ข่าว

‘บิ๊กตู่’เชื่อเหตุบึ้มอาจเกี่ยวโยงขนย้าย‘อุยกูร์’

‘บิ๊กตู่’เชื่อเหตุบึ้มอาจเกี่ยวโยงขนย้าย‘อุยกูร์’

31 ส.ค. 2558

‘บิ๊กตู่’เปลี่ยนรถเหตุรถเสียรปภ.ห่วงปลอดภัย เชื่อเหตุบึ้มทำเป็นขบวนการอาจเกี่ยวโยงขนย้าย‘อุยกูร์’ หลังจนท.กวาดล้างหนักโอ่ ตร.-ทหารทำงานคืบ เล็งคุมเข้มบ้านเช่า

           31ส.ค.2558  พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่เปลี่ยนรถยนต์ประจำตำแหน่งในวันเดียวกันนี้ ว่า“ก็รถผมเสีย ทำไมถามประหลาด หาว่าให้หวยอีกหรือ วันนี้วันที่เท่าไหร่ยังไม่รู้เลย”

           ผู้สื่อข่าวถามว่า รถคันที่เอามาใช้ใหม่นี้กันกระสุนหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า คันนี้รถหลวง เขาให้ตนสามารถใช้ได้ตนก็ใช้ ซึ่งกันกระสุนหรือไม่ตนไม่ทราบ

           เมื่อถามว่า ที่เปลี่ยนรถใช้นั้นเกี่ยวข้องกับสถานการณ์ในปัจจุบันหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า“ไม่เกี่ยวหรอก คือต้องเห็นใจทีมรปภ.ของผม เพราะเขามีความเป็นห่วงผม ก็เท่านั้น เพราะบางครั้งผมชอบเดินทางไปตรงนั้นตรงนี้ อย่างบางครั้งเห็นประชาชนผมก็เดินเข้าไปคุยกับเขาเลย ทักทายพูดคุย ซึ่งบางครั้งรปภ.เขาก็มีมุมมองที่ไม่อยากให้เกิดอันตราย เพราะสมัยก่อนก็ไม่มีคนไหนเขาชอบเดินไปอย่างผม ก็ไม่มี แต่ผมเองก็ถือว่าผมทำในสิ่งที่ดี และห้อยพระเยอะๆ”

           ผู้สื่อข่าวถามว่า แล้วรถคันนี้กันกระสุนหรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า“แล้วใครเขาจะบอกกันเล่า ก็ไปลองยิงดูสิ แต่ถ้ายิงก็ติดคุกนะ เรื่องเหล่านี้เป็นเรื่องของการรปภ. ใครเขาจะบอกกัน จะให้บอกหมดเลยอย่างนั้นหรือ”

           ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การให้สัมภาษณ์ของพล.อ.ประยุทธ์ในวันเดียวกันนี้ เป็นการให้สัมภาษณ์ที่พล.อ.ประยุทธ์มีอารมณ์ดี ไม่ฉุนเฉียว ซึ่งเมื่อผู้สื่อข่าวถามว่าวันนี้นายกฯอารมณ์ดีเป็นพิเศษ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า“แล้วจะให้อารมณ์ผมเป็นอย่างไร ก็อารมณ์ดีแล้วยังไง แต่มีคนบอกว่าถ้าอารมณ์ดีก็ไม่ใช่ประยุทธ์”


เชื่อบึ้มทำเป็นขบวนการเล็งคุมเข้มห้องเช่า

           พล.อ.ประยุทธ์ ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าคดีวางระเบิดบริเวณสี่แยกราชประสงค์ ว่า ก็มีความคืบหน้า ไม่ได้คืบหลัง มีการหาความเชื่อมโยงได้มากขึ้นเรื่อยๆ ประกอบด้วยคนหลายกลุ่มหลายฝ่าย แต่ทั้งหมดต้องใช้การสืบสวนสอบสวนหาหลักฐานที่เป็นพยานบุคคล กับวัตถุพยาน ต้องให้เวลาเจ้าหน้าที่ตำรวจอย่าเพิ่งไปลงความเห็นว่า เป็นเรื่องใดเรื่องหนึ่งมันมีคนหลายกลุ่มด้วยกันที่เข้าไปเกี่ยวข้องตรงนี้ ฉะนั้นต้องหาใครบ้างเป็นคนบงการหรือทำเอง หรือทำเรื่องที่มันกว้างกว่าในประเทศทำนองนี้ มันต้องเอาทุกอย่างมา

           “อย่าเพิ่งไปสรุป การประเมินนี่ประเมินนู่น ในเรื่องที่เป็นเรื่องของความมั่นคง มันค่อนข้างจะอันตราย เรื่องนี้เราต้องทำให้ยุติ ปัญหาคืออยากให้ทุกคนแสดงให้เห็นว่ายังมีคนเหล่านี้อยู่ในประเทศไทย มีการจัดหาระเบิด จัดหาหาอะไรได้ในประเทศไทย นี่คือสิ่งที่ต้องให้ความสำคัญ เรื่องนี้มากกว่ามันจะได้ไม่เกิดขึ้นอีก โดยเฉพาะอย่างยิ่งตามแนวชายแดน เจ้าหน้าที่ ทหาร ตำรวจ เขาก็ดูแล แต่อย่าลืมว่าคนเหล่านี้จะไม่เข้าช่องทาง จะข้ามไป ข้ามมานอกช่องทาง ตรงนี้จะทำอย่างไรต้องหาวิธีการ และผมเห็นว่าในพื้นที่กรุงเทพฯ ต้องเช็คการเช่าห้อง บางทีเช่ามาไม่รู้ใคร ถามว่ามีประวัติหรือไม่ ก็ไม่มี คือง่ายๆ เจ้าของสถานที่ก็โอเค เอา ซึ่งปกติแล้วที่ไหนก็ตาม ถ้ามีเรื่องขึ้นมา เขาเช็คได้หมด แต่นี่ถามมีแต่ชื่อ บัตรประชาชนก็ไม่มี อะไรก็ไม่มี ต้องเริ่มจากตรงนี้ เจ้าของกิจการบ้านเช่า อะไรต่างๆก็แล้วแต่ ต้องมีที่ไปที่มา และเรื่องการทำผิดกฎหมาย ถ้าใครรู้อย่าไปคิดว่ากลัว ขอให้แจ้งมาเดี๋ยวเรามีวิธีการปกป้องพยานอยู่แล้ว” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

           พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวอีกว่า ขณะเดียวกันสื่อมวลชน เวลาถ่ายภาพอย่าไปถ่ายพยาน เพราะถ้าถ่ายกันมากๆ พยานเขาก็กลัววันหน้าใครจะไปดูแลเขา ฉะนั้นต้องระมัดระวังการถ่ายรูปเผยแพร่ในสื่อ ไม่ว่าจะเป็น คนขับรถอะไรต่างๆ มันอันตรายกับเขาทั้งนั้น ที่สำคัญเจ้าหน้าที่บางคน ไม่เข้าใจอีก ซึ่งตนได้ย้ำไปแล้วทั้งทางตำรวจและทหาร และการทำงานครั้งนี้เป็นการทำงานร่วมกันของรัฐบาล โดยทหารและตำรวจ ซึ่งทหารจะทำคนเดียวไม่ได้ ทหารเข้าได้เพราะมีมาตรา44แต่เรื่องความรู้ทางกฎหมายต้องใช้ตำรวจ จึงต้องไปด้วยกัน เขาอาจจะแบ่งเป้าหมายก่อนในระยะแรก แต่ลงการบันทึกไปได้น้อย แยกกันไป เมื่อมีมาตรา44พอเริ่มเกิดเหตุก็พอปะทะเจอ ก็มารวมกัน สอบสวนต่อ ไม่ใช่ตำรวจสอบไม่ได้ ทหารสอบได้ ไม่ใช่ ต้องให้เครดิตเขา วันนี้ขอบคุณเจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ ฝ่ายบ้านเมือง ทั้งหมดช่วยกันจนได้คำตอบ นี่คือสิ่งที่เขาทำกันมาตลอดในช่วง10วันที่ผ่านมา เดี๋ยวมันจะรู้ชัดขึ้น ใจเย็นๆ รอให้เจ้าหน้าที่มีหลักฐานเพิ่มเติมก่อนอีกสักนิด ข้อสำคัญอย่าให้มันเกิดขึ้นอีกโดยเฉพาะอย่างยิ่งการสะสมอาวุธสงคราม ท่านก็วิเคราะห์ วิจารณ์กันไปเรื่อย ปีก่อนโน้นเกิดตรงนี้ ตรงนั้น ถ้ามันไม่ใช่ขึ้นมา แนวทางการสืบสวนสอบสวนเขวไปเหมือนกัน

           ผู้สื่อข่าวถามว่าผู้ที่ถูกออกหมายจับเพิ่ม2รายเกี่ยวข้องกับคดีอย่างไร นายกฯ กล่าวว่า เป็นบุคคลที่พบภาพในกล้องและพิสูจน์ได้ว่าน่าจะเกี่ยวข้อง เพราะในช่วงที่เกิดเหตุการณ์ระเบิดเขาอยู่ตรงนั้น ซึ่งเหมือนกับคราวที่แล้ว ไม่รู้จักชื่อ ไม่รู้อะไร แต่มีรูปในกล้องก็ออกหมายจับไปก่อนเดี๋ยวก็หาเจอเอง สมมุติคุณจำเขาไม่ได้ เพราะไม่เคยรู้จักเขา แต่บางคนหน้าตาคล้ายๆ ถึงจะเปลี่ยนหน้า เปลี่ยนใส่แว่น แต่เพื่อนก็จำได้ เดินขากละโผลกกระเผลกจำได้หมด เดี๋ยวก็มา

           เมื่อถามว่าผู้ต้องสงสัยคนแรกที่จับได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับกระบวนการลักลอบขนส่งชาวอุยกูร์หรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ก็มีส่วน คือมันมีส่วนทั้งหมดนั่นแหล่ะ1.ภายในของเรา2.อาจเกี่ยวข้องกับกระบวนการลักลอบขนคนอะไรหรือเปล่า ฉะนั้นอย่าลืมว่าสิ่งที่เราไม่อยากให้บ้านเมืองเป็นจุดพักหรือจุดผ่านในการอพยพ คนต่างๆ ที่ไม่ปกติ ที่เขาเรียกว่าการเคลื่อนย้ายถิ่นฐานโดยไม่ปกติ มันต้องมีคนได้ประโยชน์ และต้องมีกระบวนการในการทำพาสปอร์ต และเข้ามาซุ่มซ่อนรอเวลาที่เหมาะสม แล้วออกนอกประเทศ ดังนั้นตรงนี้ก็เป็นสาเหตุได้เหมือนกัน หากมีความขัดแย้งกัน หรือมีความเข้มงวดจากเจ้าหน้าที่มันก็มีหมด

           เมื่อถามว่าตกลงต้องสงสัยคนแรกที่จับได้สามารถพิสูจน์สัญชาติได้หรือยัง นายกฯ กล่าวอย่างอารมณ์ดี ว่า ตกลงยัง ไม่ตกลง จะให้ตกลงอะไร เขากำลังพิสูจน์อยู่ ในบัตรประชาชนระบุเป็นชาวตุรกี ซึ่งต้องตรวจสอบว่าพาสสปอร์ตนั้นแท้หรือไม่แท้ ปลอมหรือเปล่า ถ้าปลอมก็ต้องหากระบวนการทำพาสสปอร์ตปลอม ฉะนั้นต้องสอบต่อหมด จะหยุดเฉยๆไม่ได้ไม่ใช่ได้ตัวมาแล้วเลิก ต้องมีกระบวนการมาตรการป้องกัน เฝ้าระวัง บ้านเช่า ต้องไล่หมด การรั่วไหลของระเบิด ซีโฟร์ ทีเอ็นที เชื้อประทุไฟฟ้า โรงโม่หินต่างๆ ต้องไล่หมด

           เมื่อถามว่าผู้ต้องสงสัยที่จับได้นั้นพูดภาษาอะไร นายกฯ กล่าวแบบมีอารมณ์ขัน ว่า แหม่ ตนไม่ได้อยู่กับเขาเลยนะ ต้องถามตำรวจ แต่หน้าไม่ใช่คนไทย แต่วันนี้คนหน้าแบบนี้พูดไทยเก่งกว่าพวกสื่ออีก บางคนพูดไทยได้เยอะ ตอนตนไปต่างประเทศบางคนพูดไทยชัดแจ๋ว ยังสงสัยว่าเป็นคนไทยหรือเปล่า ที่ฟิลิปปินส์บางคนพูดไทยชัดแจ๋ว พูดชัดกว่าคนไทยอีก

           เมื่อถามว่าการสอบสวนผู้ต้องสงสัยคนแรกนั้นได้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์หรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ก็มีประโยชน์ถึงได้นำไปสู่คนอื่นได้อีกนี่ไง อย่างน้อยมาจากที่ไหน เดินทางมายังไง ไปเจอกับใคร ตรงไหน ก็ตามไปเรื่อยๆ กล้องซีซีทีวีก็มีอยู่

           เมื่อถามว่าสามารถชี้ชัดว่าเป็นมือวางระเบิดได้หรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ยังชี้ไม่ได้ ต้องพิสูจน์ต่อไป ลักษณะการทำแบบนี้ไม่ใช่คนๆเดียว ต้องมีขบวนการนำพาระเบิดมาวาง มีคนจุด มีอะไรหรือเปล่า คนเดียวจะเดินทะเล่อทะล่า ถือของมาหมดได้อย่างไร และจะไปหามาจากไหน มันต้องมีหลายคน และต้องมีคนไทยด้วยหรือไม่ หรือไม่มีเลย โธ่... จะต้องให้ตนรู้คนเดียว ทุกเรื่องเลยหรืออย่างไร ตั้งแต่เรือรบยันเรือดำน้ำ รู้คนเดียวก็เก่ง

           เมื่อถามว่าแนวทางการติดตามจับกุมตัวมาจากอะไร นายกฯ กล่าวว่า จากกล้อง โดยใช้กล้องตามไปเรื่อยๆ ไปหยุดอยู่ตรงไหน ก็แสดงว่าอยู่แถวนั้นก็ต้องไปสอบหาจากผู้คนแถวนั้น และบ้านเช่าอะไรต่างๆ เป็นหลักการในการสอบสวนอยู่แล้ว

           นายกฯ กล่าวว่า เหตุระเบิดนี้ เจ้าหน้าที่เขาทำตั้งแต่วันนั้นจนวันนี้ โดยมีศูนย์ติดตามสถานการณ์ ที่ให้พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ดูแลและรายงานให้ตนทราบมาโดยตลอดตำรวจทั้งหมดที่เป็นคณะทำงานช่วยกันหมด และวันนี้อยากให้สื่อช่วยกันปรับมาตรฐานในการทำงานเหล่านี้ใหม่หน่อย เวลามีเหตุการณ์เกิดขึ้น ปัญหาสำคัญคือหลักฐานวัตถุพยานอย่าทำให้เกิดความเสียหายสูญหาย เพราะอยากได้ข่าวฉะนั้นต้องมีการป้องกันจะเห็นได้ว่า เวลาต่างประเทศมีเรื่องคนสัมภาษณ์จะอยู่ไกลๆ หันหลังให้ ขณะที่บ้านเราหันหน้าเข้าแทบจะชนวัตถุพยาน วันนี้ต้องขอเถอะ ไม่เช่นนั้นมันคลาดเคลื่อนมีปัญหา อย่าไปทะเลอะกับตำรวจนะ เขาต้องกันพื้นที่

           ผู้สื่อข่าวรายงานว่าภายหลังให้สัมภาษณ์นายกฯ ได้ขึ้นไปยังตึกไทยคู้ฟ้า โดยมีพล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผบ.ตร.เดินทาเข้าพบ ในเวลา15.30น. เพื่อรายงานความคืบหน้าการติดตามคดีดังกล่าว

 

บอกไม่ต้องเคลียร์ปรีชารู้ว่าควรอยู่ตรงไหน

              พล.อ.ประยุทธ์  ให้สัมภาษณ์ภายกรณีเมื่อช่วงเช้าวันเดียวกันนี้พล.อ.ธีรชัย นาควานิช ว่าที่ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) เข้าพบว่า “เขาก็มา มาคารวะเข้าปะกันปกติจะเป็นอะไร ไม่ได้มอบนโยบายกันจะมอบทำไมกันล่ะ เขามีนโยบายของกระทรวงกลาโหมอยู่แล้วแล้วเขาก็เคยเป็นผู้ใต้บังคับบัญชาเก่าของผม เราก็รักกันสนิทกันทุกคนแหละผมรู้จักหมดอยู่แล้ว ใครจะเป็นก็เหมือนกัน สื่อก็อย่าไปเขียนวิพากษ์วิจารณ์ให้มันเสียหายเลย ทุกคนก็มาพูดกับผมว่าเขายินดีทำหน้าที่รักษาความสงบต่อไป พร้อมกับสนับสนุนรัฐบาลในการแก้ไขปัญหา เขาไม่ได้มายื่นคำขาดให้ผมไปสักหน่อย”
 
              เมื่อถามว่าได้มีการเคลียร์ใจกับน้องชายพล.อ.ปรีชา จันทร์โอชา ผู้ช่วยผบ.ทบ.ที่มีชื่อชิงตำแหน่งแต่ไม่ได้เป็นหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า“จะเคลียร์ใคร เคลียร์ทำไม เขาเป็นน้องชายผมผมจะเคลียร์ทำไม เขาก็รู้สถานะเขาอยู่ เขาก็รู้ว่าเขาควรอยู่ตรงไหน รู้มาตั้งนานแล้ว สื่อก็ชอบไปยุแยงให้มันเป็นแบบนี้แบบนั้น ผมก็เคยบอกแล้วไงว่ามันมีเรื่องความอาวุโส ความเหมาะสม เพราะพล.อ.ธีรชัยเขาเป็นรุ่นพี่เขาเป็นพลโทมาก่อน แล้วจะเอาข้างหลังมาแซงหน้ามากๆ ได้หรือไม่ ผมถามว่าวันนี้ใครมาเป็นมันจะต่างกันตรงไหน แล้วการเป็นปลัดกระทรวงกลาโหมมันขี้ไก่มากหรือไง มาบอกว่าเป็นตำแหน่งใส่กรุ สมัยก่อนตำแหน่งพลเอกพลโทเขาได้เป็นกันไหมเล่า กว่าจะนายพลนี่ยากจะตายวันนี้เขาเป็นถึงระดับพลเอกมาบอกเขาจะขึ้นกรุ”


ย้ำลดเวลาเรียนวิชาการหวังเห็นเด็กศึกษานอกตำรา

              พล.อ.ประยุทธ์ ให้สัมภาษณ์ถึงนโยบายการลดระยะเวลาการเรียนภาควิชาการลง ให้เลิกในเวลา 14.00 น. ว่า ใครไปพูดเลิกเรียนบ่ายสองก็ไม่รู้ ตนเห็นหนังสือพิมพ์เขียนลดถึงบ่ายสอง ซึ่งการเลิกเรียนนั้นแล้วแต่โรงเรียน ไปบังคับไม่ได้ เพียงแต่ตนต้องการให้มีเวลาในช่วงบ่าย เพื่อให้เด็กมีเวลาอยู่ด้วยกัน มีเวลาปฏิสันถารกัน มีเวลาเอาเรื่องมาวิเคราะห์วิจารณ์กัน ไปอ่านหนังสือนอกเวลา หรือไม่ก็สอนวิธีการนำสิ่งที่เรียนมาไปทำอย่างไรให้เกิดประโยชน์ในวันหน้า เพราะหากเรียนหนังสืออย่างเดียวทำงานไม่เป็นอีก ไม่รู้จะนำไปสู่การปฏิบัติได้อย่างไร ท่องตำราได้เพียงอย่างเดียว ไม่ได้ ตนจึงบอกว่าการเรียนมี 2 อย่างที่ไปด้วยกันคือ เรียนเพื่อได้ความรู้ เพื่อสอบ เพื่อใบปริญญาฯ ตนไม่ขัดข้อง แต่คำว่าเรียนรู้คือรู้ว่าจะใช้ชีวิตวันข้างหน้าอย่างไร ต้องนำสิ่งนี้มาประกอบกัน