
สแกนทีมบึ้มราชประสงค์-สาทรใครเป็นใคร
สแกนทีมบึ้มราชประสงค์-สาทรใครเป็นใคร
เป็นเวลากว่า 2 สัปดาห์ที่คนไทยต้องตกอยู่ในความหวาดผวากับเหตุการณ์คนร้ายลอบวางระเบิดบริเวณใจกลางเมืองกรุงเทพฯ “ศาลท้าวมหาพรหม” แยกราชประสงค์ สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่คนไทยและต่างชาตินับถือ
คดีดังกล่าวสร้างความสูญเสียอย่างใหญ่หลวงต่อประเทศไทยยิ่งนัก หลังเกิดเหตุได้ไม่นาน ตำรวจสั่งปิดพื้นที่บริเวณจุดเกิดเหตุ เพื่อไล่หาหลักฐานเพื่อนำตัวผู้ก่อเหตุมาลงโทษ แต่ใครจะคาดคิด คล้อยหลังเพียงวันเดียวได้เกิดเหตุระเบิดอีกครั้ง “บริเวณท่าเรือสาทร” แต่ครั้งนี้ไม่มีผู้บาดเจ็บ เพราะแรงระเบิดพุ่งขึ้นจากน้ำ ซึ่งในตอนนั้นทุกคนเข้าใจว่า "คนร้ายตั้งใจปาระเบิดสังหารแต่พลาดเป้า"
เหตุระเบิดทั้ง 2 เหตุการณ์ต้องยอมรับว่า เป็นเรื่องร้ายแรงที่สุด ขณะเดียวกันในฝั่งของรัฐบาล และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องต่างเร่งหาปมเหตุในการก่อคดี เบื้องต้นได้เทน้ำหนักไปที่ปัญหาการเมืองภายใน ไม่ใช่ก่อการร้ายข้ามชาติ ขณะเดียวกันยังมีอีกหลายฝ่ายตั้งข้อสังเกต โดยเฉพาะสื่อต่างชาติวิเคราะห์ว่า เหตุการณ์ร้ายที่เกิดขึ้นอาจจะเกิดจากฝีมือกลุ่มขบวนการต่างชาติที่โกรธแค้นที่รัฐบาลไทยส่งชาวอุยกูร์ออกนอกประเทศ
ท่ามกลางความหวาดผวาที่เกิดขึ้น เจ้าหน้าที่ต้องทำงานแข่งกับเวลาในการควานหาตัวคนร้าย และดูเหมือนว่า “ภาพวงจรปิด” จะเป็นกุญแจดอกสำคัญที่ไขไปถึงตัวผู้ลงมือ เจ้าหน้าที่จึงเริ่มคลำทางด้วยการไล่เช็กกล้องวงจรปิดตรงจุดเกิดเหตุ กระทั่งพบภาพผู้ต้องสงสัยคาดว่าเป็น “ชาวต่างชาติสวมเสื้อเหลืองสะพายเป้บรรจุระเบิดนำมาวางทิ้งไว้บริเวณเก้าอื้จุดเกิดเหตุ” ก่อนเกิดเหตุทมิฬเพียงไม่กี่นาที
ส่วนที่บริเวณสาทรภาพวงจรปิดสามารถจับภาพ “ชายชาวเอเชียสวมเสื้อสีฟ้าวางถุงบนพื้นก่อนใช้เท้าถีบลงไปในแม่น้ำบริเวณท่าเรือสาทร”
หลังจากได้หลักฐาน เจ้าหน้าที่ได้ไล่เช็กวงจรปิดตามคนร้ายไปทุกแห่งๆ ว่า คนร้ายเดินทางมาจากไหน มาที่เกิดเหตุด้วยวิธีใด และไปที่ใดหลังก่อเหตุ นั่งรถโดยสารของใครไปหลังจากก่อเหตุ ทำให้สามารถออกหมายจับ “ชายเสื้อเหลือง” เป็นรายแรก จากนั้นเพียงไม่กี่วันตำรวจได้ออกหมายจับ “ชายเสื้อฟ้า” เป็นรายที่สอง
น่ากลัวยิ่งกว่านั้นเมื่อแนวทางการสืบสวนยังพบว่า การก่อเหตุในครั้งนี้ไม่เกิดจากฝีมือชายเสื้อเหลือง หรือชายเสื้อฟ้าเพียงสองคน แต่เกิดจากการทำเป็น “ขบวนการ” ที่มีทั้งชาวไทยและต่างชาติไม่ต่ำกว่า 10 คน
เมื่อแนวทางการสืบสวนเข้ารูปเข้ารอย เจ้าหน้าที่ริ่มแกะรอยกลุ่มผู้ต้องสงสัยต่ออย่างไม่ลดละ
กระทั่งช่วงบ่าย “วันที่ 29 สิงหาคม” เจ้าหน้าที่ตำรวจ และทหารกว่า 100 นายเข้าปิดล้อมอพาร์ตเมนต์ย่านหนองจอก ซอยเชื่อมสัมพันธ์ 11 แขวงกระทุ่มราย เขตหนองจอก กรุงเทพฯ หลังสืบทราบมีกลุ่มผู้ต้องสงสัยไม่ปรากฏสัญชาติแอบประกอบระเบิด และซุกซ่อนวัตถุระเบิด
การเข้าตรวจค้นครั้งนี้เจ้าหน้าที่ใช้เวลาปิดล้อมกว่า 2 ชั่วโมง กระทั่งสามารถจับกุมผู้ต้องสงสัยชาวต่างชาติชื่อ “นายเอเดม การาดัค” พร้อมของกลางวัสดุที่ใช้ประกอบระเบิดแสวงเครื่องจำนวนมาก รวมถึงลูกปรายแบบกลม เส้นผ่าศูนย์กลาง 0.5 ซม. ชนิดเดียวกับที่พบที่ราชประสงค์และท่าเรือสาทร นอกจากนี้ยังพบหนังสือเดินทางนับร้อยเล่มระบุสัญชาติต่างๆ
เบื้องต้นผู้ต้องสงสัยรายนี้ให้การปฏิเสธ อ้างว่าเพิ่งเดินทางเข้าประเทศไทยมาแค่ 18 วัน และไม่รู้ว่าอุปกรณ์ประกอบระเบิดมาได้อย่างไร ซึ่งขัดกับแนวทางการสืบสวนที่พบความเชื่อมโยงเมื่อพบ “สัญญาณมือถือ” ของนายเอเดมไปปรากฏที่ “ราชประสงค์” ในช่วงวันเกิดเหตุ
ภายหลังการจับกุมครั้งนี้กลับจุดกระแสเรื่องชาวอุยกูร์ขึ้นมาอีกครั้ง เนื่องจากในช่วงการจับกุมมีความสับสนเรื่องสัญชาติของนายเอเดม โดยระบุว่าเป็นชาวตุรกี แต่ล่าสุดเมื่อทางการตุรกีได้พิสูจน์สัญชาติของนายเอเดมพบว่า ไม่ใช่ชาวตุรกีแต่อย่างใด
ว่ากันว่า การจับกุมครั้งนี้เจ้าหน้าที่ใช้เทคโนโลยีชั้นสูงอย่างที่เห็นในภาพยนตร์ต่างประเทศ เพื่อสุ่มหาผู้ต้องสงสัยในที่เกิดเหตุตามเส้นทางที่ปรากฏคนร้ายในกล้องวงจรปิด โดยทันทีที่ได้เป้าหมายต้องสงสัย ชุดสืบสวนกองปราบฯ ได้เปิดฉากเข้าตรวจค้นกลุ่มผู้ต้องสงสัยทันที
จากการสืบสวนอย่างไม่ลดละ ทำให้ตำรวจสามารถออกหมายจับกลุ่มผู้ต้องเพิ่มขึ้นอีก 2 ราย ในข้อหาครอบครองยุทธภัณฑ์ คือ น.ส.วรรณา สวนสันต์ หรือนางไมซาเลาะ อายุ 26 ปี อยู่บ้านเลขที่ 232 หมู่ 6 ต.คุระ อ.คุระบุรี จ.พังงา ผู้เช่าห้องพักเลขที่ 9106 หอพักไมมูณาการ์เด้นโฮม ย่านมีนบุรี และ “ชายไม่ทราบชื่อ สัญชาติตามภาพสเกตช์” เป็นผู้ที่อาศัยอยู่ในห้องพักดังกล่าว โดยทั้ง 2 รายนี้เป็นกลุ่มเดียวกันกับคนร้ายที่ก่อเหตุที่แยกราชประสงค์ และท่าเรือสาทร
ล่าสุดจนถึงขณะนี้ตำรวจสามารถออกหมายจับผู้ต้องหาได้ 4 ราย ได้แก่ 1.ชายเสื้อหลือง 2.ชายเสื้อฟ้า 3 น.ส.วรรณา และ 4. “ชายไม่ทราบชื่อ สัญชาติตามภาพสเกตช์” ขณะเดียวกันสามารถจับกุมได้ 1 ราย คือนายเอเดม การาดัค
อย่างไรก็ตามแม้จะยังไม่มีการยืนยันจากทางตำรวจเกี่ยวกับสัญชาติของชายที่ถูกจับกุม และที่ถูกออกหมายจับเพิ่มเติม รวมทั้งไม่ระบุประเด็นที่เป็นมูลเหตุของการลอบวางระเบิดกลางกรุงเทพฯ ว่าเกี่ยวโยงกับการส่งคนเชื้อชาติใดไปยังประเทศใด แต่ข้อเท็จจริงของเรื่องนี้ชัดเจนขึ้นเป็นลำดับแล้ว
เริ่มจากชายที่ถูกจับกุมคาห้องพักย่านหนองจอก พบว่า ถือพาสปอร์ตประเทศตุรกี แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจให้ข้อมูลว่าเป็นพาสปอร์ตปลอม จึงยังไม่สามารถระบุสัญชาติที่แท้จริงได้
แต่จากการตรวจสอบพบว่า ชายผู้นี้มีชื่อตามพาสปอร์ตที่พบขณะถูกจับว่า “อาเดม การาดัค” เป็น “ชาวอุยกูร์” ที่ได้สัญชาติตุรกี พำนักอยู่ในประเทศไทยมาระยะหนึ่งแล้ว อีกทั้งเป็นหนึ่งในกลุ่มที่วิ่งเต้นให้ความช่วยเหลือชาวอุยกูร์บางคนที่ถูกจับกุมจากทางการไทยในข้อหาหลบหนีเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย ซึ่งส่วนใหญ่ต้องการเดินทางไปยังประเทศตุรกีผ่านทางลาว กัมพูชา ไทย และมาเลเซียนั่นเอง
จากคำบอกเล่าของ “กลุ่มองค์กรพัฒนาเอกชนไทย และองค์กรมุสลิม” ที่ทำงานด้านให้ความช่วยเหลือชาวอุยกูร์และมุสลิมที่ถูกละเมิดสิทธิมนุษยชน พบว่า หลายคนเคยเห็น นายอาเดม การาดัค ระหว่างวิ่งเต้นช่วยเหลือชาวอุยกูร์ที่ถูกจับ โดยสันนิษฐานว่าอาจเป็นผู้ที่ดูแลด้านการเงินสำหรับช่วยเหลือชาวอุยกูร์ที่ถูกคุมตัวตามห้องกักของ ตม. และบ้านพักของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ โดยเฉพาะเรื่องคดีและอาหารการกิน เนื่องจากต้องรับประทานอาหารฮาลาลตามหลักศาสนาอิสลาม
นอกจากนี้ ยังตั้งข้อสังเกตจากคนที่เคยพบเห็นหรือพูดคุยกับนายอาเดมว่า อาจเกี่ยวข้องในขบวนการจัดทำพาสปอร์ตปลอมเพื่อส่งชาวอุยกูร์บางคนเข้ามาเลเซีย เพื่อเดินทางต่อไปยังประเทศตุรกี เนื่องจาก "พฤติการณ์จะไม่ยอมบอกชื่อจริงกับใคร" โดยจะให้ชื่อหลายๆ ชื่อกับคนหรือหน่วยงานที่เข้าไปติดต่อ จึงไม่มีใครรู้ว่า เอเดมมีชื่อจริงว่าอะไร
ส่วนบุคคลที่ถูกออกหมายจับเพิ่มเติมอีก 2 คนในวันนี้ คือ น.ส.วรรณา สวนสันต์ กับชายไม่ระบุสัญชาติ พบว่า น.ส.วรรณา มีภูมิลำเนาอยู่ในจังหวัดพังงา เป็นผู้ที่เปิดห้องเช่าเลขที่ 9106 ของหอพัก “ไมมูณา การ์เด้นโฮม” ย่านมีนบุรี ให้ชายที่ไม่ระบุสัญชาติซึ่งถูกออกหมายจับเข้าพักอาศัย
การออกหมายจับ สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่เข้าตรวจค้นห้องพักดังกล่าวเมื่อคืนวันที่ 29 สิงหาคม จากการแจ้งเบาะแสของประชาชน และพบของกลางคือ ดินดำ, ปุ๋ยยูเรีย, รถบังคับวิทยุพร้อมรีโมทคอนโทรล, หลอดไฟขนาดเล็ก, นาฬิกาดิจิทัล และน็อตทั้งตัวผู้และตัวเมีย โดยอุปกรณ์เหล่านี้สามารถนำมาทำเป็นระเบิดได้
กล่าวคือ ดินดำ เป็นดินที่ใช้ประกอบและขยายแรงระเบิด, ปุ๋ยยูเรีย สามารถใช้เป็นดินระเบิดได้, รถบังคับวิทยุพร้อมรีโมทคอนโทรล สามารถใช้รีโมทในการกดจุดชนวนระเบิดจากระยะไกลได้, น็อตทั้งตัวผู้และตัวเมีย สามารถใช้เป็นสะเก็ดระเบิดได้, หลอดไฟขนาดเล็ก อาจใช้แทนเชื้อปะทุไฟฟ้าได้, นาฬิกาดิจิทัลและนาฬิกาตั้งเวลา ใช้ในการหน่วงเวลาระเบิด
สำหรับบุคคลที่คาดว่าจะถูกออกหมายจับในลำดับต่อไป ตำรวจได้หลักฐานจากกล้องโทรทัศน์วงจรปิดย่านหัวลำโพง ซึ่งชายเสื้อเหลืองที่ถูกออกหมายจับแล้วเรียกรถไปส่งบริเวณดังกล่าว ก่อนนั่งรถตุ๊กตุ๊กนำระเบิดไปวางที่สี่แยกราชประสงค์
ขณะที่ตัวละครใหม่นี้ เป็น “ชายสวมเสื้อเชิ้ตแขนสั้นสีขาว” สะพายเป้สีเข้มคล้ายเป้ที่ชายเสื้อเหลืองนำไปวางที่ศาลท้าวมหาพรหมแล้วเกิดระเบิด เจ้าหน้าที่เชื่อว่าชายเสื้อขาวอาจเป็นผู้นำระเบิดไปส่งให้ชายเสื้อเหลือง เนื่องจากกล้องจับภาพได้ 2 ช่วง คือ ช่วงแรกที่เดินไป ชายคนนี้สะพายเป้ แต่อีกช่วงหนึ่ง เป็นการเดินขากลับโดยไม่ได้สะพายเป้กลับมา



