
จักรทิพย์ลุยดูวงจรปิดเพิ่มเข้ม4จุดกทม.
28 ส.ค. 2558
"จักรทิพย์" รองผบ.ตร. เผยคดีบึ้มราชประสงค์ คืบพอสมควร พร้อมประสาน กทม. ขอภาพวงจรปิดเพิ่ม ยันไม่มีความขัดแย้งกับกทม. เฝ้าระวัง 4 จุดกทม.
วันที่ 28 สิงหาคม 2558 พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ กล่าวถึงความคืบหน้ากรณีการวางระเบิดที่ราชประสงค์ และท่าเรือสาทร ว่าขณะนี้มีความคืบหน้าไปพอสมควร ซึ่งการสอบพยานก็อาจจะมีความคลาดเคลื่อนบ้าง โดยได้กำชับทีมสืบสวนไปแล้ว อย่างไรก็ตามเรื่องนี้ต้องดูจากกล้องวงจรปิดเป็นหลัก โดยได้ประสานไปยัง กทม. เพื่อขอตรวจสอบภาพกล้องวงจรปิดเพิ่มเติมอีกครั้งหนึ่ง
พล.ต.อ.จักรทิพย์ กล่าวยืนยันว่า ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ไม่ได้มีความขัดแย้งกับทาง กทม.ในเรื่องนี้แต่อย่างใด ที่ผ่านมา ก็ได้ทำงานร่วมกันในหลายคดี ส่วนชนิดระเบิดทั้งสองจุด ต้องรอ พฐ. ก่อน คาดว่าภายใน 1 - 2 วันนี้ จะทราบผล ซึ่งหลังจากที่ศาลออกหมายจับชายเสื้อสีฟ้า ที่มีความชัดเจนว่าเป็นนำระเบิดไปทิ้งที่ท่าเรือสาทรแน่นอน
อย่างไรก็ตามสำหรับกลุ่มก่อเหตุขณะนี้ยังไม่สามารถตัดประเด็นใดทิ้ง จนกว่าจะรู้ชัดเจนก่อน สำหรับการเฝ้าระวังในจุดสำคัญต่างๆได้มีการร่วมมือกับกองทัพภาคที่ 1 และ บช.น. อยู่แล้ว โดยขณะนี้มีการเฝ้าระวังอยู่ 3 - 4 จุด คือ วัดพระแก้ว พระบรมมหาราชวัง เอเชียทีค และราชประสงค์ และเรื่องนี้ไม่มีความหนักใจในคดีนี้ เพียงสังคมอาจกดดันและคาดหวังมาก ยืนยันว่า ตร.ทำงานเต็มที่
ขณะที่ พ.ต.อ.กำธร อุ่ยเจริญ ผกก.กลุ่มงานเก็บกู้และตรวจพิสูจน์วัตถุระเบิด กล่าวว่า ผลการตรวจสอบพิสูจน์ชนิดของระเบิด ที่ราชประสงค์ และที่ท่าเรือสาทร ยังไม่ได้รับรายงานจากเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน จึงยังไม่สามารถบอกได้ว่าเป็นระเบิดชนิดทีเอ็นที หรือ ซีโฟร์ คาดว่า อีก 1 - 2 วันจะทราบผล ส่วนการจำลองแรงระเบิด จะทำการพิสูจน์เพื่อเปรียบเทียมระเบิดที่เกิดขึ้นว่าเป็นชนิดใดนั้น ทาง รอง ผบ.ตร. ได้สั่งการเบื้องต้น ให้หน่วยอีโอดี เตรียมการแล้ว คาดว่า จะไปจำลองสถานการณ์จริง ในวันที่ 3 กันายายนนี้ ที่ ค่ายฝึก ตชด. จ.เพชรบุรี
อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์จำลองสถานการณ์จริง จะต้องขออนุญาต จากคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ก่อน เพราะมีการจำลอง จะใช้ดินระเบิดจริงทำการระเบิด เพื่อดูวิถีและอำนาจการทำลายของระเบิด แต่จะไม่ใส่ลูกปราย เพื่อไม่ให้เกิดอันตราย



