ข่าว

‘นายกฯ’สั่งปภ.รับมือมรสุมเข้าไทย30ส.ค.-3ก.ย.

‘นายกฯ’สั่งปภ.รับมือมรสุมเข้าไทย30ส.ค.-3ก.ย.

29 ส.ค. 2558

‘สรรเสริญ’ เผย ‘นายกฯ’ สั่ง ปภ.เตรียมรับมือมรสุมเข้าไทย 30 ส.ค.- 3 ก.ย.นี้ ห่วง ‘21 จว.เหนือ-อีสาน’ เสี่ยงฝนตกหนัก-ดินถล่ม กำชับดำเนินการ 4 ขั้นตอน

 
        29 ส.ค.58 พลตรีสรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี แสดงความเป็นห่วงพี่น้องประชาชนในพื้นที่ ภาคเหนือและตะวันออกเฉียงเหนือ รวม 21 จังหวัด ที่อาจได้รับผลกระทบจากฝนตกหนัก และดินโคลนถล่ม ในช่วงวันที่ 30 ส.ค. ถึง 3 ก.ย.นี้ โดยได้กำชับให้กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เตรียมความพร้อมในการช่วยเหลือพี่น้องประชาชน รวมทั้ง ประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงรับทราบข้อมูลล่วงหน้าให้เร็วที่สุด ซึ่งนายกฯ เป็นห่วงว่า ขณะนี้อยู่ในช่วงหน้าฝนและดินอุ้มน้ำมานานพอควรแล้ว หากเกิดพายุฝนหนักอีก อาจส่งผลให้บางพื้นที่เสี่ยงกับดินโคลนถล่ม จึงสั่งการให้ทุกหน่วยเตรียมพร้อม และมีมาตรการทำงานที่ชัดเจนรัดกุม ขณะเดียวกันรัฐบาล อยากขอความร่วมมือพี่น้องประชาชน ได้ปฏิบัติตามประกาศเตือนของเจ้าหน้าที่อย่างเคร่งครัด เพื่อลดโอกาสความสูญเสียด้วย 
 
        โฆษกประจำสำนักนายกฯ กล่าวอีกว่า ทั้งนี้กรมอุตุนิยมวิทยา คาดว่า ในช่วง 30 สิงหาคม- 3 กันยายน 2558 ร่องความกดอากาศต่ำหรือร่องมรสุมพาดผ่านตอนบนของภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ประกอบกับลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทย มีกำลังแรงขึ้น ซึ่งจะส่งผลให้ประชาชนบริเวณภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือเสี่ยงต่ออันตรายจากฝนตกหนักในระยะนี้ โดยในส่วนของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ได้ออกประกาศแจ้งเตือน 5 ศูนย์เขตและ 21 จังหวัดภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ได้แก่ จังหวัดสกลนคร มุกดาหาร นครพนม อุดรธานี หนองคาย บึงกาฬ เลย หนองบัวลำภู ตาก พิษณุโลก อุตรดิตถ์ สุโขทัย เพชรบูรณ์ ลำปาง เชียงใหม่ ลำพูน แม่ฮ่องสอน เชียงราย พะเยา แพร่ น่าน ให้เตรียมความพร้อมป้องกันและแก้ปัญหาอุทกภัย วาตภัย และดินโคลนถล่ม อันเนื่องจากฝนตกหนัก และคลื่นลมแรง ในช่วงเวลาเดียวกัน   
 
        พล.ต.สรรเสริญ กล่าวอีกว่า มาตรการที่กำหนดให้ทั้ง 21 จังหวัด ดำเนินการมี 4 ขั้นตอน ประกอบด้วย 1.แจ้งเตือนประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณที่ลาดเชิงเขา ที่ราบต่ำริมน้ำไหลผ่าน และพื้นที่เสี่ยงภัย ให้ทราบเกี่ยวกับภัยอันเกิดจากฝนตกหนัก และคลื่นลมแรง
 
        2.ให้กำชับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องติดตามตรวจสอบท่อและทางระบายน้ำในเขตเมือง เขื่อน ฝาย อ่างเก็บน้ำ คันกั้นน้ำและสถานที่ท่องเที่ยวที่คาดว่าประชาชนจะไปใช้บริการจำนวนมาก รวมทั้งใช้ประโยชน์จาก มิสเตอร์เตือนภัยที่ประจำอยู่ในหมู่บ้านเสี่ยงภัย ให้แจ้งข้อมูลสถานการณ์ภัยที่เกิดขึ้นให้กับศูนย์อำนวยการเฉพาะกิจได้รับทราบโดยเร็ว เพื่อดำเนินการช่วยเหลือประชาชนให้ทันต่อสถานการณ์  
 
        3.ดำเนินการตามขั้นตอนของแผนการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด ให้สามารถช่วยเหลือประชาชนได้ทันที
 
        และ4.รายงานผลการปฏิบัติงานในการเตรียมความพร้อมรับสถานการณ์ให้กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย รับทราบต่อไป
 
 
‘สรรเสริญ’ เผยสอบบึ้มราชประสงค์คืบหน้า เหลือผู้บาดเจ็บรักษาตัว 36 ราย
 
 
        พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงว่า ขณะนี้ ยังคงมีผู้บาดเจ็บที่พักรักษาตัวอยู่อีกเพียง 36 ราย ซึ่งผู้รับผิดชอบยังคงให้การดูแลอย่างดีที่สุด ด้านการสืบสวนสอบสวนคดี สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้ให้ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการสืบคดีล่าสุดว่า ยังคงมีความก้าวหน้าตามลำดับห้วงเวลา การสืบทางเทคนิค ทั้งจากกล้อง CCTV หรือผลพิสูจน์จากงานด้านนิติวิทยาศาสตร์ ถูกเก็บบันทึกเพื่อใช้เป็นฐานข้อมูลสำคัญ ในการเปรียบเทียบพิสูจน์ทราบบุคคลต้องสงสัยดำเนินการไปเกือบครบถ้วนแล้ว การสืบด้วยข้อมูลทางด้านสังคม การดำเนินชีวิต เช่น การคัดกรองผู้เข้าพักอาศัยในพื้นที่หรือชุมชนต่างๆ อยู่ระหว่างการดำเนินการในลักษณะปูพรมในทุกๆ พื้นที่ ด้วยกำลังจากตำรวจ ทหาร ฝ่ายปกครอง/รวมถึงการให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์จากพี่น้องประชาชน ซึ่งในส่วนนี้จำเป็นต้องใช้เวลา เพื่อให้ผลลัพธ์มีความสมบูรณ์มากที่สุด และเจ้าหน้าที่ตำรวจมั่นใจ พอจะมองเห็นเค้าลางบางส่วนแต่คงต้องรอองค์ประกอบอื่นๆ มาสนับสนุนอย่างเพียงพอ ซึ่งความคืบหน้าทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) จะแจ้งให้ทราบต่อไป
 
        พล.ต.สรรเสริญ กล่าวอีกว่า สำหรับการดูแลความปลอดภัยต่อบุคคล และสถานที่ยังคงมีการปรับให้เกิดความเหมาะสมโดยหน้าที่ ทหารและตำรวจ อย่างดีที่สุด ขอขอบคุณผู้ที่ได้แจ้งข้อมูลเบาะแสต่างๆ มายังศูนย์ติดตามสถานการณ์ คสช. ผ่านโทรศัพท์สายด่วน 1515 ซึ่งข้อมูลดังกล่าวบางส่วนมีประโยชน์และได้ถูกส่งมอบให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องดำเนินการต่อไปแล้ว