
'ปู'ค้านอัยการเพิ่มพยาน'จำนำข้าว'
27 ส.ค. 2558
'ยิ่งลักษณ์' ยื่นค้านอัยการขอเพิ่มพยานบุคคล-เอกสาร คดีรับจำนำข้าว ชี้อยู่นอกสำนวน ป.ป.ช. ผิด ก.ม. เอาเปรียบทางคดี ไม่ถูกต้อง ไม่เป็นธรรม
27 ส.ค. 58 เมื่อเวลา 10.00 น. ที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ถ.แจ้งวัฒนะ นายนรวิชญ์ หล้าแหล่ง ทนายความ รับมอบอำนาจจาก น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี จำเลยคดีปฏิบัติหน้าที่มิชอบโครงการรับจำนำข้าว ยื่นหนังสือต่อศาล เพื่อคัดค้านบัญชีพยาน ที่อัยการสูงสุด โจทก์ ได้ขอเพิ่มเติมพยานบุคคล จำนวน 23 ปาก และพยานเอกสารอีกเกือบ 70,000 แผ่น ซึ่งเป็นพยานนอกเหนือจากสำนวนของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.)
นายนรวิชญ์ ทนายความ กล่าวว่า ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง พ.ศ. 2552 มาตรา 5 ระบุชัดเจนว่า การพิจารณาคดี ให้ศาลยึดรายงานของ ป.ป.ช.เป็นหลัก ซึ่งพยานบุคคล และพยานเอกสารที่อัยการนำมาอ้างในชั้นตรวจพยานหลักฐานของศาล ไม่ได้เกิดขึ้นในระหว่างการไต่สวนของ ป.ป.ช. จึงเป็นพยานหลักฐานนอกสำนวน ห้ามไม่ให้รับฟังเป็นพยานหลักฐานเพื่อวินิจฉัยคดี
นายนรวิชญ์ กล่าวอีกว่า ชั้นไต่สวนข้อเท็จจริงของ ป.ป.ช. เราเคยร้องขอให้ไต่สวนพยานหลายปาก ซึ่งเป็นพยานสำคัญและเกี่ยวข้องกับการบริหารโครงการรับจำนำข้าวทั้งสิ้น แต่ ป.ป.ช.ได้รีบเร่งทำสำนวนและชี้มูลความผิดทางอาญาโดยไม่ไต่สวนพยานตามที่ขอ ต่อมาอัยการสูงสุดรับสำนวนและมีความเห็นชี้ข้อไม่สมบูรณ์ 4 ประเด็น เพื่อให้มีการสอบเพิ่มเติม แต่ยังไม่ทันได้ไต่สวนข้อเท็จจริงตามข้อที่ไม่สมบูรณ์ อัยการก็มีคำสั่งฟ้องคดี ดังนั้นถ้า ป.ป.ช.และอัยการสูงสุดเห็นว่าพยานหลักฐานในชั้นไต่สวนข้อเท็จจริงสมบูรณ์เพียงพอจนมีคำสั่งฟ้องแล้ว ก็ไม่ควรเพิ่มพยานบุคคล 23 ปาก และพยานเอกสารอีก 70,000 แผ่น ที่ไม่ได้ไต่สวนไว้ในชั้น ป.ป.ช.และชั้นอัยการสูงสุด ซึ่งทราบว่า พยานดังกล่าวประกอบด้วย สนช.และพนักงาน ป.ป.ช.ซึ่งไม่เกี่ยวข้องกับคดีนี้ ส่วนเอกสารเป็นเอกสารเกี่ยวกับการระบายข้าวและจีทูจี ซึ่งก็ไม่เกี่ยวข้องกับคดีนี้เช่นกัน
ตนจึงตั้งข้อสงสัยว่า ในวันที่ สนช.ลงมติถอดถอน น.ส.ยิ่งลักษณ์ อดีตนายกรัฐมนตรี ตามกฎหมายให้ยึดสำนวน ป.ป.ช.เป็นหลัก ดังนั้นรายงานสำนวนถอดถอนของ ป.ป.ช.มีความสมบูรณ์จนเป็นเหตุให้ถอดถอนจริงหรือไม่ และในวันที่อัยการสูงสุดมีความเห็นสั่งฟ้องนั้น รายงานสำนวนชี้มูลความผิดของ ป.ป.ช.สมบูรณ์จนเป็นเหตุให้มีความเห็นสั่งฟ้องหรือไม่ เราจึงขอให้ศาลไม่รับพยานบุคคลและพยานหลักฐานที่อัยการสูงสุดขอเพิ่มเข้ามา โดยศาลรับเรื่องไว้ และนัดฟังคำสั่งวันที่ 31 ส.ค.นี้
ผู้สื่อข่าวถามว่า ล่าสุดศาลฎีกาฯ มีคำพิพากษาจำคุก กลุ่มผู้บริหารธนาคารกรุงไทย ซึ่งมี พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี พี่ชายของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ เป็นจำเลยอยู่ด้วย ส่งผลให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ มีความกังวลเกี่ยวกับคดีจำนำข้าวเพิ่มขึ้นหรือไม่ นายนรวิชญ์ ทนายความ กล่าวว่า ตนยังไม่ได้คุยกับลูกความในเรื่องนี้ ส่วนเรื่องจะขอเดินทางออกนอกประเทศ หรือยังติดใจขอพิจารณาคดีลับหลังนั้นในตอนนี้ไม่มีแน่นอน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาฯ วันนี้ นายนรวิชญ์ ทนายความ ได้แจกเอกสารที่เป็นคำกล่าวของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ให้กับผู้สื่อข่าวด้วย ซึ่งเอกสาร ระบุว่า "ตามหลักกฎหมาย และหลักของความเป็นธรรม โจทก์ไม่มีสิทธิ์เพิ่มพยานเอกสาร และพยานบุคคลนอกเหนือจากสำนวนของ ป.ป.ช.ในชั้นนี้ ถือเป็นการเอาเปรียบทางคดีอย่างไม่ถูกต้อง ซึ่งไม่เป็นธรรมต่อตัวดิฉันเป็นอย่างยิ่ง จึงยื่นหนังสือโต้แย้งไม่ให้ศาลรับพยานหลักฐานดังกล่าว"
ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า สำหรับคดีที่อัยการสูงสุดเป็นโจทก์ยื่นฟ้อง น.ส.ยิ่งลักษณ์ เป็นจำเลยคดีจำนำข้าว ซึ่งทำให้รัฐเสียหายกว่า 5 แสนล้านบาทนั้น ศาลฎีกาฯ ได้นัดตรวจพยานหลักฐานในวันที่ 31 ส.ค.นี้ เวลา 09.30 น. ซึ่ง น.ส.ยิ่งลักษณ์ จำเลย จะต้องเดินทางมาศาลตามนัด โดยวันดังกล่าวตรงกับวันที่ศาลนัดฟังคำสั่งเรื่องการคัดค้านบัญชีพยานของอัยการสูงสุดดังกล่าวด้วย



