ข่าว

‘จักรทิพย์’สั่งทีมสืบควานหาตัวแก๊งบึ้ม5จุด

‘จักรทิพย์’สั่งทีมสืบควานหาตัวแก๊งบึ้ม5จุด

30 ส.ค. 2558

‘จักรทิพย์’สั่งทีมสืบควานหาตัวแก๊งบึ้ม5จุด บุกค้นอพาร์ทเมนท์ย่านมีนบุรีเหลว

            30ส.ค.2558 พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา รอง ผบ.ตร. เปิดเผยความคืบหน้าคดีจับกุมชายชาวต่างชาติเกี่ยวข้องกับระเบิดว่า ทางเจ้าหน้าที่ทหาร และตำรวจได้ทำการสอบปากคำผู้ต้องสงสัยเพื่อขยายผลตลอดทั้งคืนที่ผ่านมา ซึ่งไม่มีปัญหาเรื่องภาษา เพราะตำรวจมีหน่วยงานที่แปลภาษาไว้อยู่แล้ว ส่วนการสืบสวนขยายผลต่อเนื่องในขบวนการนี้ ยืนยันว่า มีมากกว่านี้อีกหลายคนและเชื่อมโยงเหตุระเบิดที่ท่าเรือสาทรอย่างแน่นอน ตอนนี้ได้ส่งชุดสืบสวนสอบสวนลงพื้นที่อีก 4 - 5 จุด เพื่อสอบขยายผลหาตัวผู้ร่วมขบวนการอยู่ในขณะนี้ แต่ไม่สามารถระบุได้ว่าจุดใดบ้าง

            นอกจากนี้ กรณีที่มีสื่อบางฉบับถามว่าการจับกุมครั้งนี้เป็นการจับแพะหรือไม่นั้น พล.ต.อ.จักรทิพย์ กล่าวยืนยันว่า คดีนี้เป็นคดีระดับโลก ไม่สามารถทำเช่นนั้นได้ และต้องให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานอย่างเหนื่อยยาก ไม่ใช่มาตั้งคำถามเช่นนี้ ส่วนประเด็นที่ว่า ได้มีการให้ข่าวว่าอาจมีระเบิดพลีชีพในประเทศไทยเกิดขึ้นนั้น ก็มีความคลาดเคลื่อน ยันยืนว่าไม่เคยให้ข่าวเช่นนั้นแน่นอน และไม่มีกระแสข่าวดังกล่าวเกิดขึ้นในประเทศไทย จึงขอความร่วมมือให้คนไทยช่วยกันเป็นหูเป็นตาในเรื่องลักษณะเช่นนี้ด้วย

            “ส่วนภาพที่เผยแพร่ในสื่อออนไลน์ว่า พบเสื้อกั๊กสำหรับบรรจุระเบิดอยู่ภายในห้องพักของชายชาวต่างชาติที่เกี่ยวข้องกับเหตุวางระเบิดแยกราชประสงค์นั้น สำนักงานตำรวจแห่งชาติขอยืนยันว่า ไม่เป็นความจริง ภาพดังกล่าวไม่ได้เกี่ยวข้องกับเหตุระเบิดในครั้งนี้ และไม่ได้มาจากทางราชการ ขอให้ผู้ที่นำภาพนั้นมาเผยแพร่ ขอให้หยุดการกระทำเพราะอาจทำให้เกิดความวิตกกังวลให้กับสังคมได้ ซึ่งอาจจะเป็นความผิด ตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ” รอง ผบ.ตร.กล่าว


บุกค้นอพาร์ทเมนท์ย่านมีนบุรีเหลว

            เมื่อเวลา 10.00 น.  ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปตรวจสอบภายในอพาร์ทเมนท์ปากซอยเชื่อมสัมพันธ์ 11 ถนนเชื่อมสัมพันธ์ แขวงกระทุ่มราย เขตหนองจอก กทม. เพื่อติดตามความคืบหน้าภายหลังจากทางเจ้าหน้าที่ตำรวจและทหาร ได้สนธิกำลังร่วมกันจับกุมชายชาวต่างชาติลักษณะคล้ายมือวางระเบิดที่ศาลพระพรหม บริเวณแยกราชประสงค์ พร้อมของกลางอุปกรณ์ประกอบระเบิดเป็นจำนวนมาก เหตุเกิดเมื่อวานที่ผ่านมา

            จากการสอบถามผู้ดูแลความเรียบร้อยภายในอพาร์ทเมนท์ดังกล่าวทราบว่า ได้ทำหน้าที่มานานกว่า 10 ปีแล้ว โดยเจ้าของนั้นมีเชื้อสายเป็นชาวตุรกี สร้างห้องพักกว่า 50 ห้อง ปัจจุบันเปิดใช้บริการเพียง 30 ห้องเท่านั้น ซึ่งมีอยู่ 2 แบบ คือ ห้องติดแอร์ราคาเดือนละ 3 พันบาท และห้องธรรมดาราคา 2 พันกว่าบาท โดยเมื่อปี 57 ที่ผ่านมา มีชาวตุรกีเข้ามาเปิดใช้บริการกันแบบครอบครัว มีมากกว่า 20 คน ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ ซึ่งอยู่กันแบบตามปกติ ไม่มีปัญหากับผู้ใด และอัธยาศัยดี กระทั่งเมื่อต้นปี 58 ได้พากันออกไปพักอาศัยที่อื่น

            "หลังจากนั้นเมื่อช่วงต้นเดือนมิถุนายน ที่ผ่านมา มีชายชาวตุรกี 2 คน เดินทางเข้ามาเปิดใช้บริการห้องพัก ซึ่งทั้งสองมีพฤติกรรมชอบเก็บตัว ไม่ยุ่งเกี่ยวกับผู้ใด ออกมาจากห้องเพียงไม่นานแล้วก็เก็บตัว โดยหนึ่งในนั้นมีรูปร่างผอมสูง ผิวขาว มีหนวดเครา และผมหยิกยาวจนถึงท้ายทอย แต่ระยะหลังได้ตัดผมและโกนเคราดูเรียบร้อยเปลี่ยนเป็นคนละคน ซึ่งเชื่อว่าเป็นผู้ต้องสงสัยที่ถูกทางเจ้าหน้าที่เข้าจับกุมเมื่อวานนี้"  ผู้ดูแลความเรียบร้อยภายในอพาร์ทเมนท์ กล่าว

            นอกจากนี้ ยังมีพยานที่อาศัยภายในอพาร์ทเมนท์ดังกล่าว เปิดเผยว่า พบเห็นชายชาวต่างชาติ 2 คน พักอาศัยอยู่ในห้องเดียวกัน โดยหนึ่งในนั้นมีรูปร่างท้วม ผิวสีดำแดง ซึ่งจะเดินทางเข้าออกที่พักอยู่เป็นประจำตามปกติ ส่วนอีกคนที่ถูกจับนั้นชอบเก็บตัว จะออกมาจากห้องเพียงชั่วครั้งชั่วคราวในระยะเวลาสั้นๆ ก่อนกลับเข้าห้องพักไป ซึ่งก่อนหน้านี้ชายคนดังกล่าวมีผมหยิกยาวไว้หนวดเครา แต่ช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา พบว่าได้ตัดผมและโกนหนวดเคราเป็นที่เรียบร้อย

            ต่อมาเมื่อเวลา 11.00 น. ร.ต.ท.นิติพนธ์ วันแก่น รอง สวป.สน.หนองจอก รับแจ้งเหตุพบชายชาวต่างชาติรูปพรรณสัญฐานคล้ายบุคคลต้องสงสัยก่อเหตุลอบวางระเบิดบริเวณศาลพระพรหมใกล้แยกราชประสงค์ หลบซ่อนตัวอยู่ภายในอาคารแมนชั่นซอยเชื่อมสัมพันธ์ 3 แขวงกระทุ่มราย เขตหนองจอก กทม.จึงรุดไปตรวจสอบพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน สน.หนองจอก

            ที่เกิดเหตุเป็นอพาร์ตเมนท์สูง 5 ชั้น ปลูกสร้างในเนื้อที่กว่า 1 ไร่ มีรั้วรอบขอบชิด โดยปกติจะเปิดให้บริการกับบุคคลทั่วไป และนักศึกษาระดับชั้นปริญญาตรีขึ้นไป ซึ่งค่อนข้างเข้มงวดกับผู้ที่จะเข้ามาเปิดห้องพัก

            จากการตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดของอพาร์ตเมนท์ดังกล่าว พบชายต้องสงสัย 2 คน โดยคนแรกลักษณะคล้ายชาวพม่าเดินทางเข้าออกตามปกติอยู่เป็นประจำ ส่วนอีกคนเป็นชาวต่างชาติซึ่งไม่พบพิรุธแต่อย่างใด

            จากการสอบปากคำนิติบุคคลของอาคาร ให้การว่า โดยปกติสถานที่ดังกล่าวค่อนข้างเข้มงวดกวดขันลูกค้าที่เข้ามาเปิดใช้บริการห้องพัก ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นพนักงานของทางบริษัทเอกชนที่ส่งตัวเข้ามา และนักศึกษาระดับชั้นปริญญาตรีขึ้นไป โดยมีผู้ปกครองนำเอกสารมายืนยันอย่างแน่ชัด ส่วนบุคคลต้องสงสัยทั้ง 2 คนนั้น ขอยืนยันว่าเป็นเพียงผู้เข้ามาใช้บริการตามปกติ โดยคนแรกเป็นชาวพม่า ทำงานเป็นพนักงานอยู่ในโรงงานอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ของประเทศญี่ปุ่น ที่ถูกส่งตัวเข้ามาทำงานในเขตพื้นที่รับผิดชอบ ซึ่งทางโรงงานดังกล่าวมักจะส่งพนักงานเข้ามาใช้บริการอยู่เป็นประจำ ส่วนอีกคนเป็นชาวอังกฤษ ประกอบอาชีพเป็นครู สอนที่ย่านมีนบุรี และย่านหนองจอก เข้ามาพักอาศัยได้ประมาณ 2 เดือน ซึ่งทางสถานศึกษาก็ส่งตัวเข้ามาใช้บริการเช่นกัน

            จากนั้นเวลา 12.40 น. พ.ต.อ.สุศักดิ์ ปรักกมะกุล รอง ผบก.น.3 พร้อมด้วย พ.ต.อ.กัญชล อินทราราม ผกก.สน.มีนบุรี พ.ต.ท.อดิศักดิ์ ชูพันธ์ รอง ผกก.ป.สน.มีนบุรี พ.ต.ท.ปิติพงษ์ มณฑา รอง ผกก.ป.สน.มีนบุรี เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน สน.มีนบุรี และทหารสังกัด ร.2 พัน 2 รอ. รวมกว่า 40 นาย ร่วมกันนำหมายศาลจังหวัดมีนบุรีที่ 317/2558 ลงวันที่ 30 สิงหาคม 2558 เข้าตรวจค้นหอพักซอยราษฎร์อุทิศ 25/8 ถนนราษฎร์อุทิศ แขวงแสนแสบ เขตมีนบุรี กทม. ภายหลังจากเมื่อช่วงกลางดึกของวันที่ 29 ส.ค. ที่ผ่านมา ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.สส.บก.น.3 ร่วมกันตรวจค้นหอพักดังกล่าว ก่อนพบว่าภายในห้องพักเลขที่ 9106 บริเวณชั้น 1 มีถุงปุ๋ยยูเรีย จำนวน 2 ถุง และดินเทา จำนวนหนึ่ง ซึ่งเป็นวัตถุนำไปประกอบระเบิด

            ที่เกิดเหตุเป็นหอพักสูง 3 ชั้น ปลูกสร้างแบบตัวแอล แบ่งให้เช่าทั้งรายวัน และรายเดือน มีทั้งหมด 33 ห้อง โดยส่วนใหญ่ผู้ที่เข้ามาเปิดใช้บริการจะเป็นชาวอิสลาม และชาวต่างชาติ จากการตรวจสอบห้องพักได้เพียง 21 ห้องเท่านั้น เนื่องจากส่วนที่เหลือผู้ใช้บริการยังไม่กลับเข้ามาพัก โดยห้องพักเลขที่ 9102 พบสิ่งพิรุธคือ มีหัวแร้งบัดกรี 1 อัน เจ้าหน้าที่จึงเก็บรวบรวมไว้เป็นหลักฐาน ก่อนส่งมอบให้กองพิสูจน์หลักฐานนำไปตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้ง ส่วนห้องพักที่เหลือไม่พบสิ่งผิดกฎหมายแต่อย่างใด ขณะที่มีห้องบางส่วนยังไม่สามารถเข้าตรวจสอบได้ เพราะเจ้าของห้องไม่อยู่ พ.ต.อ.สุศักดิ์ จึงมอบหมายให้ชุดปฏิบัติงานรอจนเจ้าของห้องกลับเข้ามา

            ทั้งนี้ พ.ต.อ.สุศักดิ์ ได้กล่าวขอโทษพร้อมกับอธิบายให้ผู้พักอาศัยฟังว่า สืบเนื่องจากเคยมีเหตุระเบิดมีผู้เสียชีวิตเมื่อ 2 ปีก่อน อยู่ใกล้กับที่พักแห่งนี้ และเมื่อวันที่ 29 ส.ค.ได้จับกุมผู้มีระเบิดย่านหนองจอก อยู่ไม่ไกลจากที่พักแห่งนี้ จึงจำเป็นต้องเข้าตรวจค้นตามยุทธศาสตร์ เอ็กซ์เรย์พื้นที่ต้องสงสัย ประกอบด้วยที่พัก หอพัก อพาร์ทเม้นท์ แมนชั่น โรงแรมที่ต้องสงสัย โดยนำหมายค้นจากศาลมาประกอบ และขอขอบคุณที่ให้ความร่วมมืออย่างดี

            “ผมขอฝากให้ผู้ประกอบการที่พักได้ปฏิบัติตามกฏ ด้วยการขอบัตรประจำตัว เอกสารสำคัญของผู้เข้าพัก เพื่อให้ทางการได้ใช้ตรวจสอบ และให้ติดตามข่าวสารเกี่ยวกับบุคคลต้องสงสัยต่างๆ เพื่อเป็นหูเป็นตาแก่ทางเจ้าหน้าที่ เนื่องจากกำลังตำรวจมีน้อย ต้องขอความร่วมมือจากผู้ประกอบการที่มีอยู่มากมายช่วยกันป้องกันเหตุอีกทางด้วย” พ.ต.อ.สุศักดิ์ กล่าว

 

ชาวบ้านเผยมีหนุ่มตุรกีเช่าหอพักที่ถูกบุกค้น

           ผู้สื่อข่าวได้สอบถามชาวบ้านคนหนึ่งที่อาศัยอยู่ในละแวกหอพักซอยราษฎร์อุทิศ 25/8 ถนนราษฎร์อุทิศ แขวงแสนแสบ เขตมีนบุรี กทม..ซึ่งเจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจค้นในวันนี้ ทราบว่า ก่อนหน้านี้เมื่อประมาณ 1 ปีที่ผ่านมา พบชาวตุรกีทั้งชายและหญิงจำนวนมากเข้ามาใช้บริการภายในสถานที่ดังกล่าว โดยเปิดห้องพักติดเรียงกันมากกว่า 3 ห้อง ซึ่งหนึ่งในนั้นมีชายรูปร่างสันทัด ผิวขาว หน้าตาดี ผมดำหยิกยาวถึงบ่า และหนวดเครารุงรัง เข้ามาพักอาศัยอยู่ด้วย แต่ระยะหลังก่อนเกิดเหตุระเบิดที่แยกราชประสงค์ ประมาณ 4-5 เดือน กลุ่มชาวตุรกีดังกล่าวก็เริ่มทยอยพากันออกไป รวมถึงชายที่ไว้ผมยาวด้วย จึงเหลือชาวตุรกีที่เป็นผู้ชายผิวขาวเหมือนกันเปิดใช้บริการเพียงห้องเดียว หลังจากนั้นชายคนดังกล่าวก็มักจะเดินทางเข้ามาหาเพื่อนที่พักอาศัยอยู่ แต่ไม่บ่อยครั้ง ซึ่งระยะหลังประมาณ 1-2 เดือน ตนเห็นว่าชายคนดังกล่าวได้ไปตัดผมจนสั้น และโกนหนวดเคราออก จนกระทั่งเมื่อวานได้เห็นข่าวในโทรทัศน์ว่า มีการจับกุมตัวผู้ต้องหาคดีเกี่ยวข้องกับระเบิด เมื่อเห็นใบหน้าก็มั่นใจว่า ใช่คนๆเดียวกัน