
ผบ.ตร.ส่งตร.-อาสาฯแฝงตัวหาข่าวบึ้ม
29 ส.ค. 2558
ผบ.ตร. เรียกประชุมคดีระเบิด ราชประสงค์-ท่าเรือสาทร เผยส่งตร.นอกเครื่องแบบ-อาสาฯแฝงตัวหาข่าวบึ้ม คาดคนไทยร่วมชาวต่างชาติก่อเหตุ มั่นใจจับได้เร็วๆนี้
ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.) เมื่อเวลา 08.00 น.วันที่ 29 สิงหาคม 2558 พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง (ผบ.ตร.) เรียก พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา รอง ผบ.ตร. ,พล.ต.ท.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล ผบช.น. ,พล.ต.ท.ชัยวัฒน์ เกตุวรชัย ผบช.ส. ,พล.ต.ต.รณศิลป์ ภู่สาระ รอง ผบช.ก. , พล.ต.ต.ชาญเทพ เสสะเวช รองผบช.น. ,พล.ต.ต สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข รอง ผบช.น. , พล.ต.ต.ชยพล ฉัตรไชยเดช ผบก.น.6 และเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดคลี่คลายคดีระเบิดทั้ง 2 จุดร่วมประชุมหารือและสรุปความคืบหน้าคดีดังกล่าวให้ที่ประชุมทราบ
พล.ต.อ.สมยศ กล่าวว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ใช้วิธีการให้ตำรวจนอกเครื่องแบบและอาสาสมัครที่มีความรู้ความชำนาญด้านภาษา ลงพื้นที่แฝงตัวในหมู่นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ ทั้งในแหล่งท่องเที่ยวและแหล่งที่พักอาศัยของชาวต่างชาติเพื่อหาข่าวและข้อมูลของคนร้ายที่ก่อเหตุระเบิด การสอบสวนพยานทุกคน ตลอดจนสรุปความคืบหน้าในการตรวจสอบกล้องวงจรปิดทั้งของภาครัฐและเอกชน การนำอุปกรณ์พิเศษที่ได้รับการช่วยเหลือสนับสนุนจากต่างประเทศและบริษัทเอกชนต่างๆ ผลเป็นที่น่าพอใจว่าจากความมุ่งมั่นและทุ่มเทในการคลี่คลายคดีของเจ้าหน้าที่
“คดีมีความคืบหน้าไปมาก จนทำให้สามารถทราบถึงกระบวนการและกลุ่มผู้ต้องสงสัยที่มีทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติที่ร่วมกันก่อเหตุโดยมีความชัดเจนมากขึ้นว่า คนร้ายน่าจะมีหลายคนทำเป็นกระบวนการมีการแบ่งหน้าที่กันทำ และน่าจะมีทั้งคนไทยและชาวต่างชาติ จึงได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ ชุดดังกล่าวเร่งทำการสืบสอบสวนและติดตามจับกุมคนร้ายมาดำเนินคดีให้ได้โดยเร็วเพื่อเป็นการสร้างความเชื่อมั่นให้กับพี่น้องประชาชน และต่างชาติ และ มั่นใจว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจจะสามารถจับกุมคนร้ายได้ในเร็วๆนี้” พล.ต.อ.สมยศ ระบุ
‘โฆษก ตร.’ เผยผล DNA แบงก์ยี่สิบใช้เป็นหลักฐานเทียบจับมือบึ้ม-ผู้ต้องสงสัยได้ ไม่สรุปหนีออกไทยหรือยัง
29 สิงหาคม 2558 พล.ต.ท.ประวุฒิ ถาวรศิริ ผู้ช่วย ผบ.ตร. และโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวถึงกรณีผลตรวจหลักฐานที่เป็นธนบัตร ฉบับละ 20 บาท ของคนร้ายที่ก่อเหตุวางระเบิดแยกราชประสงค์ ว่า มีผลตรวจสอบออกมาแล้ว โดยพบดีเอ็นเอ และลายนิ้วมือบางส่วนแล้ว แต่ไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้ หากลายนิ้วมือเป็นคนในประเทศไทยก็จะใช้วิธีเปรียบเทียบลายนิ้วมือได้ แต่หากเป็นของคนต่างชาติจะไม่มีระบบเปรียบเทียบดังกล่าว ส่วนดีเอ็นเอ นั้น ประเทศไทยก็ไม่มีฐานข้อมูลดีเอ็นเอ ของแต่ละบุคคล
“ผลตรวจสอบครั้งนี้ยังไม่สามารถนำไปสู่ตัวคนร้ายได้ แต่จะใช้เป็นหลักฐานในกรณีที่จับคนร้าย หรือผู้ต้องสงสัย โดยจะนำมาเทียบเคียงกับผลที่เรามี ในส่วนการติดตามตัว ขณะนี้เจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบทุกช่องทางตามปกติ ซึ่งยังไม่พบออกนอกประเทศ แต่คนร้ายสามารถที่จะลักลอบออกไปโดยเส้นทางอื่นได้ ตอนนี้จึงยังไม่สามารถสรุปได้ว่า คนร้ายยังอยู่ในไทย หรือหลบหนีออกไปแล้ว” พล.ต.ท.ประวุฒิ กล่าว
พล.ต.ท.ประวุฒิ กล่าวอีกว่า ได้ประสานร่วมกันกับประเทศสิงคโปร์เกี่ยวกับด้านการข่าว ซึ่งตอนนี้ยืนยันได้ว่ายังไม่พบข้อมูลกลุ่มเคลื่อนไหวแต่อย่างใด ส่วนเหตุระเบิดที่บริเวณท่าเรือสาทร หลังศาลอาญากรุงเทพใต้ได้อนุมัติหมายจับชายเสื้อสีฟ้า ที่ปรากฏในกล้องวงจรปิดนั้น มีความชัดเจนแล้วว่า สิ่งที่คนร้ายใช้เท้าเขี่ยหรือยันทิ้งลงไปในน้ำนั้น คือ ระเบิด แต่ภาพลักษณะหน้าตาที่ปรากฏยังระบุตัวบุคคลยาก เนื่องจากมีความคมชัดน้อยมาก หลังจากนี้จะหาวิธีทางเทคนิคเพื่อทำให้ภาพชัดขึ้น อย่างไรก็ตามสำหรับการเฝ้าระวังจุดเสี่ยงยังดำเนินการต่อเนื่อง โดยเฉพาะแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ ซึ่งได้ส่งตำรวจและทหารนอกเครื่องแบบเฝ้าดูพฤติกรรมต้องสงสัย รวมถึงประสานเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของห้างสรรพสินค้าต่างๆ ช่วยดูแลความปลอดภัยร่วมกัน



