ข่าว

ประชามติ 'เดิมพัน' อำนาจ

ประชามติ 'เดิมพัน' อำนาจ

30 ส.ค. 2558

คม วิเคราะห์ การเมืองรอบสัปดาห์ : ประชามติ 'เดิมพัน' อำนาจ : โดย...อรรถยุทธ บุตรศรีภูมิ

 
                      ถึงนาทีนี้แล้วทุกคนแทบจะมองข้ามขั้นการลงประชามติรับร่างรัฐธรรมนูญของสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ไปแล้ว เพราะส่วนใหญ่เชื่อว่าร่างฉบับนี้น่าจะผ่านความเห็นชอบไปได้ไม่ยาก เพราะเนื้อหาที่ถูกบรรจุเอาไว้ในนั้นสามารถตอบโจทย์การยึดอำนาจของคณะรักษาความสงบของชาติได้เป็นอย่างดี
 
 
ประชามติ 'เดิมพัน' อำนาจ
 
 
                      ไม่ว่าจะเป็นเรื่องวางระบบที่เอื้อต่อการเกิดรัฐบาลผสม และอาจลามไปถึงรัฐบาลแห่งชาติ "ที่มีคนกลาง” เป็นนายกรัฐมนตรี ผ่านระบบที่เรียกว่า “เลือกตั้งแบบสัดส่วนผสม” และการเปิดทางให้มีนายกฯ ที่ไม่จำเป็นต้องผ่านระบบเลือกตั้ง
 
                      หรือเรื่องการตรวจสอบที่วางไว้ถี่ยิบจากองค์กรตรวจสอบในรูปแบบต่างๆ และบัญญัติห้ามกระทำการในหลายๆ เรื่อง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการบริหารงานหรือบริหารบุคคล ซึ่งถูกทำให้มองว่าสุดท้ายรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งแทบจะกระดิกอะไรไม่ได้ และทำหน้าที่คล้ายธุรการเท่านั้น
 
                      และตามด้วยข้อเสนอสุดโต่งอย่างการจัดตั้ง “คณะกรรมการยุทธศาสตร์การปฏิรูปและการปรองดองแห่งชาติ” ที่ให้อำนาจชนิดที่นักการเมืองมาจากการเลือกตั้งเมื่อถึงคราวก็ต้องอยู่ใต้อาณัติคณะกรรมการชุดนี้..!!!
 
                      จึงไม่แปลกที่หลายฝ่ายจะมองรัฐธรรมนูญฉบับนี้ด้วยความหวาดหวั่นว่าจะเป็นการสืบทอดอำนาจของ คสช. และไม่แปลกอีกเช่นกันที่จะออกมาแสดงความไม่เห็นด้วยและคัดค้านอย่างจริงจัง และลามไปถึงการประกาศว่าจะรณรงค์คว่ำร่างรัฐธรรมนูญในชั้นประชามติ
 
                      ทำให้เราสามารถมองเห็นภาพในอนาคตได้ว่าจากนี้ไปการเมืองจะร้อนแรงขึ้นเพียงใด เพราะทางฝ่ายการเมืองคงยอมไม่ได้ที่จะให้รัฐธรรมนูญฉบับนี้ผ่านออกไปใช้ เพราะอำนาจที่พวกเขามีแต่เดิมก็จะหลุดจากมือไป
 
                      ขณะที่ภาคประชาชนเองก็คงไม่ยอมง่ายๆ เพราะรัฐธรรมนูญเช่นนี้น่าที่จะทำให้นิยามของคำว่าประชาธิปไตยถดถอยด้อยลง ทั้งสองจึงน่าจะคล้ายเป็นแนวร่วมในการรณรงค์ “คว่ำ” ร่างรัฐธรรมนูญ
 
                      แต่ก็แน่นอนว่าประเทศเราไม่มีคนเพียงแบบเดียว เพราะมีอีกหลายคนหลายกลุ่มที่สนับสนุนการทำงานของคณะผู้กุมอำนาจ ซึ่งพอจะทำให้เห็นภาพได้เลาๆ ว่า จากนี้ไปสถานการณ์จะเป็นอย่างไร..???
 
 
ประชามติ 'เดิมพัน' อำนาจ
 
 
                      คำถามคือทำไม คสช.ถึงยอมนำรัฐธรรมนูญฉบับนี้เข้าสู่กระบวนการทำประชามติ ทั้งๆ ที่ไม่ได้ออกแบบไว้เช่นนี้แต่ต้น
 
                      คำตอบคือ 1.มีเสียงเรียกร้องในขณะนั้นค่อนข้างมาก มิใช่เพียงขั้วตรงข้าม หากแต่คนใกล้ชิดก็ยังเห็นด้วยกับการทำประชามติ ไม่เว้นแม้แต่ประธานคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญอย่าง “บวรศักดิ์ อุวรรณโณ” และ 2.หากผ่านประชามติเท่ากับว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้ได้รับการประทับตราจากประชาชน เป็นการสร้างความชอบธรรมให้กฎหมายสูงสุด เพราะจะทำให้พูดได้เต็มปากว่าแม้จะมาจากปลายปากกาของทีมรัฐประหาร แต่ก็ผ่านความเห็นชอบของประชาชน
 
                      นี่จึงเป็นสิ่งที่ทำให้พวกเขายอมนำร่างรัฐธรรมนูญเข้าสู่กระบวนการทำประชามติ และก็ต้องพยายามทำทุกวิถีทางเพื่อให้ให้ร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ผ่านประชามติให้ได้และแน่นอนว่าการรณรงค์ย่อมเป็นสิ่งไม่พึงประสงค์นัก มิใช่เพราะเรื่องการรณรงค์คว่ำร่างเท่านั้น หากแต่รวมไปถึงเรื่องที่อาจจะเป็นความเคลื่อนไหวทางการเมือง ที่ คสช.ระวังเรื่องนี้เป็นพิเศษ
 
                      ทำให้การทำประชามติครั้งนี้จะอยู่ในสภาวะพิเศษ กล่าวคือไม่ให้มีการรณรงค์ใดๆ ทั้งสิ้น ไม่ว่ารณรงค์ให้ “รับ” หรือ “ไม่รับ” โดยอ้างเรื่องการติดคำสั่ง คสช. เรื่องการห้ามเคลื่อนไหวทางการเมือง
 
                      มีการนิยามว่าจาก “วิษณุ เครืองาม” ว่า “รณรงค์” ก็คล้ายการหาเสียงเลือกตั้ง แต่การแสดงความเห็น เช่นสื่อเชิญคนมาแสดงความเห็นนั้นสามารถทำได้
 
 
ประชามติ 'เดิมพัน' อำนาจ
 
 
                      ขณะที่ กกต.ก็เคยเตรียมร่างเรื่องนี้เอาไว้ โดยระบุถึงขนาดที่ว่าหากใครจะรณรงค์ต้องมาจดทะเบียนกับ กกต. ว่าประสงค์ที่จะเป็นผู้รณรงค์ในการประชามติครั้งนี้ แต่สิ่งหนึ่งที่ต้องไม่ลืมคือการรณรงค์นั้น ไม่จำเป็นต้องทำในลักษณะทางการเหมือนในอดีตเช่นการตั้งเวที หรือแจกแผ่นพับเช่นในอดีต หากแต่โลกทุกวันนี้นั้นเปลี่ยนไปแล้ว โลกเชื่อมต่อกันด้วยหลากวิธี เช่น โซเชียลมีเดีย
 
                      ซึ่งทำให้ “วิษณุ” ชี้แจงว่าการรณรงค์ไม่ว่าจะเป็นผ่าน เอสเอ็มเอส ไลน์ ในลักษณะ ปลุกระดม ยั่วยุ ข่มขู่ก้าวร้าว ทำไม่ได้
 
                      คำถามคือการเข้าไปควบคุมเช่นนี้จะทำได้อย่างไร เอสเอ็มเอสอาจจะตรวจสอบได้จากเครือข่ายมือถือที่อยู่ในประเทศ แต่เครือข่ายสังคมออนไลน์ที่มีฐานอยู่นอกประเทศ จะทำอะไรได้หรือ เพราะอย่างไลน์ก็เคยปฏิเสธที่จะให้ข้อมูลต่างๆ กับรัฐบาลไทยแม้จะขอไปหลายครั้ง
 
                      และนอกจากความสัมพันธ์แบบออนไลน์แล้วโลกนี้ยังเชื่อมต่อกันด้วยความสััมพันธ์แบบดั้งเดิมที่ไม่จำเป็นต้องลงทะเบียน หรือถูกบันทึกด้วยวิธีไหนด้วยซ้ำไปอย่างวิธีปากต่อปาก กลุ่มผู้มีอำนาจจะเข้าไปจัดการกับคนทุกคนได้หรือ
 
                      แต่แม้ว่าจะได้ไม่หมด ก็ต้องยอมรับฝ่ายที่จะรณรงค์ให้ไม่รับร่างก็มีความเสียเปรียบอยู่ไม่น้อย เพราะเอาแค่พื้นฐาน เอกสารที่จะแจกไปตามครัวเรือนนั้น ก็เหมือนเหน็บแผ่นโฆษณาชวนเชื่อความดีงามของร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ติดไปด้วยอยู่แล้ว
 
                      เพราะนอกจากร่างฉบับเต็มแล้ว ยังมีร่างสรุป ซึ่งคงไม่เขียนถึงข้อเสียของร่างสรุปลงไปอย่างแน่นอน
 
                      และประชามติครั้งนี้คงจะออกมาอย่างแปลกประหลาดเป็นที่สุด เปรียบได้กับ “การเลือกตั้งที่ห้ามหาเสียง”
 
 
ประชามติ 'เดิมพัน' อำนาจ
 
 
                      อย่างไรก็ตามแม้จะใช้ทุกองคาพยพแต่ก็ต้องลุ้นว่ารัฐธรรมนูญจะผ่านประชามติหรือไม่ เพราะให้ลองนึกถึงรัฐธรรมนูญ 2550 ที่ขนาดตอนนั้นมีเพียง “เพื่อไทย” หนุนให้คว่ำร่าง ผลที่ออกมายังสูสี แต่นี่ประชาธิปัตย์ทำท่าจะร่วมด้วยงานยิ่งหนักขึ้นไปอีก และเชื่อว่าหากพรรคการเมืองเคลื่อนไหวเอง รูที่อุดไว้ก็คงไม่เพียงพอ
 
                      อย่างไรก็ตามสิ่งที่น่าสงสัยตามมาคือ หากพรรคการเมืองทำสำเร็จคือ “คว่ำ” ร่างรัฐธรรมนูญลงได้ในชั้นประชามติแล้วจะทำอย่างไรต่อไป เพราะ คสช.เองก็อุดช่องเอาไว้แล้ว โดยระบุว่าจะให้ตั้งกรรมการยกร่างรัฐธรรมนูญขึ้นมาใหม่ หากรัฐธรรมนูญไม่ผ่านไม่ว่าขั้นตอนใด
 
                      เรื่องนี้ต้องถือว่ามีการทำอย่างเป็นขั้นเป็นตอน มีการมองว่าต่อให้ร่างกี่ครั้งก็จะรณรงค์ให้คว่ำร่างทุกครั้งและกดดันให้สุดท้ายต้องนำรัฐธรรมนูญในอดีตฉบับใดฉบับหนึ่งมาใช้ และเปิดทางไว้ว่า หากมีรัฐบาลปกติแล้วให้มีกระบวนการร่างรัฐธรรมนูญใหม่ โดยใช้ตัวแบบการยกร่างรัฐธรรมนูญ 2540
 
                      ขณะที่ คสช.เองคงไม่ชอบมากนักเพราะหากยอมให้เป็นเช่นนั้นก็เท่ากับว่าการทำรัฐประหารที่ผ่านมานั้น ไม่มีอะไรการันตีความสำเร็จ และอาจจะเข้าข่าย “เสียของ” ตามคำนิยามของพวกเขา อีกทั้งมีความเสี่ยงที่กลุ่มอำนาจของเขาจะสูญเสียสถานะก็มีความเป็นไปได้สูง
 
                      ดังนั้นประชามติครั้งที่กำลังจะมาถึงนี้ เราจะได้เห็นการชิงไหวชิงพริบของแต่ละฝ่าย และคงสู้กันชนิดเต็มกำลังทั้งบนดินและใต้ดิน เพราะศึกนี้เดิมพันด้วยอำนาจของแต่ละฝ่ายอย่างชัดเจน !
 
 
 
 
 
--------------------
 
(คม วิเคราะห์ การเมืองรอบสัปดาห์ : ประชามติ 'เดิมพัน' อำนาจ : โดย...อรรถยุทธ บุตรศรีภูมิ)