
'สมคิด'ตัวชี้นโยบายพท.-ทรท.แก้ปัญหาตรงจุด
เด็กพท.อ้าง 'สมคิด'ตัวชี้นโยบายพท.-ทรท.แก้ปัญหาตรงจุด 'ปึ้ง'เผยทำให้นึกถึง'ทักษิณ'ติงอย่ากลืนน้ำลาย ด้าน 'อนุพงษ์'แนะรอสปช.โหวตชี้ขาดร่างรธน.
28ส.ค.2558 นายประชา ประสพดี อดีตรมช.มหาดไทย และอดีตส.ส.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ตนเห็นวิสัยทัศน์การแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจของนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯ แล้ว ต้องขอชื่นชม ฟังแล้วเกิดความหวัง ชาวบ้านจับต้องได้ สะท้อนถึงความเข้าใจในบริบทของเศรษฐกิจที่ชั่วโมงนี้ต้องมุ่งเน้นไปที่กลุ่มคนผู้มีรายได้น้อย และปานกลาง สิ่งที่นายสมคิดกำลังจะทำให้เกิดคือการหมุนเวียนเม็ดเงินภายในประเทศ โดยเฉพาะธุรกิจขนาดกลาง ขนาดย่อม หรือเอสเอ็มอี หรือการส่งเสริมเงินทุนลงไปถึงระดับตำบล หมู่บ้าน และพุ่งเป้าไปที่ภาคเกษตรกรที่มีจำนวนมากในประเทศไทย
สะท้อนให้เห็นว่า สิ่งที่น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ พรรคเพื่อไทย รวมถึงอดีตพรรคไทยรักไทย ดำเนินนโยบายในแนวทางเหล่านี้เป็นสิ่งที่ถูกต้อง แก้ปัญหาตรงจุด ดังนั้น จึงเป็นการตอบคำถามอย่างดีให้กับพวกที่พยายามโจมตีแบบมีทิฐิ ตั้งมั่นอยู่บนความเกลียดชังว่า ประชานิยม ฟุ้งเฟ้อ ทำลายวินัยการเงินการคลังของชาติว่าไม่จริง บ้านเมืองเราพินาศเสียหายมามากเพราะบุคคลที่มีความจงเกลียดจงชัง แบ่งเขาแบ่งเราเหล่านี้ ตะบี้ตะบันตะแบงจนจมสู่ก้นเหว แต่ก็ยังไม่ได้สติเสียที
'ปึ้ง'เผยทำให้นึกถึง'ทักษิณ'ติงอย่ากลืนน้ำลาย
นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล อดีตรองนายกฯ และแกนนำพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ตนได้ฟังคำชี้แจงนโยบายด้านเศรษฐกิจของรัฐบาลจากนายสมคิดแล้วรู้สึกว่า เหมือนสมัยพรรคไทยรักไทย ทำให้นึกถึงพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ขึ้นมาทันที เนื่องจากเป็นการนำนโยบายและแนวทางของรัฐบาลพ.ต.ท.ทักษิณมาผสมกับรัฐบาลน.ส.ยิ่งลักษณ์ เพียงแต่เปลี่ยนชื่อจากคนรากหญ้ามาเป็นผู้มีรายได้น้อย ทั้งนี้ นายสมคิดบอกว่าไม่เหมือนวิกฤติต้มยำกุ้ง แต่เป็นอะไรที่คนไทยไม่กล้าใช้เงิน เกิดภัยแล้ง สินค้าเกษตรตกต่ำ การส่งออกถดถอย ตนคิดว่าโลกมันเปลี่ยนไป วิกฤติย่อมมีความแตกต่างกันเป็นธรรมดาอยู่แล้ว แต่แนวคิดวิธีการลอกการบ้านยังเหมือนเดิม ไม่พัฒนาขึ้นเลย แล้วจะไปไหวหรือ อาจต้องขอร้องเจ้าของความคิดหรือปรมาจารย์ตัวจริงให้กลับมาแก้ปัญหาเอง
นายสุรพงษ์ กล่าวอีกว่า ไม่อยากเห็นการแก้ปัญหาในครั้งนี้เป็นเพียง sale Talk เพราะเราไม่มีเวลามากพอที่จะมานั่งลองผิดลองถูก โดยจะรอดู 3 เดือนตามที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ให้เวลาทีมเศรษฐกิจชุดนี้ และอยากฝากว่า อย่าทำนโยบายประชานิยม เพราะจะกลายเป็นการกลืนน้ำลายตัวเอง แต่หากจะทำก็ควรให้เกียรติเจ้าของนโยบายเดิมด้วย ไม่ใช่เปลี่ยนชื่อโครงการเดิม เช่น โอท๊อป เป็น โอท็อป กองทุนหมู่บ้าน SML เปลี่ยนเป็นชื่ออื่น เช่น L XL XXL อย่าทำอะไรทำนองนี้ คนเราต้องรู้จักละอายแก่ใจบ้าง อย่างโครงการ 2 ล้านๆ ก็ลอกแบบเอาไปทำหมด ท่าเรือน้ำลึกทวาย รถไฟความเร็วสูงไทย-จีน ก็ควรให้เครดิตคนเริ่มคิดบ้าง
อนุพงษ์แนะรอสปช.โหวตชี้ขาดร่างรธน.
ที่โรงแรมอนันตรา สยาม ถนนราชดำริ กรุงเทพฯ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงปัญหาการคว่ำร่างรัฐธรรมนูญว่า ขณะนี้จุดสนใจในเรื่องดังกล่าว อยู่ที่สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ(สปช.) ยังไม่ลงไปถึงพื้นที่ เข้าใจว่า ต้องให้ร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ผ่าน สปช.ก่อน หลังจากนั้นถึงจะเป็นวาระของการทำประชามติ อย่างไรก็ตามนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ที่กำกับดูแลด้านกฎหมาย มีการหารือกับกระทรวงมหาดไทยแล้วในการเตรียมทำประชามติว่า กระทรวงมหาดไทยจะต้องมีบทบาทอย่างไรบ้าง สำหรับการดูแลและทำความเข้าใจ ที่ผ่านมาจะมีกรรมาธิการ(กมธ.) ยกร่างรัฐธรรมนูญ กับบางส่วนของ สปช. ทำหน้าที่เราก็สนับสนุนให้ส่วนต่างๆเข้าไปสร้างความเข้าใจ
เมื่อถามว่า ในช่วงที่มีการรณรงค์คว่ำร่างฯ มีขึ้นก่อนการลงประชามติ สัญญาณต่างๆขณะนี้ได้ลงไปในพื้นที่ มีการได้รับรายงานจากทางผู้ว่าฯบ้างหรือไม่ รมว.มหาดไทย กล่าวว่า ตอนนี้ในพื้นที่ยังไม่ถึงวาระ คิดว่า น่าจะเป็นช่วงหลังผ่านการโหวตจาก สปช.ก่อน ถึงจะประเมินได้ การจะเข้าไปทำอะไรในตอนนี้ บางอย่างยังไม่ใช่เวลา
เมื่อถามว่า มีฝ่ายหนึ่งที่พยายามจะคว่ำร่างฯ ส่งผลให้ภาพลักษณ์ของรัฐบาลดูไปในทางที่คล้ายว่า อยากอยู่ต่อหรือไม่ พล.อ.อนุพงษ์ กล่าวว่า เรื่องนี้อยู่ที่ กมธ. ยกร่างฯ เพราะการร่าง รธน. อาจจะมองในเรื่องความมีเสถียรภาพในอนาคต
“ถ้าการเมืองมีเสถียรภาพ ทุกอย่างสามารถดำเนินการได้ ในการปฏิรูป ถ้าเศรษฐกิจสามารถเดินได้ อาจจะมองอย่างนั้นก็เป็นได้ เรื่องนี้ผมไม่สามารถบอกแทนกมธ.ยกร่างฯได้ เข้าใจว่า น่าจะเป็นในเรื่องของความมีเสถียรภาพของประเทศชาติ ไม่ใช่ของรัฐบาล” รมว.มหาดไทย กล่าว



