ข่าว

ประชามติร่างรธน.

ประชามติร่างรธน.

01 ก.ย. 2558

ประชามติร่างรธน. : มอนิเตอร์ร่างรัฐธรรมนูญ โดย สำนักข่าวเนชั่น

           ขอมองข้ามช็อตวันที่ 6 กันยายนนี้ ซึ่งเป็นวันที่สภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) จะลงมติว่าจะรับร่างรัฐธรรมนูญหรือไม่ เพราะคาดการณ์แล้วว่า คงจะผ่านความเห็นชอบจาก สปช.ไปไม่ยาก จึงจะกล่าวถึงเรื่องการทำประชามติร่างรัฐธรรมนูญ ซึ่งเป็นขั้นตอนต่อไปหลังจาก สปช.รับร่างรัฐธรรมนูญ โดยมีการคาดหมายกันว่าจะเกิดบรรยากาศของการถกเถียง โต้แย้ง จากฝ่ายที่สนับสนุนและคัดค้าน

           ด้วยเหตุนี้คนในรัฐบาล “วิษณุ เครืองาม” รองนายกฯ ดูแลกฎหมาย ได้ออกมาเตือนว่า “การส่งไลน์ หรือ เอสเอ็มเอส ลักษณะยั่วยุ ปลุกระดม รุนแรง ข่มขู่ ก้าวร้าว ทำไม่ได้"

           ดังนั้นถ้าหากตีความกันอย่างเคร่งครัด “ประชามติร่างรัฐธรรมนูญ” คราวนี้ ทุกคนต้องระวังตัวอย่างมาก ทำได้อย่างมากก็แค่การ “แสดงความคิดเห็น” ว่า ร่างรัฐธรรมนูญมีข้อดีและข้อเสียอย่างไรบ้าง

           แต่จะกระทำในลักษณะ “ชี้นำ”- “รณรงค์” - “ปลุกระดม” ให้มีผลต่อร่างรัฐธรรมนูญในทางใดทางหนึ่งไม่ได้ เพราะต้องอยู่ภายใต้ข้อจำกัด ตามประกาศ คสช. ฉบับที่ 7/2557 ที่ห้ามมั่วสุมหรือชุมนุมทางการเมือง ด้วย

           ในเรื่องการทำ “ประชามติ” ล่าสุดคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้ร่างประกาศเรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และระยะเวลาในการออกเสียงประชามติไว้แล้ว โดยจะส่งให้สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) เห็นชอบ ภายหลัง สปช.ลงมติเห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญ

           โดยในร่างประกาศฯ ระบุว่า ให้ กกต.จัดให้มีการแสดงความคิดเห็นโดยอิสระและเท่าเทียมกันทั้งบุคคลฝ่ายที่เห็นชอบหรือไม่เห็นชอบในเรื่องที่จัดทำประชามติ

           การจัดทำประชามติ ให้ กกต.กำหนดวันออกเสียงต้องไม่เร็วกว่า 30 วันและไม่ช้ากว่า 45 วัน นับแต่วันที่ กกต.ส่งร่างรัฐธรรมนูญให้แก่ผู้มีสิทธิออกเสียงได้ไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของครัวเรือนทั้งหมดที่ผู้มีสิทธิออกเสียงมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้าน และการออกเสียงต้องกระทำภายในวันเดียวกันทั่วราชอาณาจักร

           สำหรับการออกเสียง ให้ผู้มีสิทธิออกเสียงกระทำโดยตรงและลับ ด้วยวิธีการกากบาทในบัตรออกเสียงหรือใช้เครื่องลงคะแนน

           และยังมีการเปิดโอกาสให้ร้องคัดค้านได้ หากผู้มาใช้สิทธิออกเสียงจำนวนไม่น้อยกว่าร้อยละ 10 ของผู้มาใช้สิทธิออกเสียงในหน่วยออกเสียงใด เห็นว่าการออกเสียงในหน่วยออกเสียงนั้นเป็นไปโดยไม่สุจริตและเที่ยงธรรม ให้มีสิทธิยื่นคำร้องคัดค้านพร้อมแสดงหลักฐานภายใน 24 ชั่วโมง นับแต่การลงคะแนนออกเสียงสิ้นสุดลง

           นอกจากนี้ยังมีการกำหนดโทษสำหรับผู้ที่ซื้อเสียงเพื่อให้ออกเสียงไปในทางใดทางหนึ่งหรือไม่ออกเสียง มีโทษจำคุกไม่เกิน 10 ปี และปรับไม่เกิน 2 แสนบาท

           ส่วนผู้ที่ขัดขวางการปฏิบัติงานของ กกต. หรือบุคคลที่ กกต.แต่งตั้ง ในการปฏิบัติหน้าที่ดำเนินการออกเสียงประชามติ มีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปีหรือปรับไม่เกิน 2 หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ถ้าการขัดขวางมีการใช้กำลังประทุษร้าย จำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 4 หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ