ข่าว

‘ซ่อนปม-ไร้ปชต.’ร่างรธน.ใหม่

‘ซ่อนปม-ไร้ปชต.’ร่างรธน.ใหม่

30 ส.ค. 2558

ญาติพฤษภา35ขอ‘บิ๊กตู่’ใช้ม.44 ล้มรธน.ค้านนายกฯคนนอก พบสารพัด‘ซ่อนปม- กลไกพิเศษแก้ไขยาก’ไร้ปชต. 7ก.ย.สปช.จัดงานเลี้ยงอำลาบนเรือหรู

           30ส.ค.2558  ที่ห้องประชุมอนุสรณ์ 14 ตุลา นายอดุลย์ เขียวบริบูรณ์ ประธานคณะกรรมการญาติวีรชนพฤษภา 35 ได้แถลงความเห็นในประเด็นที่มาของนายกรัฐมนตรีคนนอกในร่างรัฐธรรมนูญ (ร่าง รธน.)ว่า ก่อนหน้านี้เคยได้คุยกับ นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ ประธานกรรมาธิการ (กมธ.) ยกร่างรัฐธรรมนูญ ในประเด็นดังกล่าวแล้ว โดยได้ร่วมกันปรึกษาจนได้ความว่า การมาของนายกฯ คนนอกนั้น จะต้องมีเหตุจากวิกฤติทางการเมืองด้วย แต่พอได้เห็นร่าง รธน. ฉบับปัจจุบันกลับ พบว่า เงื่อนไขของการมาของนายกคนนอก อาศัยเพียงแค่ความเห็นชอบ 2 ใน 3 ของสมาชิกผู้แทนราษฎร (ส.ส.) เท่านั้น โดยไม่ได้ระบุเงื่อนไขเรื่องของวิกฤติความรุนแรง จึงทำให้ไม่เห็นด้วยกับเรื่องดังกล่าว

           นายอดุลย์ กล่าวต่อว่า ประสบการณ์ที่ผ่านมา ตนมองว่า เรื่องดังกล่าวจะนำไปสู่ความขัดแย้งถึงขั้นรุนแรงในอนาคตได้ ดังนั้นคระกรรมการญาติพฤษภา 35 จึงขอเรียกร้อง 3 ประการ ประกอบด้วย 1. ขอให้สมาชิกสภาปฏิรูป (สปช.) ทำหน้าที่บอกถึงข้อเสียที่มีอยู่ในร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ว่า เป็นอย่างไร เหมาะสมหรือไม่ ทำไมถึงไม่ดี ไม่ใช่เพียงแต่บอกว่า จะคว่ำหรือไม่คว่ำเท่านั้น อีกทั้งหน้าที่ของ สปช. ไม่มีสิทธิคว่ำร่าง รธน. แต่เป็นหน้าที่ของประชาชนตัดสินด้วยวิธีการลงประชามติ 2.เสนอให้ พล.อ.ประยุทธ จันทร์โอชา หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) และนายกรัฐมนตรี ใช้อำนาจตามมาตรา 44 ล้มล้างรธน. ฉบับนี้ เพื่อแสดงให้เห็นเจตนารมณ์ไม่ต้องการสืบทอดอำนาจ และให้มีการร่างรธน.ฉบับใหม่ที่มีความเป็นประชาธิปไตยมากยิ่งขึ้น 3. ควรรักษาความศักดิ์สิทธิ์ของการทำรัฐประหารให้คงอยู่ต่อไป โดยการไม่ฟอกให้การทำรัฐประหารเป็นเรื่องที่ถูกกฎหมาย ด้วยการมอบอำนาจให้กับนายกฯคนนอก มาแทนที่นายกฯที่มาจากการเลือกตั้ง ทั้งนี้การรัฐประหารนั้นเป็นเครื่องมือที่ใช้ยามจำเป็น ในกรณีที่ฝ่ายการเมืองทำหน้าที่บริหารไม่ดี ซึ่งประชาชนก็ชื่นชอบและเห็นด้วย จึงไม่ควรนำวิธีดังกล่าวมาฟอกให้ชอบด้วยกฎหมาย เพราะจะเป็นการลดความสักดิ์สิทธิ์ลง

           “ทางเครือญาติวีรชนพฤษภา 35 ไม่คัดค้านการรัฐประหาร เพียงแค่เสนอแนะ เพราะขณะนี้ประเทศลำบากมากแล้ว ทุกคนต้องปรองดองต่อกัน ซึ่งหลายคนก็ได้เห็นชอบกับ คสช. ให้ทำหน้าที่ต่อไป รอให้ประชาชนพร้อม ค่อยมีการเลือกตั้ง แต่จากได้เห็นร่างรธน.แล้วก็เกิดคำถามว่า ทำไมต้องมาสร้างความขัดแย้งใหม่ ในเมื่อทุกอย่างเริ่มจะดีขึ้นแล้ว” ประธานคณะกรรมการญาติวีรชนพฤษภา 35 กล่าว


พบสารพัด‘ซ่อนปม- กลไกพิเศษแก้ไขยาก’ไร้ปชต.

           ที่หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร เว็บไซต์ prachamati.org ร่วมกับองค์กรเครือข่าย ได้จัดเสวนา “ความหวังของระบอบประชาธิปไตยภายใต้รัฐธรรมนูญใหม่” เพื่อสร้างความตื่นตัวให้กับสังคมต่อประเด็นต่างๆ ในร่างรัฐธรรมนูญที่ สปช. กำลังจะลงมติรับหรือไม่รับในวันที่ 6 ก.ย.นี้

           นายโคทม อารียา สถาบันสิทธิมนุษยชนและสันติศึกษา มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า ในขณะที่ร่างรัฐธรรมนูญที่เผยแพร่ช่วงเดือนเมษายนเป็น “รัฐธรรมนูญฉบับสำลักคุณธรรม” แต่ร่างรัฐธรรมนูญใหม่ที่เพิ่งเผยแพร่เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาอาจเรียกได้ว่าเป็น รัฐธรรมนูญฉบับจับประชาธิปไตยใส่กรง เมื่อเปรียบเทียบจากร่างที่ผ่านมา เห็นได้ว่า ร่างรัฐธรรมนูญใหม่ยกเลิกสมัชชาคุณธรรมไป แล้วมีการปรับปรุงจนหมวดสิทธิเสรีภาพ โดยเขียนได้คลอบคลุมรอบด้านมากขึ้น อย่างไรก็ตามร่างรัฐธรรมนูญใหม่ใช้หลักคิดว่า การใดจะสำเร็จได้ ต้องใช้อำนาจนำ โดยเฉพาะบทบัญญัติที่เกี่ยวข้องกับ คณะกรรมการยุทธศาสตร์เพื่อการปฏิรูปและการปรองดองแห่งชาติ (คปป.) นั้น เป็นส่วนที่เป็นปัญหามาก มีบทบัญญัติที่ผูกมัดว่า รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งต้องดำเนินการตามแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ และแนวทางที่กำหนดโดย คปป. ทั้งนี้หลายเรื่องยังเหมือนจะซ่อนอยู่ภายใต้ภูเขาน้ำแข็ง จึงต้องติดตามดูต่อไป เนื่องจากบทบัญญัติหลายมาตราบอกว่า ให้เป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด และคณะกรรมาธิการร่างรัฐธรรมนูญจะเป็นผู้ร่างกฎหมายที่เกี่ยวข้องอีกอย่างน้อย 13 ฉบับ

           ด้านนายปูนเทพ ศิรินุพงษ์ อาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวว่า อยากให้ฉายารัฐธรรมนูญฉบับนี้ว่า รัฐธรรมนูญฉบับหนองใน คือ ข้างนอกดูสวย แต่ข้างในอันตราย โดยจุดขายสำคัญ ซึ่งผู้ร่างรัฐธรรมนูญใช้ในการประชาสัมพันธ์ ที่เป็นบทบัญญัติในเรื่องสิทธิเสรีภาพ ถือเป็นจุดขายเดียวกับที่เคยใช้มาแล้วในการรณรงค์ให้รับร่างรัฐธรรมนูญปี 2540 และ ปี 2550 อย่างไรก็ตามตนอยากตั้งข้อสังเกตว่า บทบัญญัติเรื่องสิทธิเสรีภาพเป็นเหมือน ผักชีโรยหน้า หากกลไกต่างๆ ไม่เป็นประชาธิปไตยหรือไม่มีประสิทธิภาพในการคุ้มครองสิทธิเสรีภาพอย่างเพียงพอ

           “ขอตั้งข้อสังเกตว่า ผู้ร่างรัฐธรรมนูญไม่ได้ต้องการใช้ร่างรัฐธรรมนูญนี้เป็นรัฐธรรมนูญถาวร แต่ต้องการให้มีกลไกพิเศษในช่วงเวลา 5 ปี ต่อจากนี้ เพราะผู้ร่างมองว่า ในช่วงนี้น่าจะมีเหตุการณ์สำคัญที่นำไปสู่สถานการณ์ที่ต้องควบคุมให้ได้ นอกจากนั้นจะเห็นได้ชัดเจนว่า หากร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ประกาศใช้แล้ว คงไม่จำเป็นต้องทำรัฐประหารอีก เพราะมีกลไกพิเศษเขียนไว้ในรัฐธรรมนูญเรียบร้อยแล้ว สิ่งที่กังวลมากรัฐธรรมนูญฉบับนี้ถูกออกแบบมาให้แก้ไขได้ยาก ซึ่งจะเป็นปัญหาต่อไปในอนาคต” อ.มธ. คณะนิติศาตร์ กล่าว

           ส่วนนายชลัท ประเทืองรัตนา จากสถาบันพระปกเกล้าฯ กล่าวว่า ร่างรัฐธรรมนูญพยายาม บังคับให้ปฏิรูปและบังคับให้รักกัน เนื่องจากมองว่า นักการเมืองไม่เคยจริงจังกับการปฏิรูปประเทศ ทั้งนี้ตนเห็นว่าเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับการปฏิรูปในร่างรัฐธรรมนูญล้วนเป็นเรื่องที่หลายฝ่ายตั้งความหวังมายาวนานแล้ว แต่ในหลายเรื่อง ก็ต้องรอดูร่างกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับคณะกรรมการยุทธศาสตร์ฯ ซึ่งจะกำหนดรายละเอียดที่ชัดเจนขึ้นต่อไป

 
 7ก.ย.สปช.จัดงานเลี้ยงอำลาบนเรือหรู

           นายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) เปิดเผยว่า จากการที่สปช.จะมีงานเลี้ยงสังสรรค์หลังโหวตรับหรือไม่รับร่างรัฐธรรมนูญในวันที่ 6 ก.ย.นั้น เป็นที่ชัดเจนแล้วว่าจะมีการจัดเลี้ยงในวันที่ 7 ก.ย.โดยเป็นการนัดเลี้ยงสังสรรค์ล่องเรือแม่น้ำเจ้าพระยา โดยเป็นการรับประทานอาหารเย็นบนเรือของเอกชน ซึ่งตนได้ร่วมลงชื่อและจ่ายเงินเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งการจัดงานครั้งนี้ผู้จัดได้เก็บเงินจากสปช.ที่ไปร่วมงานคนละ 1,500บาท แต่ขณะนี้ตนยังไม่แน่ใจว่าจะไปได้หรือไม่ ทั้งนี้เห็นว่าการจัดงานเลี้ยงดังกล่าวถือเป็นเรื่องที่ดี เพราะสปช.แต่ละคนใกล้หมดวาระแล้วจะได้พักผ่อน

           ด้านนายไพโรจน์ พรหมสาส์น สมาชิกสปช.กล่าวว่า ทราบว่าขณะนี้มีสปช.ร่วมลงชื่อไปงานเลี้ยงดังกล่าวจำนวน 160-170 คนแล้ว โดยงานเลี้ยงครั้งนี้ถือเป็นการเลี้ยงอำลาตำแหน่งสปช. และเลี้ยงแสดงความยินดีกับสปช.ที่เป็นนายทหารและได้รับเลื่อนยศ ร่วมทั้งแสดงความยินดีกับนายสุวิทย์ เมษินทรีย์อดีตสปช.ที่ได้เป็นรมช.พาณิชย์ นอกจากนั้น ในงานนี้อาจมีการพูดคุยถึงการตั้งชมรมสปช.ว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไป

 

‘เท้าราน้ำ’ไก่อูติงนักวิจารณครมใหม่
 
 
             พลตรีสรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงกระแสความพยายามของบางกลุ่มที่พยายามวิพากษ์วิจารณ์แบบไร้ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับนโยบายของครม.ใหม่ ไม่แตกต่างจากเดิมหรืออาจซ้ำรอยนโยบายประชานิยมเดิมว่า  เป็นการวิจารณ์ที่ใช้จินตนาการและไร้ความรับผิดชอบ ยืนยันว่าคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ทำงานเข้ากันอย่างราบรื่น บรรยากาศการประชุมครม. ดีเยี่ยม หลังประชุมรัฐมนตรีหลายท่านยังพูดคุยวางแผนนอกรอบ รวมถึงต่อสายคุยกันตลอดเวลา เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนงานตามนโยบายของนายกรัฐมนตรีให้ได้ผลเร็วที่สุด เพราะทุกท่านทราบดีว่าเรามีเวลาจำกัดในการทำงาน
 
             “อยากขอให้บางกลุ่มบางพวกปรานีประเทศบ้าง เรามีศึกนอกคือศึกเศรษฐกิจโลกซึ่งหนักอยู่แล้ว  หากยังต้องมาเจอพวกมือไม่พายเอาเท้าราน้ำและคอยชักใบให้เรือเสียจากภายในอีก ประเทศจะบอบช้ำและน่าเห็นใจที่สุด  หากไม่อาจให้กำลังใจได้ ก็ขอให้สงบใจอยู่นิ่งเฉยๆ อย่าทำลายบรรยากาศการพัฒนาประเทศโดยรวม”
 
             พลตรีสรรเสริญ กล่าวต่อว่า แม้จะมีความพยายามสร้างข่าว หรือปล่อยข่าวสร้างความสับสนในทำนอง นโยบายของรัฐบาลไม่ต่างจากนโยบายแนวประชานิยมในอดีต  รัฐบาลก็ไม่หวั่นไหว เพราะรัฐบาลมีนโยบายชัดเจนคือ มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน ไม่ต้องการทำประชานิยมเพื่อคะแนนเสียง เราอธิบายครั้งแล้วครั้งเล่าว่า รัฐบาลชุดนี้มาเพื่อแก้ปัญหาของชาติ วางรากฐานของประเทศและปฏิรูปประเทศตามโรดแมป  เป็นไปไม่ได้เลยที่รัฐบาลจะย้อนกลับไปทำในสิ่งที่เคยทำลายวินัยการเงิน การคลังของชาติ กัดกร่อนศักยภาพในการพึ่งพาตนเองของประชาชน รวมทั้งเป็นนโยบาย หลอกลวงจอมปลอมหวังผลระยะสั้น แต่สร้างความเสียหายตกไว้แก่ลูกหลานเป็นมรดกบาประยะยาว