ข่าว

‘สมยศ’โชว์เงินสด3ล.มอบให้ทีมสืบคดีบึ้ม

‘สมยศ’โชว์เงินสด3ล.มอบให้ทีมสืบคดีบึ้ม

31 ส.ค. 2558

‘พล.ต.อ.สมยศ’ โชว์เงินสด 3 ล้านบาท เตรียมมอบให้ทีมสืบสวนคดีระเบิด ยันฝีมือตำรวจล้วนๆ เผยสอบชายต้องสงสัยบึ้มให้การเป็นประโยชน์-ขอศาลออกหมายจับเพิ่มอีกหลายราย

 
       31 ส.ค.58 เมื่อเวลา 10.00 น. พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) เปิดเผยถึงผลการสอบปากคำผู้ต้องหา ว่า ผลการสอบปากคำจนถึงขณะนี้ถือว่ามีประโยชน์มาก ทำให้การสืบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สามารถสืบไปถึงบุคคลที่เกี่ยวข้องได้อีกไม่น้อย ซึ่งขณะนี้พนักงานสอบสวนได้ขอศาลอนุมัติหมายจับเพิ่มเติมแล้ว แต่ยังไม่ทราบว่าอยู่ในขั้นตอนไหน และต้องให้ศาลอนุมัติหมายจับ ซึ่งเชื่อว่าการที่พนักงานสอบสวนขอหมายจับ จะต้องมีพยานหลักฐานที่แน่ชัดแล้ว และน่าจะมีทั้งคนไทยและต่างชาติร่วมอยู่ในนี้ด้วย เนื่องจากการที่ชาวต่างชาติจะเข้ามาดำเนินการในไทย จะต้องทราบเส้นทางการเข้าออก การหาที่อยู่อาศัย การหาอุปกรณ์ประกอบระเบิด และการหาเส้นทางหลบหนีหลังการก่อเหตุ หรืออาจจะมีเจ้าหน้าที่รัฐฯ เกี่ยวข้องกับการช่วยเหลือด้วย โดยกระบวนการนี้ มั่นใจว่ามีไม่ต่ำกว่า 10 คน ซึ่งกระบวรการดังกล่าว เข้ามาทำธุรกิจผิดกฎหมายในไทยมานานแล้ว
   
       ส่วนที่มีสื่อรายงานว่า กลุ่มนี้เข้ามาตั้งแต่ปี 2557 นั้น คือ ปีที่เข้ามาอยู่ในไทยแบบมีหลักฐานชัดเจน ส่วนตัวมั่นใจว่า เข้ามาอยู่ในประเทศไทยมานานกว่านี้ และสามารถตัดประเด็นต่างๆ ได้หลายประเด็น แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยกับสื่อได้ ส่วนการที่ผู้ต้องหาเข้ามาอยู่ในย่านหนองจอก คงจะมีเหตุผล อาจจะเป็นความสะดวกในการดำเนินการต่างๆ และการใช้ชีวิตตวามเป็นอยู่ เเต่ส่วนตัวมั่นใจว่า ไม่ใช่การก่อการร้ายข้ามชาติ เพราะการก่อการร้ายข้ามชาติ จะต้องมีกระบวนการมากกว่านี้ ส่วนที่มีกระแสข่าวว่า ควบคุมชาวปาเลสไตน์ได้นั้น ยืนยันว่า ไม่มีการควบคุมตัวแต่อย่างใด และขณะนี้มีผู้ต้องหาที่จับกุมได้เพียงคนเดียว
 
       พล.ต.อ.สมยศ กล่าวอีกว่า สำหรับกรณีหนังสือเดินทางปลอมที่มีจำนวนหลายร้อยเล่ม ทางพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้ให้ความสำคัญเรื่องนี้เป็นอย่างมาก เพราะคาดว่าจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับธุรกิจที่ผิดกฎหมาย ส่วนรายละเอียดเพิ่มเติมจะต้องรอสืบสวนสอบสวนต่อไป และยังไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้มากนัก เพราะเกรงว่าจะเป็นการแหวกหญ้าให้งูตื่น ส่วนข้อกังวลที่ว่า อาจจะมีการก่อเหตุขึ้นอีกในขณะควบคุมตัวผู้ต้องหา ทางรองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง และคณะ ได้ติดตามเรื่องระเบิดอย่างใกล้ชิด โดยมีการประชุมหามาตรการอย่างต่อเนื่อง สามารถมั่นใจได้ว่าจะควบคุมสถานการณ์ได้
 
       ทั้งนี้ พล.ต.อ.สมยศ ได้นำเงินสด จำนวน 3 ล้านบาท มาโชว์กับสื่อมวลชน โดยกล่าวว่า จะมอบเงินสดจำนวน 3 ล้านบาทให้แก่เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมทั้งทีมสืบสวนของ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา รอง ผบ.ตร. และ ทีมของพล.ต.ท.ชัยวัฒน์ เกตุวรชัย รรท.ผบช.ส. พล.ต.ท.ฐิติราช หนองหารพิทักษ์ ผบช.ก. รวมไปถึงเจ้าหน้าที่ตำรวจสันติบาล เจ้าหน้าที่กองปราบ และนครบาล ที่ร่วมกันทำงานจนสามารถคลี่คลายคดีดังกล่าวได้ในที่สุด โดยเป็นฝีมือ เป็นความสามารถของเจ้าหน้าที่ล้วนๆ ที่ได้แบ่งงานกันทำในส่วนต่างๆ ไม่ว่าจะใช้วิธีการสืบสวนวิธีใด หรือใช้เทคโนโลยีใด ก็เป็นผลงานของเจ้าหน้าที่ เป็นผลงานของผู้ใต้บังคับบัญชา
 
       “การจับกุมในครั้งนี้เป็นฝีมือของเจ้าหน้าที่ล้วนๆ ไม่ได้มีใครโทรมาแจ้งเบาะแสว่าตรงนั้นตรงนี้ ไม่ใช่เลย เป็นทีมงานเจ้าหน้าที่ที่แบ่งงานกันทำ จนได้ข้อมูลได้พยานหลักฐานได้เบาะแสมา และผมก็จะมอบให้เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจให้กับผู้ใต้บังคับบัญชาว่า ผู้บังคับบัญชาให้จริง ตอบแทนในความมุ่งมั่น ทุ่มเท และเหนื่อยยากในการสืบสวนคลี่คลายคดี” พล.ต.อ.สมยศ กล่าว
 
 
‘ผบ.ตร.’ เผยสอบชายต้องสงสัยบึ้มให้การเป็นประโยชน์-ขอศาลออกหมายจับเพิ่มอีกหลายราย
 
 
       พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) เปิดเผยอีกว่า ล่าสุดพนักงานสอบสวนอยู่ระหว่างการขออนุมัติจากศาลเพื่อออกหมายจับผู้ต้องหาซึ่งเป็นขบวนการเกี่ยวข้องกับการวางระเบิด เนื่องจากมีหลักฐานยืนยันว่ายังมีผู้ร่วมขบวนการอีกหลายราย แต่ไม่ขอเปิดเผยว่าเป็นใครและมีจำนวนกี่คน ต้องรอให้ศาลอนุมัติหมายจับมาก่อน ทั้งนี้หนึ่งในหมายจับที่พนักงานสอบสวนยื่นต่อศาลเพื่ออนุมัติหมายจับนั้น อาจมีคนไทย เพราะขบวนการนี้เชื่อว่ามีคนไทยเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้อง อาจจะสนับสนุน ให้ความช่วยเหลือ หรือให้ที่พักอาศัย ขณะเดียวยกันเจ้าหน้าที่ก็มีหลักฐานว่าขบวนการนี้เกี่ยวข้องและเชื่อมโยงกันทั้งหมด ทั้งที่ระเบิดแยกราชประสงค์ ท่าเรือสาทร ห้องพักย่านหนองจอก และมีนบุรี โดยเป็นเครือข่ายเดียวกัน
 
       “ขบวนการนี้เชื่อว่ามีมากกว่า 10 คน ส่วนที่บอกว่าเข้ามาไทยตั้งแต่ ม.ค. 57 นั้น ไม่ได้หมายความว่า เขามาวางแผนก่อเหตุตั้งแต่ ม.ค. 57 แต่เรามีหลักฐานการเช่าห้องพัก ม.ค.57 เขาคงไม่ใช่มาวางแผนก่อเหตุเป็นปีๆ และกลุ่มคนเหล่านี้เชื่อว่าเข้ามาในไทยนานแล้วอาจจะก่อนปี 57 ด้วยซ้ำ เข้ามาทำธุรกิจผิดกฎหมาย มีการเข้าออกหลายครั้ง ซึ่งธุรกิจผิดกฎหมายอาจจะเกี่ยวข้องกับคนเข้าเมืองผิดกฎหมาย พวกพาสปอร์ตปลอม” พล.ต.อ.สมยส กล่าว
 
       พล.ต.อ.สมยศ กล่าวอีกว่า สำหรับประเด็นการก่อเหตุยังไม่ตัดประเด็นใดทิ้ง แต่มั่นใจว่าไม่ใช่การก่อการร้ายข้ามชาติอย่างแน่นอน เพราะการก่อการร้ายข้ามชาติ ต้องมีวัตถุประสงค์ มีองค์ประกอบมากกว่านี้ อย่างไรก็ตามจากพยานหลักฐานและแนวทางการสืบสวนทราบว่า คนร้ายกลุ่มนี้มีการเตรียมก่อเหตุในพื้นที่กรุงเทพมหานคร หรือพื้นที่ต่างจังหวัด ซึ่งเรื่องนี้หน่วยงานความมั่นคงมีการประชุมวางแผน เพื่อป้องกันการก่อเหตุและสร้างความมั่นใจให้ประชาชนและนักท่องเที่ยว