ข่าว

พบหนึ่งในผู้ต้องหาบึ้มออกจากไทยไปแล้ว

พบหนึ่งในผู้ต้องหาบึ้มออกจากไทยไปแล้ว

31 ส.ค. 2558

โฆษกตร.ยันหมายจับบึ้มมี4จ่อเพิ่มอีก ผู้การน.3เตรียมสแกน5พื้นที่รับผิดชอบ ระบุไม่ได้นำตัวชาวปาเลสไตน์ไปสอบ พบหนึ่งในผู้ต้องหาบึ้มออกจากไทยไปแล้ว

             เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 31 สิงหาคม สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.)  พล.ต.ท.ประวุฒิ ถาวรศิริ ผู้ช่วย ผบ.ตร. และโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า ขณะนี้ศาลจังหวัดมีนบุรีได้อนุมัติหมายจับ น.ส.วรรณา สวนสัน หรือ ไมซาเลาะ อายุ 26 ปี ตามทะเบียนบ้านมีภูมิลำเนาอยู่จังหวัดพังงา มีบัตรประชาชน สามารถตรวจสอบตามทะเบียนบ้านได้ ส่วนอีกคนเป็นชายไม่สามารถระบุสัญชาติได้ โดยทั้งสองคนมีส่วนเกี่ยวข้องกันคือ น.ส. วรรณาเป็นผู้ที่เปิดห้องเลขที่ 9106 ภายในอาคารที่พักอาศัยย่านมีนบุรี ให้ชายที่ไม่ระบุสัญชาติพักอาศัย

             ผลจากการตรวจค้นภายในห้องพักพบของกลาง คือ ดินดำ ปุ๋ยยูเรีย รถบังคับวิทยุพร้อมรีโมทคอนโทรล หลอดไฟขนาดเล็ก นาฬิกาดิจิตอล และน็อต ซึ่งวัสดุอุปรณ์เหล่านี้สามารถนำมาทำเป็นระเบิดได้ และมีสะเก็ดที่มีอนุภาพรุนแรง ทั้งนี้มั่นใจว่าทั้งสองคนนี้เป็นขบวนเดียวกันกับเหตุระเบิดที่แยกราชประสงค์และท่าเรือสาทร โดยศาลจังหวัดมีนบุรีได้อนุมัติหมายจับใน ข้อหา “ร่วมกันครอบครองยุทธภัณฑ์โดยไม่ได้รับอนุญาต”

             พล.ต.ท.ประวุฒิ กล่าวอีกว่า สรุปตอนนี้ศาลได้อนุมัติหมายจับผู้ต้องหาที่เกี่ยวข้องกับเหตุระเบิดที่แยกราชประสงค์ และที่ท่าเรือสาทร แล้ว 4 หมายจับ ประกอบด้วย ศาลอาญากรุงเทพใต้อนุมัติหมายจับชายเสื้อเหลือง ที่ก่อเหตุวางระเบิดบริเวณศาลท้าวมหาพรหม แยกราชประสงค์ ,ศาลอาญากรุงเทพใต้อนุมัติหมายจับชายเสื้อสีฟ้าที่ก่อเหตุวางระเบิดที่บริเวณท่าเรือสาทร ใกล้กับสะพานตากสิน และในวันนี้(31 ส.ค.) ศาลจังหวัดมีนบุรี ได้อนุมัติหมายจับ น.ส.วรรณา สวนสัน และชายตามภาพสเก็ตซ์ ยังไม่ทราบสัญชาติ

             พล.ต.ท.ประวุฒิ กล่าวต่อว่า ขณะนี้พนักงานสอบสวนกำลังเร่งรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อขออนุมัติศาลออกหมายจับเพิ่มเติม ส่วนชุดสืบสวนยังคงลงพื้นที่อีกหลายจุดเพื่อตรวจสอบขยายผล แต่ไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้ ซึ่งเรื่องนี้ต้องให้เวลาเจ้าหน้าที่ทำงาน หากมีความคืบหน้าเพิ่มเติมก็จะมีการแถลงต่อสื่อมวลชนให้ทราบทันที ทั้งนี้ขอยืนยันว่า ไม่มีการควบคุมตัวชาวปาเลสไตน์ตามที่เป็นข่าวแต่อย่างใด

             "กระแสข่าวการควบคุมตัวชาวปาเลสไตน์ 4 คน ขอยืนยันว่าทางตำรวจไม่ได้มีการควบคุมตัว แต่ทางทหารไม่ทราบว่ามีการควบคุมตัวหรือไม่ ส่วนชนิดระเบิดที่ตรวจจากวัสดุอุปกรณ์ที่พบจากห้องพักทั้งที่ย่านหนองจอก กับย่านมีนบุรี ตอนนี้ยังไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นระเบิดชนิดทีเอ็นทีหรือซีโฟร์ ขณะเดียวกันทางตำรวจจะมีการลงพื้นที่ไปตรวจสอบอีกหลายจุด ส่วนจะไปที่ไหนบ้างขอปิดเป็นความลับ นอกจากนี้อยากขอความร่วมมือจากเจ้าของอพาร์ทเม้นต์ที่เปิดห้องให้ชาวต่างชาติเช่าพัก ให้มีการก็อปปี้ไฟล์กล้องวงจรปิด หรือ ซีซีทีวี ไว้ เผื่อมีการตรวจสอบ และไม่ปล่อยให้ไฟล์วีดีโอลบหายไปโดยอัตโนมัติ" โฆษก ตร. กล่าว

             โฆษก ตร. กล่าวย้ำด้วยว่า เร็วๆนี้เจ้าหน้าที่เตรียมขอหมายจับผู้ร่วมขบวนการเพิ่มเติมอีก ซึ่งตอนนี้อยู่ระหว่างดำเนินการยังไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้ และยังต้องขอความร่วมมือเจ้าของอพาร์ทเม้นต์และหอพักต่างๆที่มีชาวต่างชาติอาศัยอยู่ ให้ช่วยสังเกต หากมีชาวต่างชาติมีรูปพรรณสันฐานตรงหรือคล้ายตามภาพหมายจับ ให้รีบติดต่อเจ้าหน้าที่เป็นการด่วน เนื่องจากบุคคลเหล่านี้เป็นบุคคลอันตราย

             ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับผู้ต้องหาชาย-หญิง ที่ถูกศาลอนุมัติหมายจับในวันนี้ เป็น 2 ใน 3 คน ที่พนักงานสอบสวนยื่นขออนุมัติหมายจับกับศาลจังหวัดมีนบุรี เมื่อช่วงเย็นวันที่ 30 ส.ค.ที่ผ่านมา ตามที่สื่อได้นำเสนอไปแล้วก่อนหน้านี้ ส่วนชายชาวต่างชาติที่ถูกควบคุมตัวจากห้องพักภายในพูนอนันต์ อพาร์ตเม้นต์ แล้วเจ้าหน้าที่ทหารนำไปสอบสวนใน มทบ.11 ตั้งแต่วันที่ 29 ส.ค.ที่ผ่านมานั้น ยังไม่มีการออกหมายจับ เนื่องจากยังอยู่ในขั้นตอนการสอบสวน

 

พบหนึ่งในผู้ต้องหาออกจากไทยไปแล้ว

             ผู้สื่อข่าวรายงานว่าการตรวจสอบประวัติการเดินทางของ น.ส.วรรณาหนึ่งในผู้ต้องหาตามหมายจับในคดีพัวพันเหตุระเบิดแยกราชประสงค์ ได้เดินทางออกจากไทยไปตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค. 2558 ผ่านทางท่าอากาศยานภูเก็ต โดยในวันดังกล่าวมีภาพปรากฏที่สนามบินภูเก็ตพร้อมกับชายที่มีใบหน้าคล้ายกับภาพสะเก็ตที่ตำรวจออกหมายจับพร้อมกัน ปัจจุบันยังไม่มีประวัติว่าเดินทางกลับเข้ามาในประเทศไทย

             นอกจากนี้จากการตรวจสอบพบว่า น.ส.วรรณา มีประวัติเดินทางไปยังมาเลเซีย โดยข้ามไปทางด่าน อ.สะเดา จ.สงขลา เมื่อวันที่ 23 ตุลาคม 2557 และ เมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม 2557 เดินทางไปยังกัมพูชา ผ่านด่าน อ.คลองลึก จ.สระแก้ว

 

ค้นบ้านที่พังงาญาติยืนยันไม่เกี่ยวข้อง

             เมื่อเวลา 15.00 น.พ.ต.อ. ธรัฐชา ถมปัดม์ รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดพังงา พร้อมด้วย พ.ต.อ. สหรัฐ ศักดิ์ศิลปชัย รองผู้บังคับการสืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรภาค 8 และ นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ และกำลังทหารกองพันทหารราบที่ 2 กรมทหารราบที่ 25 ค่ายรัตนรังสรรค์ จังหวัดระนอง เดินทางเข้าตรวจค้นบ้านเลขที่ 232 บ้านห้วยทรัพย์ หมู่ที่ 6 ต.คุระ อ.คุระบุรี จ.พังงา ซึ่งเป็นที่อยู่ของ น.ส.วรรณา หรือ นางไมซาเลาะห์ สวนสัน อายุ 27 ปี (ตามทะเบียนบ้าน) ที่ศาลจังหวัดมีนบุรีออกหมายจับ พร้อมกับชายชาวต่างชาติ ที่อาศัยในห้องพักที่หอพักไมมูณา ย่านมีนบุรีที่นางสาววรรณาเป็นผู้ทำสัญญาเช่าห้องไว้ให้ ในข้อกล่าวหาครอบครองยุทธภัณฑ์โดยไม่ได้รับอนุญาต โดยเชื่อว่ามีส่วนเชื่อมโยงกับ เหตุระเบิดที่แยกราชประสงค์เมื่อวันที่ 17 สิงหาคมที่ผ่านมา

             โดยทางญาติยินยอมให้เจ้าหน้าที่เข้าตรวจค้นแต่โดยดี แต่ไม่พบตัว โดยญาติผู้ใกล้ชิด น.ส.วรรณา คนหนึ่งแจ้งว่า น.ส.วรรณา ไม่ได้กลับบ้านมานานกว่า 3 เดือนแล้ว และล่าสุดญาติได้ติดต่อโซเชียล มีเดีย และพูดคุยกับ น.ส.วรรณา จนทราบว่าขณะนี้พักอาศัยอยู่ที่ประเทศตุรกี โดยยืนยันไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆและได้ติดต่อกับทางตำรวจกองปราบปรามแล้วและจะรีบเดินทางกลับมามอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจโดยเร็ว

             นายอิบรอเหม คมขำ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 6 กล่าวว่า น.ส.วรรณาได้เรียนหนังสือและทำงานอยู่ในกรุงเทพฯ ก่อนจะพบรักกับชาวตุรกีและเดินทางกลับมาจัดพิธีแต่งงานที่บ้านประมาณหนึ่งปีที่ผ่านมาปัจจุบันมีลูกด้วยกัน 1 คน และได้กลับมาบ้านในช่วงเทศกาลถือศีลอดที่ผ่านมา

             หลังจากนั้นได้แจ้งกับญาติๆว่าจะเดินทางไปบ้านของสามีที่ประเทศตุรกี ส่วนตัวแล้วคาดว่าคงจะไม่มีส่วนรู้เห็นหรือเกี่ยวข้องกับขบวนการนี้ หากมีส่วนเกี่ยวข้องก็คงจะโดนหลอกอย่างแน่นอน

 

ผู้การฯกองปราบปฏิเสธจับ‘วรรณา’  

           พล.ต.ต.อัคราเดช พิมลศรี ผู้บังคับการกองปราบปราม (ผบก.ป.) ชี้แจงว่า  ยังไม่มีการจับกุม น.ส.วรรณาผู้ต้องหาร่วมขบวนการที่ถูกออกหมายจับแต่อย่างใด และยังไม่ได้รับรายงานในเรื่องนี้ เช่นเดียวกับ พ.ต.อ.ภูมินทร์ พุ่มพันธุ์ม่วง ผู้กำกับการ 5 กองปราบปราม (ผกก.5 บก.ป.) ที่ถูกระบุว่าเป็นชุดจับกุม ก็ออกมาปฏิเสธข่าวลือดังกล่าวเช่นกัน แต่อย่างไรก็ตามในส่วนของ กก.5 บก.ป. ยืนยันว่ามีการประชุมชุดสืบสวนตลอดตั้งแต่ช่วงบ่ายที่ผ่านมา โดยปฏิเสธที่จะให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวและมีการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวด


ผู้การน.3เตรียมสแกน5พื้นที่รับผิดชอบ 

             ที่สำนักงานผู้บังคับการตำรวจนครบาล3  พ.ต.อ.อำนาจ อินทรประสาท รอง ผบก.น.3 และโฆษก บก.น.3 เปิดเผยภายหลังการประชุมเพื่อเร่งรัดคดีว่า กรณีการออกหมายจับผู้ต้องหาทั้ง 2 รายคือ น.ส.วรรณา สวนสันต์ อายุ 26 ปี  เจ้าของห้องพักเลขที่ 9106 หอพักไมมูณา ย่านมีนบุรี ที่เจ้าหน้าที่ตรวจพบปุ๋ยยูเรียน พร้อมกับอุปกรณ์อีกหลายรายการ ซึ่งสามารถเป็นเชื้อประทุระเบิดได้ และอีกรายเป็นการออกหมายจับตามภาพสเก็ตช์ ได้ทำการออกหมายจับตั้งแต่เมื่อวันที่ 30 ส.ค. ซึ่งรายละเอียดในการตั้งข้อกล่าวหานั้น ขณะนี้ยังไม่สามารถเปิดเผยได้ ส่วนการจะเรียกเจ้าของอพาร์ทเม้นมาสอบปากคำหรือไม่นั้น  ตามขบวนการสอบสวน จะต้องเรียกผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องมาสอบปากคำอยู่แล้ว 
 
             ทั้งนี้ บก.น.3 มีหน้าที่ในการรวบร่วมพยานหลักฐาน เพื่อส่งให้กับ บช.น. รับไปดำเนินการเท่านั้น และที่มีข่าวว่า มีการจับกุมชาวปาเลสไตน์ จำนวน 4 คนนั้น ตนเองยังไม่ได้รับรายงาน แต่ไม่แน่ใจว่าส่วนอื่นจะนำตัวไปหรือไม่  ส่วนการตรวจพื้นที่หอพัก อพาร์ทเม้นท์  ที่อยู่อาศัย  ทางผู้บัญชาการมีนโยบายอยู่แล้ว แต่ในขณะนี้จะมีการตรวจพื้นที่อย่างเข้มข้นมากขึ้น โดยเฉพาะในเขต  บก.น.3 มีทั้งหมด 5 พื้นที่ได้แก่ มีนบุรี   ลาดกระบัง  ร่มเกล้า  จรเข้น้อย  และหนองจอก ซึ่งในตอนนี้ยังไม่มีข้อมูลในการออกหมายจับเพิ่มเติม ส่วนตนเองไม่ได้รู้สึกกดดันอะไร เพราะทำไปตามหน้าที่อย่างเต็มที่
 
             นอกจากนี้ในช่วงเย็นนี้ (31ส.ค.) ได้เรียกเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทั้งฝ่ายสืบสวนและสอบสวน เพื่อรวบรวมหลักฐาน และรายงานความคืบหน้าของคดี ก่อนจะรายงานไปยังผู้บังคับบัญชาต่อไป

 

ผบ.ตร.เข้าพบนายกฯคาดรายงานคดีบึ้มราชประสงค์

           เมื่อเวลา 15.35น. พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผบ.ตร. เดินทางเข้ามาที่ทำเนียบรัฐบาล และขึ้นไปบนตึกไทยคู่ฟ้า เพื่อพบพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีทันที ซึ่งคาดว่าจะเข้ามารายงานความคืบหน้าในการทำคดีระเบิดที่แยกราชประสงค์และสะพานตากสิน

           อย่างไรก็ตามวันเดียวกัน สำนักโฆษก สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี(สลน.) ได้เผยแพร่ “จดหมายข่าวรัฐบาลเพื่อประชาชน” ปีที่1 ฉบับที่9 วันที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2558 ซึ่งเป็นจดหมายข่าวที่เป็นจดหมายข่าวประชาสัมพันธ์งานของรัฐบาล ที่มีลักษณะเล่มคล้ายหนังสือพิมพ์ขนาดแท็บลอยด์ หรือ A3 จำนวน 12 หน้า พิมพ์4สีทั้งเล่ม โดยฉบับนี้หน้าปกเป็นรูปธงชาติไทยเต็มหน้า และมีข้อความบนหน้าปกว่า “เราจะเติบโตและแข็งแกร่งไปด้วยกัน เพราะที่นี่คือประเทศของเรา บ้านของเรา OUR HOME OUR COUNTRY STRONGER TOGETHER”

           ขณะที่เนื้อหาภายในเล่มที่น่าสนได้ เป็นคอลัมน์ “จากใจนายกรัฐมนตรี” ที่เขียนโดยพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เขียนว่า “เดือนสิงหาคมที่ผ่านมาเป็นช่วงเวลาที่ควรค่าแก่ความทรงจำหลายประการ เมื่อพสกนิกรชาวไทยทุกหมู่เหล่าทั่วประเทศได้โดยเสด็จพระปณิธานของสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช สยามมกุฎราชกุมาร ในกิจกรรม Bike for Mom เพื่อแสดงความจงรักภักดี ความเทิดทูน และความรักที่มีต่อสมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีนาถ พระผู้ทรงเป็นแม่ของแผ่นดิน กิจกรรม Bike for Mom ได้รับการกล่าวขวัญ ชื่นชม ยกย่องไปทั่วโลก เมื่อทุกชาติได้ประจักษ์ในพลังสามัคคีและความภักดีที่คนไทยมีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์อีกทั้งกิจกรรมครั้งนี้ยังได้รับการบันทึกเป็นประวัติศาสตร์โลกอีกด้วย

           พลเอกประยุทธ์ เขียนอีกว่า ในช่วงเวลาต่อเนื่องกันประเทศไทยเผชิญกับเหตุการณ์ไม่คาดฝันที่ทำร้ายชีวิตผู้บริสุทธิ์และก่อให้เกิดผู้บาดเจ็บจำนวนมากจากเหตุการณ์วางระเบิดที่สี่แยกราชประสงค์ ตนและรัฐบาลขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อทุกท่านและทุกครอบครัวที่ได้รับผลกระทบในครั้งนี้ รัฐบาลขอยืนยันที่จะดูแลผู้บาดเจ็บทุกท่านจนกว่าจะปลอดภัยและกลับสู่อ้อมแขนของครอบตัวอันเป็นที่รัก แม้จะเป็นช่วงเวลาแห่งความเศร้าเสียใจ แต่จะไม่เป็นเวลาแห่งความท้อใจหรือตื่นตระหนก การขับเคลื่อนประเทศไทยจะเดินหน้าต่อไปตามแนวทางที่วางไว้ ทุกนโยบายจะต้องนำไปสู่การปฏิบัติ ทุกแผนงานจะต้องมีความคืบหน้า และหน่วยงานด้านความมั่นคงจะต้องทำงานหนักขึ้นเพื่อนำความสงบสุขเชื่อมั่นกลับมาสู่ประเทศไทยเหมือนที่เคยเป็นมา

           “ผมและคณะรัฐมนตรีทุกคนให้คำมั่นว่าจะต้องดำเนินการทุกวิถีทางอย่างสุดความสามารถและดีที่สุด เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุเช่นนี้อีก ผู้กระทำความผิดทั้งหมดจะต้องถูกนำตัวมาลงโทษตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด ผมขอให้คำมั่นกับพี่น้องประชาชนที่รักทุกท่านว่าเราจะต้องผ่านช่วงเวลาแห่งฝันร้ายนี้ไปด้วยกัน เมืองไทยของเราจะต้องเข้มแข็งกว่าที่เคยเข้มแข็ง สามัคคีกว่าที่เคยสามัคคี เราจะเติบโตและแข็งแกร่งไปด้วยกัน เพราะที่นี่คือประเทศของเรา บ้านของเรา ด้วยความมุ่งมั่นตั้งใจครับ” พลเอกประยุทธ์ เขียนในคอลัมน์