ข่าว

วิกฤติการณ์ผู้อพยพในยุโรป

วิกฤติการณ์ผู้อพยพในยุโรป

30 ส.ค. 2558

เปิดโลกวันอาทิตย์ : วิกฤติการณ์ผู้อพยพในยุโรป : โดย...บุญรัตน์ อภิชาติไตรสรณ์

 
                      ถ้าไม่เรียกว่ากรรมสนองทันตาเห็น ก็ยากจะสรรหาคำใดมาอธิบายปรากฏการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นในทวีปเก่ายุโรปจนปั่นป่วนเดือดร้อนไปทั่วทุกหัวระแหง จากผลการจับมือกับพญาอินทรีผยองอเมริกาไปเข่นฆ่าประชาชนผู้บริสุทธิ์ในตะวันออกกลางโดยเฉพาะที่อิรัก อัฟกานิสถาน ซีเรียและเยเมน กระทั่งคลื่นมนุษย์กว่าแสนคนต้องหนีตายลอยเรือไปขึ้นฝั่งที่ทวีปเก่าหวังจะไปเริ่มชีวิตใหม่ที่สดใสกว่าเดิม แม้ว่าจะเสี่ยงจมทะเลเหมือนผู้เคราะห์ร้ายเกือบ 3,000 คนก็ตาม
 
                      ผลก็คือ ขณะนี้ยุโรปกำลังเผชิญกับวิกฤติผู้อพยพครั้งใหญ่เป็นประวัติการณ์นับตั้งแต่หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 เป็นต้นมา 
 
                      จากข้อมูลขององค์กรชายแดน ฟรอนเท็กซ์ ที่มีหน้าที่ควบคุมชายแดนของสหภาพยุโรป (อียู) เผยว่า แค่ 6 เดือนของปีนี้ มีผู้อพยพทะลักไปยังยุโรปแล้วเกือบ 3.4 แสนคน หรือมากกว่าช่วงเดียวกันของปีที่แล้วถึง 175% เฉพาะเดือนกรกฎาคมต่อเนื่องถึงสิงหาคม เพียงเดือนเดียว มีผู้อพยพล่องเรือขึ้นฝั่งที่อิตาลี กรีซ และหลายประเทศในแถบคาบสมุทรบอลข่านทะลุหลัก 1 แสนคนเป็นครั้งแรก จนทำให้ประเทศหน้าด่านเหล่านี้ซึ่งประสบปัญหาเศรษฐกิจอยู่แล้วตกอยู่ในภาวะ “เตี้ยอุ้มค่อม” แม้ว่าอียูอนุมัติเงินช่วยเหลือจำนวน 2,400 ล้านยูโร แต่ก็เป็นเพียงการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าเท่านั้น ตราบใดที่รากลึกของปัญหายังไม่ได้รับการแก้ไขให้ตรงจุด
 
 
วิกฤติการณ์ผู้อพยพในยุโรป
 
 
                      สุดท้ายก็ก่อให้เกิดเป็นปฏิกิริยาลูกโซ่เหมือนนิวเคลียร์มนุษย์ขนาดย่อมๆ ถล่มยุโรป เมื่ออิตาลี กรีซและมาซิโดเนีย ประเทศด่านหน้าไม่สามารถแบกรับภาระได้อีกต่อไปจึงผลักดันให้ข้ามแดนอพยพต่อไปที่เซอร์เบีย ฮังการี ซึ่งก็รีบผลักภาระไปยังเยอรมนี ฝรั่งเศส และอังกฤษ จนต้องรีบหามาตรการสกัดกั้นไม่ให้ผู้อพยพเข้าไปสร้างปัญหาในประเทศโดยเฉพาะการแย่งงานเจ้าของประเทศที่ทวีความไม่พอใจมากขึ้น หนำซ้ำยังบานปลายกลายเป็นการกระทบกระทั่งกับประเทศเพื่อนบ้าน
 
                      1.กรีซ ยิ่งกว่าผีซ้ำด้ำพลอยเสียอีก ขณะที่เศรษฐกิจในประเทศกำลังดำดิ่งใกล้จะล้มละลายอยู่รอมร่อ แต่ผู้อพยพจากตะวันออกกลางก็ยังคงทะลักสู่แดนดินถิ่นลูกหลานจอมเทพซูสอย่างรั้งไม่หยุด ฉุดไม่อยู่ แต่ละสัปดาห์มีผู้อพยพมากถึง 2 หมื่นคนลอยเรือมาขึ้นฝั่ง เฉพาะเดือนกรกฎาคม เพียงเดือนเดียวมีผู้อพยพเดินทางเข้ากรีซกว่า 5 หมื่นคน เพิ่มเติมจาก 1.6 แสนคนที่กรีซต้องแบกรับมาตั้งแต่ต้นปีนี้
 
                      2.อิตาลี แดนรองเท้าบู๊ทอิตาลีกำลังประสบปัญหาการแบกรับผู้อพยพกว่า 1 แสนคนเฉพาะช่วง 7 เดือนของปีนี้ จนทำให้ชาวเมืองไม่พอใจก่อความรุนแรงในหลายพื้นที่เพื่อขัดขวางไม่ให้รัฐบาลท้องถิ่นให้ที่พักพิงแก่ผู้อพยพ อ้างว่า "นี่คือการรุกรานในรูปแบบใหม่” ในบางพื้นที่ กลุ่มผู้ไม่เห็นด้วยกับการรับผู้อพยพถึงกับก่อหวอดรื้อเต็นท์ที่พักชั่วคราวของผู้อพยพเหล่านั้น
 
                      สุดท้ายรัฐบาลก็ตัดสินใจใช้มาตรการเด็ดขาดผลักดันผู้อพยพออกไปจากชายฝั่ง อ้างว่าศูนย์พักพิงชั่วคราวเต็มหมดแล้ว หลังจากที่ไม่มีประเทศใดสนใจข้อเรียกร้องให้ทุกประเทศร่วมกันแก้ไขสถานการณ์อย่างจริงจังมากกว่าที่เป็นอยู่ผ่านการแบ่งเบาภาระร่วมกันอย่างเป็นธรรม จากมาตรการเด็ดขาดนี้ก็กลายเป็นชนวนกระทบกระทั่งกับฝรั่งเศส ซึ่งปฏิเสธไม่ยอมให้ผู้อพยพเดินทางมาพักพิงชั่วคราวในประเทศหรือขอผ่านแดนไปยังประเทศเพื่อนบ้านแถบยุโรปเหนือ
 
 
วิกฤติการณ์ผู้อพยพในยุโรป
 
 
                      โดยทางการปารีสซึ่งแสดงออกนอกหน้าว่าไม่ต้องการรับภาระผู้อพยพอ้างว่ามีสิทธิ์ตามกฎหมายที่จะผลักดันเรือให้กลับไปที่แดนมะกะโรนี ตอบโต้ที่เล่นเล่ห์เพทุบายรีบออกหนังสืออนุญาตให้ผู้อพยพสามารถพักพิงอยู่ในประเทศ ซึ่งเท่ากับไฟเขียวให้คนเหล่านี้เดินทางไปได้ทั่วทวีปยุโรปโดยไม่ต้องมีวีซ่าตามข้อตกลงเชงเกน แต่รัฐบาลปารีสยืนกรานไม่ยอมให้คนกลุ่มนี้เดินทางเข้าประเทศแม้จะมีใบอนุญาตถูกต้อง ยกเว้นมีเอกสารแสดงตัว และมีฐานะการเงินที่มั่นคงเท่านั้น
 
                      3.มาซิโดเนีย เมื่อเร็วๆ นี้ทางการต้องประกาศภาวะฉุกเฉินและวางแนวรั้วลวดหนามปิดชายแดนทางตอนใต้ที่อยู่ติดกับตอนเหนือของกรีซ เพื่อเปิดทางให้ทหารและตำรวจสามารถใช้มาตรการรุนแรงถึงขั้นยิงแก๊สน้ำตา ระเบิดควัน กระสุนยาง และใช้กระบองสกัดกั้นผู้อพยพได้ อ้างว่าประเทศนี้ไม่สามารถรองรับผู้อพยพได้อีกแล้ว หลังจากมีผู้อพยพทะลักมาที่ประเทศนี้ถึงวันละ 3,000-3,500 คน เพิ่มเติมจากผู้อพยพราว 4.5 หมื่นคนที่ทะลักเข้ามาในประเทศเล็กๆ ที่ไม่มีทางออกทะเลในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา และบางส่วนพยายามฝ่าด่านกั้นออกไปยังเซอร์เบีย
 
                      ขณะเดียวกัน สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองรีบออกเอกสารผ่านแดนฉุกเฉินให้ผู้อพยพที่ผ่านการคัดกรองแล้วเพื่อจะรีบเดินทางต่อไปยังประเทศที่สามทันที
 
                      4.เซอร์เบีย เป็นอีกประเทศหนึ่งที่ประสบปัญหาผู้อพยพที่ทะลักมาจากมาซิโดเนียก่อนจะมุ่งหน้าไปยังประเทศที่สามในยุโรปตะวันตกหรือเดินทางขึ้นเหนือสู่ฮังการี และทางการก็แก้ไขปัญหาด้วยการเร่งออกหนังสืออนุญาตให้ผู้อพยพเดินทางในประเทศได้ 3 วันโดยถูกกฎหมาย เท่ากับเปิดทางให้เดินทางไปยังประเทศอื่นโดยเสรีไม่ต้องมีวีซ่า
 
 
วิกฤติการณ์ผู้อพยพในยุโรป
 
 
                      5.ฮังการี แม้จะเป็นประเทศที่แบกรับปัญหาผู้อพยพน้อยที่สุดในกลุ่มอียู แต่ทางการได้สั่งสร้างรั้วสูง 4 เมตร ยาว 175 กม. ตลอดชายแดนทางใต้ที่ติดกับเซอร์เบีย รวมทั้งยังสั่งประจำการหน่วยตำรวจพิเศษบริเวณชายแดนเพื่อสกัดกั้นผู้อพยพที่ทะลักเข้าประเทศหลังจากมาซิโดเนียประกาศภาวะฉุกเฉินและปิดพรมแดน ทั้งนี้ ในช่วงครึ่งปีแรกของปีนี้ มีผู้อพยพกว่า 5.3 หมื่นคนขอลี้ภัยในประเทศนี้ เพิ่มขึ้นจาก 2,150 คน ในปี 2555 โดยกว่า 70 เปอร์เซ็นต์ ที่ขอลี้ภัยในช่วง 3 เดือนนี้มาจากซีเรีย อัฟกานิสถานและอิรัก
 
                      นอกจากนี้ รัฐบาลยังทำสงครามจิตวิทยาด้วยการติดตั้งป้ายโฆษณาขนาดใหญ่ทั่วประเทศ ที่มีข้อความเรียกร้องให้ผู้อพยพต้องทำตามกฎหมายอย่างเคร่งครัดและห้ามแย่งงานชาวฮังการี อย่างไรก็ดี สำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติได้แก้เกมนี้ด้วยการติดตั้งป้ายโฆษณาขนาดใหญ่สะท้อนภาพผู้อพยพหลายคนที่ประสบความสำเร็จจากการใช้ชีวิตอยู่ในสังคมฮังการี
 
                      6 เยอรมนี เป็นประเทศในฝันที่ผู้อพยพต่างหวังจะเข้ามาตั้งหลักแหล่ง เฉพาะปีนี้เพียงปีเดียว มีผู้ขอลี้ภัยมากเป็นประวัติการณ์ถึงกว่า 7.5-8 แสนคน สูงกว่า 4 เท่าของจำนวนผู้อพยพที่หลั่งไหลมาที่แดนเบียร์เมื่อปีที่แล้ว แม้ว่ากระแสต่อต้านผู้อพยพในแดนเบียร์เยอรมนีจะก่อกระแสรุนแรงอย่างต่อเนื่องมากขึ้น 
 
                      ล่าสุด กลุ่มนีโอนาซีอันเป็นกลุ่มขวาจัดได้ขว้างระเบิดเพลิงเข้าไปในศูนย์ผู้อพยพ 2 แห่งที่ในเมืองไลป์ซิกและเมืองพาร์คิมทางตะวันออกของประเทศ เพียงไม่กี่ชั่วโมงก่อนที่นาง อังเกลา แมร์เคิล นายกรัฐมนตรี จะเดินทางไปเยือนศูนย์ผู้อพยพไฮเดเนา ท่ามกลางเสียงโห่ฮาของผู้ประท้วงกลุ่มหนึ่งพร้อมกับตะโกนว่า "คนทรยศ คนทรยศ”
 
                      7.อังกฤษ เป็นประเทศที่ได้ชื่อว่าต่อต้านผู้อพยพมากที่สุดถึงกับประกาศว่าไม่ใช่ “สถานที่หลบภัย” ของผู้อพยพและพร้อมจะจำกัดจำนวนผู้อพยพลง 75 เปอร์เซ็นต์ ล่าสุดได้เข็นกฎหมายคนเข้าเมืองฉบับหนึ่งเมื่อเร็วๆ นี้ ห้ามผู้อพยพที่เดินทางเข้าประเทศโดยผิดกฎหมายเข้าไปแย่งงานชาวอังกฤษ หรือห้ามเช่าอพาร์ตเมนต์ ห้ามเปิดบัญชีธนาคารและห้ามขับรถ มิฉะนั้นจะต้องรับโทษสูงสุดจำคุก 6 เดือน นอกเหนือจากถูกยึดค่าแรง ส่วนนายจ้างที่ยังฝ่าฝืนกฎหมาย ก็จะถูกปิดกิจการ ถูกยกเลิกใบอนุญาต หรือต้องโทษปรับและจำคุกไม่เกิน 5 ปี ขณะที่เจ้าของอาคารที่พักจะต้องไม่อนุญาตให้ผู้อพยพพักอาศัยมิฉะนั้นจะถูกยึดใบอนุญาตเช่นกัน
 
 
วิกฤติการณ์ผู้อพยพในยุโรป
 
 
                      พร้อมกันนี้ ทางการยังเตรียมทุ่มเงิน 9 ล้านปอนด์ (ราว 493.2 ล้านบาท) เสริมแนวรั้วกั้นรอบอุโมงค์ลอดใต้ทะเลที่ช่องแคบอังกฤษที่เชื่อมระหว่างแคว้นนอร์-ปาดกาเลส์ ทางตอนเหนือของฝรั่งเศส กับมณฑลเคนท์ ทางตะวันออกเฉียงใต้ของอังกฤษ คิดเป็นระยะทางราว 50 กิโลเมตร ไม่ว่าจะเป็นการเสริมความสูงและความแข็งแกร่งของรั้ว หรือเพิ่มกำลังเจ้าหน้าที่ลาดตระเวนพร้อมสุนัขดมกลิ่น ติดตั้งกล้องวงจรปิด ไฟส่องสว่าง และเครื่องอินฟราเรดตรวจจับโดยรอบทางเข้าอุโมงค์หรืออาจสั่งปิดอุโมงค์ในเวลากลางคืน หลังจากเกิดเหตุ "วัวหายล้อมคอก” ผู้อพยพหลายพันคนยอมเสี่ยงตายฝ่าแนวกั้นของตำรวจเมืองกาเลส์เพื่อจะแอบโดยสารรถบรรทุกหรือเกาะหลังคาขบวนรถไฟยูโรสตาร์ลอดอุโมงค์ข้ามช่องแคบอังกฤษ เป็นเหตุให้ผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 10 ราย ภายในเวลาเพียง 1 เดือน ก่อนหน้านี้ ทางการได้ทุ่มงบแล้วกว่า 20 ล้านปอนด์เพื่อเสริมมาตรการความปลอดภัยในอุโมงค์ลอดช่องแคบอังกฤษแต่ก็ไม่ได้ผล
 
                      8. ฝรั่งเศส-รัฐบาลเริ่มแสดงให้เห็นว่าจะไม่อดทนกับผู้อพยพที่ก่อปัญหาขึ้น โดยตำรวจปราบจลาจลเมืองกาเลส์ได้ใช้มาตรการรุนแรง รวมไปถึงใช้ไม้กระบองและสเปรย์สารเคมีฉีดใส่ผู้อพยพที่พยายามฝ่าด่านเข้าไปในอุโมงค์ข้ามช่องแคบอังกฤษ สะท้อนถึงความเครียดที่ต้องแบกรับภาระผู้อพยพกว่า 2.5 แสนคน มากกว่าอังกฤษถึง 2 เท่า ไม่นับรวมผู้อพยพอีกร่วม 5.6 หมื่นคน ที่รอคอยการอนุมัติสถานภาพผู้ลี้ภัย ถือเป็นจำนวนมากที่สุดเป็นอันดับ 2 ในยุโรป ทั้งๆ ที่ 2 ประเทศนี้มีขนาดและจำนวนประชากรไล่เลี่ยกัน
 
                      ขณะนี้ประธานาธิบดีฟรองซัวส์ ออลลองด์ แห่งฝรั่งเศสกับนางอังเกลา แมร์เคิล นายกรัฐมนตรีเยอรมนีได้หารือกันเพื่อหามาตรการแก้ไขปัญหาผู้อพยพ โดย 2 ประเทศจะเร่งตั้งศูนย์รองรับผู้อพยพมากขึ้นในกรีซและอิตาลี
 
 
 
 
 
--------------------
 
(เปิดโลกวันอาทิตย์ : วิกฤติการณ์ผู้อพยพในยุโรป : โดย...บุญรัตน์ อภิชาติไตรสรณ์)