนนี้ คาดว่าจะมีความเกี่ยวข้องกับเหตุระเบิดที่บริเวณสี่แยกราชประสงค์ และท่าเรือสาทร
แบ่งเงินนำจับ 3 ล้านให้กับชุดสืบสวนแต่ละชุด
มีรายงานว่า สำหรับเงินสดจำนวน 3 ล้านที่ทาง พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผบ.ตร. ได้มอบให้กับทางเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมนั้น ได้แบ่งให้กับทางทีมสืบสวนของ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา รอง ผบ.ตร. และทีมของ พล.ต.ท.ชัยวัฒน์ เกตุวรชัย รรท.ผบช.ส. และ พล.ต.ท.ฐิติราช หนองหารพิทักษ์ ผบช.ก. รวมไปถึงเจ้าหน้าที่ตำรวจสันติบาล เจ้าหน้าที่กองปราบ และนครบาล ที่ร่วมกันทำงานจนสามารถคลี่คลายคดีดังกล่าวได้ในที่สุด โดยให้แต่ละหน่วยงานนำไปจัดสรรกันเอง
สรุปออกหมายจับแล้ว7หมาย-จับ2คน
ขณะนี้ศาลได้อนุมัติหมายจับผู้ต้องหาแล้ว 7 หมาย ขณะเดียวกันยังสามารถจับกุมชายต้องสงสัยเป็นชาวต่างชาติได้ 2 คน ดังนี้
1.วันที่ 19 ส.ค.58 ศาลอาญากรุงเทพใต้อนุมัติหมายจับชายชาวต่างชาติใส่เสื้อเหลือง ก่อเหตุวางระเบิดแยกราชประสงค์จากภาพสเก็ตซ์และภาพจากกล้องวงจรปิด ข้อหา “ร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน , พยายามฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน , ทำให้เกิดระเบิดจนเป็นเหตุให้บุคคลอื่นถึงแก่ความตายและมีผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัส และทรัพย์สินของผู้อื่นได้รับความเสียหาย , มีวัตถุระเบิดที่ออกใบอนุญาตไม่ได้ไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต,พาอาวุธปืน(วัตถุระเบิด) ไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร และทำให้เสียทรัพย์”
2.วันที่ 27 ส.ค.58 ศาลอาญากรุงเทพใต้อนุมัติหมายจับชายชาวต่างชาติใส่เสื้อฟ้า ก่อเหตุวางระเบิดท่าเรือสาทรจากภาพกล้องวงจรปิด ข้อหา“มีหรือใช้วัตถุระเบิดโดยไม่ได้รับอนุญาต, กระทำให้เกิดระเบิดจนน่าจะเป็นอันตรายแก่ผู้อื่น และพยายามฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน”
3.วันที่ 31 ส.ค.58 ศาลจังหวัดมีนบุรีอนุมัติหมายจับ น.ส.วรรณา สวนสัน หรือ ไมซาเลาะ อายุ 26 ปี ข้อหา “ร่วมกันมีวัตถุระเบิดที่นายทะเบียนไม่สามารถออกใบอนุญาตให้ได้ไว้ในครอบครอง โดยผิดกฎหมาย” โดยขยายผลจากการตรวจค้นห้องพักเลขที่ 9106 อาคารไมมูณา การ์เด้นโฮม ย่านมีนบุรี
4.วันที่ 31 ส.ค.58 ศาลจังหวัดมีนบุรีอนุมัติหมายจับชายชาวต่างชาติตามภาพสเก็ตซ์ “ร่วมกันมีวัตถุระเบิดที่นายทะเบียนไม่สามารถออกใบอนุญาตให้ได้ไว้ในครอบครอง โดยผิดกฎหมาย” โดยขยายผลจากการตรวจค้นห้องพักเลขที่ 9106 อาคารไมมูณา การ์เด้นโฮม ย่านมีนบุรี
5.วันที่ 1 ก.ย.58 ศาลจังหวัดมีนบุรีอนุมัติหมายจับ นายอาลิ โจลัน สัญชาติตุรกี ตามภาพสเกตซ์ ข้อหา“ร่วมกันมีวัตถุระเบิดที่นายทะเบียนไม่สามารถออกใบอนุญาตให้ได้ไว้ในครอบครอง โดยผิดกฎหมาย” โดยขยายผลจากการตรวจค้นห้องพักภายในอาคารพูลอนันต์อพาร์ตเม้นท์ ย่านหนองจอก
6.วันที่ 1 ก.ย.58 ศาลจังหวัดมีนบุรีอนุมัติหมายจับ นายอาฮ์เม็ท โบซองแลน สัญชาติตุรกี ข้อหา “ร่วมกันมีวัตถุระเบิดที่นายทะเบียนไม่สามารถออกใบอนุญาตให้ได้ไว้ในครอบครอง โดยผิดกฎหมาย” โดยขยายผลจากการตรวจค้นห้องพักภายในอาคารพูลอนันต์อพาร์ตเม้นท์ ย่านหนองจอก
7.วันที่ 1 ก.ย.58 ศาลจังหวัดมีนบุรีอนุมัติหมายจับชายสัญชาติตุรกี(ไม่ทราบชื่อ)ตามภาพสเก็ตซ์ ข้อหา “ร่วมกันมีวัตถุระเบิดที่นายทะเบียนไม่สามารถออกใบอนุญาตให้ได้ไว้ในครอบครอง โดยผิดกฎหมาย” โดยขยายผลจากการตรวจค้นห้องพักภายในอาคารพูลอนันต์อพาร์ตเม้นท์ ย่านหนองจอก
สำหรับผู้ต้องสงสัยที่ถูกควบคุมตัวได้แล้วเป็นชายชาวต่างชาติ 2 คน คือ
1.เมื่อวันที่ 29 ส.ค.58 เจ้าหน้าที่เข้าควบคุมตัว นายอาเดม คาราดัก อายุ 29 ปี (ชื่อตามพาสปอร์ตปลอม-ไม่ทราบสัญชาติ) ภายในห้องพัก อาคารอาคารพูลอนันต์อพาร์ตเม้นท์ ย่านหนองจอก ก่อนถูกเจ้าหน้าที่ทหารควบคุมตัวไปสอบสวนภายใน มทบ.11
2.เมื่อวันที่ 1 ก.ย.58 เจ้าหน้าที่ควบคุมตัวชายชาวต่างชาติ (ยังไม่ทราบสัญชาติ) ได้ที่ชายแดนไทย-กัมพูชา จ.สระแก้ว ขณะกำลังหลบหนีผ่านแดนที่ช่องทางธรรมชาติ ก่อนเจ้าหน้าที่ทหารควบคุมตัวไปสอบสวนภายใน มทบ.11



