ข่าว

มูรินโญสับเปาทำเกมเปลี่ยนเปเยกรินียังนิ่งหงส์เยินคารัง

มูรินโญสับเปาทำเกมเปลี่ยนเปเยกรินียังนิ่งหงส์เยินคารัง

30 ส.ค. 2558

ชูเซ มูรินโญ กุนซือ “สิงโตน้ำเงินคราม” เชลซี ชี้การตัดสินของกรรมการมีผลทำให้เกมเปลี่ยนแพ้ “ปราสาทเรือนแก้ว” คริสตัล พาเลซ 1-2 ในศึกพรีเมียร์ลีกเมื่อวันที่29ส.ค.

            ศึกพรีเมียร์ลีกนัดวันที่ 29 สิงหาคม “สิงโตน้ำเงินคราม” เชลซี แชมป์เก่า เปิดสแตมฟอร์ด บริดจ์ ทำศึกดาร์บีแมทช์กับ “ปราสาทเรือนแก้ว” คริสตัล พาเลซ โดยเกมนี้เจ้าถิ่นไม่มี จอห์น เทอร์รี ที่ติดโทษแบน และยังให้ เปโดร โรดริเกซ ลงสนามเป็นตัวจริงต่อไป

            เกมในช่วงครึ่งแรก เชลซี เปิดเกมรุกเป็นส่วนใหญ่ และน่าจะได้จุดโทษในจังหวะที่ เคิร์ท ซูมา ถูก คอนเนอร์ วีคแฮม ทำฟาวล์ แต่ชวดไป จบครึ่งแรกเสมอกันอยู่ 0-0 ก่อนที่ครึ่งหลัง ทีมเยือนได้ประตูนำก่อนจาก บาคารี ซาโก นาทีที่ 65 ก่อนที่ ราดาเมล ฟัลกัล โหม่งตีเสมอให้ เชลซี ได้ในนาทีที่ 79 แต่อีกแค่ 2 นาทีต่อมา คริสตัล พาเลซ มาได้ประตูชัยในนัดนี้จากการโหม่งของ โจเอล วอร์ด ทำให้ พาเลซ บุกมาพลิกชนะไป 2-1 มีเป็น 9 แต้ม ส่วนเชลซี ยังมีแค่ 7 แต้ม

            หลังจบการแข่งขัน ชูเซ มูรินโญ ผู้จัดการทีมเจ้าถิ่นที่ทำทีมแพ้เป็นนัดที่ 2 ในฤดูกาลนี้ มองว่าการตัดสินของผู้ตัดสิน เกรก พาวสัน ที่ไม่ให้จุดโทษในจังหวะที่ ซูมา โดนทำฟาวล์ เป็นความผิดพลาดและจุดเปลี่ยนของทีม แต่ยังเชื่อว่าทีมจะดีขึ้นได้ และยังมีโอกาสป้องกันแชมป์อยู่ ถึงจะตามทีมกลุ่มหัวตารางอยู่หลายแต้มก็ตาม

            “ผู้ตัดสินทำผิดพลาดครั้งใหญ่ ผมดูทางทีวีในช่วงพักครึ่งแรก มันเป็นจุดโทษอย่างชัดเจนตอนที่สกอร์ยังอยู่ที่ 0-0 และแน่นอนว่ามันมีผลกระทบอย่างมากกับผลการแข่งขัน เรามีแต้มตามหลังทีมนำอยู่ 8 แต้ม และ 7 6 5 แต้มจากทีมอื่นๆ ในลีกอื่นๆ ผมคงบอกว่ามันจบแล้ว แต่ในพรีเมียร์ลีกผมพูดไม่ได้ว่ามันจบแล้วเพราะว่าเมื่อฤดูกาลที่แล้วเรามีแต้มเหนืออันดับ 2 อยู่ 7 แต้มและในเดือนเดียวเราเสียทั้ง 7 แต้มไป นี่คือพรีเมียร์ลีกและผมคิดว่ามันลำบากขึ้น” มูรินโญกล่าว

            นอกจากนี้กุนซือชาวโปรตุเกสยังยอมรับว่าไม่พอใจนักกับฟอร์มการเล่นของผู้เล่น 3 คนที่มีฟอร์มที่ต่ำกว่ามาตรฐานมาก แต่ยังไม่มีความคิดที่จะทุ่มเงินอย่างบ้าคลั่งเพื่อซื้อนักเตะใหม่เข้ามาเสริมทีมก่อนปิดตลาดซื้อขายนักเตะ พร้อมทั้งเชื่อว่าทีมจะมีผลงานที่ดีขึ้นได้ เพราะแผนการทำทีมนั้นเป็นรูปเป็นร่างมานานแล้ว ส่วนความพ่ายแพ้นัดนี้ก็ต้องโทษตัวเองที่ไม่ยอมเปลี่ยนตัวนักเตะที่ไม่อยู่ในฟอร์ม 2-3 คนออกจากทีมไป

            ด้าน “เรือใบสีฟ้า” แมนฯ ซิตี รองแชมป์เก่า เล่นในถิ่นอิติฮัด คว้าชัยชนะรวดเป็นนัดที่ 4 ในฤดูกาลนี้ด้วยการเอาชนะ “แตนอาละวาด” วัตฟอร์ด 2-0 จากประตูของ ราฮีม สเตอร์ลิง นาทีที่ 47 กับ แฟร์นันดินโญ นาทีที่ 56 แต่ มานูเอล เปเยกรินี ผู้จัดการทีมยังนิ่ง ไม่สนใจเรื่องการลุ้นกลับมาเป็นแชมป์มากนัก โดยต้องการให้ทีมเล่นในเกมของตัวเองต่อไป และยังไม่ต้องไปสนใจผลการแข่งขันของเชลซี คู่แข่งทีมสำคัญ

            “ผมไม่ได้คิดถึงสิ่งที่เกิดขึ้นกับเชลซี มันเป็นเรื่องสำคัญที่สร้างช่องว่างระหว่างกันได้ แต่เราเพิ่งอยู่ในช่วงต้นฤดูกาล เราเพิ่งเล่นกันไป 4 นัด จำได้ว่าเมื่อฤดูกาลที่แล้ว เราจบฤดูกาลด้วยการตามหลังเชลซี 8 แต้ม ดังนั้นมันเป็นเรื่องสำคัญที่จะต้องคิดนัดต่อนัด และไม่คิดถึงคู่แข่งทีมอื่นๆ” เปเยกรินีกล่าว

            ขณะที่ “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล ต้องเจอกับความพ่ายแพ้เป็นนัดแรกในฤดูกาลนี้ถูก “ขุนค้อน” เวสต์แฮม บุกมาชนะไป 3-0 จากประตูของ มานูเอล ลานซินี นาทีที่ 3, มาร์ค โนเบิล นาทีที่ 29 และ ดิอาฟรา ซาโก ช่วงทดเจ็บ โดยทั้งสองทีมมีนักเตะถูกใบแดงทีมละคนคือ ฟิลิปเป คูตินโญ ของเจ้าถิ่นนาทีที่ 52 และมาร์ค โนเบิล ของทีมเยือนนาทีที่ 78

            ผลคู่อื่นๆ แอสตัน วิลลา เสมอ ซันเดอร์แลนด์ 2-2 เจ้าถิ่นได้จาก สกอตต์ ซินแคลร์ นาทีที่ 11 กับ 41 ทีมเยือนได้จาก ยาน เอมวิลา นาทีที่ 8 กับ เยเรเมน เลนส์ นาทีที่ 52, บอร์นมัธ เสมอ เลสเตอร์ 1-1 เจ้าถิ่นนำก่อนจาก คัลลัม วิลสัน นาทีที่ 24 ก่อนทีมเยือนตีเสมอจาก เจมี วาร์ดี นาทีที่ 86, นิวคาสเซิล แพ้ อาร์เซนอล 0-1 จากการทำเข้าประตูตัวเองของ ฟาบริซิโอ โคลอชชินี นาทีที่ 52, สโตค แพ้ เวสต์บรอมวิช 0-1 จาก โซโลมอน รอนดอน นาทีที่ 45 และสเปอร์ส เสมอ เอฟเวอร์ตัน 0-0

            สรุปอันดับคะแนน แมนฯ ซิตี 12 แต้ม, คริสตัล พาเลซ 9 แต้ม, เลสเตอร์ 8 แต้ม, แมนฯ ยูไนเต็ด อาร์เซนอล และลิเวอร์พูล 7 แต้ม