
อนาคตประเทศไทย
อนาคตประเทศไทย : บรรณาธิกาประจำวันที่27ส.ค.2558
ยังคงมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างกว้างขวาง ถึงเนื้อหาของร่างรัฐธรรมนูญที่ผ่านการพิจารณาของคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ที่มีนายบวรศักดิ์ อุวรรรโณ เป็นประธาน และได้ส่งมอบร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ไปยังสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ(สปช.) อย่างเป็นทางการไปแล้วเมื่อวันเสาร์ที่ 22 สิงหาคม ที่ผ่านมา สังคมกำลังจับตามองว่าร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้จะเป็นแสงนำทางประชาธิปไตยของไทยไปข้างหน้าอย่างสมเกียรติและศักดิ์ศรี เป็นส่วนหนึ่งของประชาชนได้มากน้อยเพียงใด หลังรับร่างรัฐธรรมนูญไปแล้ว สมาชิก สปช.ก็ยังมีเวลาศึกษาเนื้อหาในร่างรัฐธรรมนูญนี้ในกำหนดเวลา 15 วัน ก็จะถึงวันลงมติจะเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ซึ่งได้มีการนัดประชุมกันแล้วในวันที่ 6 กันยายนที่จะถึงนี้
ต้องยอมรับว่าทุกอย่างในโลกย่อมไม่มีอะไรสมบูรณ์แบบทั้งหมด ร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ก็เช่นกัน แต่ที่ต่างไปคือมีเนื้อหาที่พัฒนาก้าวไกลมากกว่ารัฐธรรมนูญ ปี 2540 และ ปี2550 ที่ให้อำนาจแก่ประชาชนสูงสุด เพราะรัฐธรรมนูญก่อนหน้านี้ มักเขียนให้มีภาคการเมืองเข้มแข็ง แต่เราก็ได้เห็นแล้วว่า เมื่อการเมืองเข้มแข็ง กลับกลายเป็นว่า กลืนกินบ้านเมืองของเรา ฉะนั้น ครั้งนี้เมื่อประชาชนเข้มแข็ง คนไทยไม่มีทางทำร้ายบ้านเมืองของเราเหมือนกับนักการเมืองเป็นแน่ ที่สำคัญประชาชนต้องเข้าใจในสิทธิและหน้าที่ของตัวเอง เมื่อประชาชนไทยไม่เป็นไทยเฉย บ้านเมืองต้องดีขึ้น นั่นเป็นเหตุผลหนึ่งของกลุ่มที่ให้การสนับสนุนและเชื่อว่า หากคว่ำร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ไป ก็ไม่ได้หมายความว่าเนื้อหาในร่างฉบับหน้าจะดีขึ้น
ขณะที่อีกฟากหนึ่งมองว่ากระบวนการจัดทำรัฐธรรมนูญดูเหมือนจะดำเนินไปแบบปกปิด จนทำให้รู้สึกเสมือนการยกร่างรัฐธรรมนูญเป็นเรื่องส่วนตัวของ กมธ.ยกร่างฯ ทั้งที่รัฐธรรมนูญเป็นเรื่องของคนไทยทุกคนและเกี่ยวข้องกับทุกสถาบัน จึงควรมีสิทธิ์ที่จะรับรู้แสดงความคิดเห็นและวิพากษ์วิจารณ์ได้ตั้งแต่ต้น โดยผ่านกระบวนการยกร่างฯ ที่โปร่งใสเปิดเผย ไม่ใช่ทำแค่เป็นพิธีกรรม หรือมีเป้าหมายซ่อนเร้นที่ได้กำหนดไว้แต่ต้น โดยเฉพาะประเด็นการให้คนนอกหรือผู้ไม่ใช่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเข้าสู่ตำแหน่งนายกรัฐมนตรีได้ การให้มีสมาชิกวุฒิสภามาจากการแต่งตั้ง รวมไปถึงคณะกรรมการยุทธศาสตร์การปฏิรูปและการปรองดองแห่งชาติ ที่บัญญัติไว้ในบทเฉพาะกาลโดยให้อำนาจเหนือรัฐบาลเพื่อแก้วิกฤติของประเทศ ซึ่งถูกมองว่าเป็นการทอดอำนาจให้แก่คนบางคนบางกลุ่ม
แน่นอนว่าทุกฝ่ายต้องการให้บ้านเมืองเดินไปข้างหน้าตามครรลองอย่างสร้างสรรค์ การลงมติในวันที่ 6 กันยายนนี้ สมาชิกสปช.ทั้ง 250 ท่านจะต้องใช้วิจารณญาณอย่างรอบด้านว่าบ้านเมืองจะเดินไปในทิศทางไหนโดยปราศจากการชี้นำ หากร่างรัฐธรรมนูญไม่ผ่านก็จะมีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาร่างใหม่ แต่ถ้าผ่านก็จะเข้าสู่กระบวนการทำประชามติรับหรือไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ ซึ่งคาดว่าจะอยู่ในช่วงเดือนมกราคม 2559 และช่วงเวลาระหว่างนี้คณะรักษาความสงบแห่งชาติควรจะผ่อนกฎเกณฑ์ให้มีการรณรงค์สร้างความรู้ความเข้าใจต่อรัฐธรรมนูญฉบับนี้แก่ประชาชนให้มากที่สุด เพื่อการตัดสินใจใช้หนึ่งสิทธิ์หนึ่งเสียงในการปฏิรูปประเทศเลือกอนาคตของตนเองโดยไม่ให้เสียของ



