
โยกปลัดเกษตรฯไม่ผิดแต่จำเป็น
26 ส.ค. 2558
'วิษณุ' แจงปมโยกปลัดเกษตรฯ นั่งผู้ตรวจฯ ไม่ได้มีความผิด แต่มีเหตุจำเป็น ปัด 'ครม.' โต้โผเสนอให้มี 'คปป.' 1 ต.ค.นี้ ต้องไม่มีใครควบเก้าอี้ข้าราชการ
26 ส.ค. 58 นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่โยกย้ายนายชวลิต ชูจร จากปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ไปดำรงตำแหน่งผู้ตรวจราชการพิเศษประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ตามข้อ 1 วรรค 3 ของคำสั่ง คสช. ฉบับที่ 16/2558 ว่า การอ้างคำสั่ง คสช.ดังกล่าว เพื่อต้องการให้ไปดำรงตำแหน่งผู้ตรวจราชการพิเศษฯ โดยตำแหน่งนี้มีคนดำรงตำแหน่งอยู่ก่อนหน้า 2 คน คือ นางเมธินี เทพมณี อดีตปลัดกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) และนางมิ่งขวัญ วิชยารังสฤษฏ์ อดีตปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รวมเป็น 3 คน ซึ่งไม่ได้ถือว่านายชวลิตมีความผิด เพราะถ้าผิดจะมาเป็นผู้ตรวจราชการพิเศษฯ ไม่ได้ และถ้าวันหนึ่งออกมาว่าผิด จะต้องเอาออกจากผู้ตรวจราชการพิเศษฯ เพราะตำแหน่งนี้สงวนสิทธิ์ไว้สำหรับคนที่ไม่มีความผิด แต่มีความจำเป็นอะไรบางอย่าง อีกทั้งวันหนึ่งอาจหมุนกลับไปอีกก็ได้ ดูอย่างนายชูเกียรติ รัตนชัยชาญ อดีตเลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา ที่มานั่งเป็นที่ปรึกษานายกฯ ฝ่ายข้าราชการประจำ 1 ปี แต่ขณะนี้ไปเป็นเลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.)
1 ต.ค.นี้ 'ครม.' ต้องไม่มีใครควบเก้าอี้ข้าราชการ
นายวิษณุ กล่าวถึงกรณี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ต้องการให้ภายในสิ้นเดือน ก.ย.นี้ ครม.ชุดใหม่จะต้องไม่มีบุคคลใดเป็นข้าราชการประจำอยู่อีกสถานภาพหนึ่ง ว่า ตนดูเรียบร้อยและได้บอกรัฐมนตรีทุกคนที่เป็นข้าราชการประจำว่าในวันที่ 1 ต.ค. ซึ่งเป็นปีงบประมาณใหม่ จะไม่มีข้าราชการประจำอยู่ใน ครม.ก่อนวันดังกล่าว คนที่เป็นข้าราชการอีกตำแหน่ง ต้องจัดการอย่างใดอย่างหนึ่ง ซึ่งนางอรรชกา สีบุญเรือง รมว.อุตสาหกรรม และปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม แจ้งว่า จะลาออกจากตำแหน่งปลัดทันที ส่วน ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ก็ยินดี นายอาคม เติมพิทยาไพศิฐ รมว.คมนาคม และเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ไม่น่าจะมีปัญหา
นายวิษณุ กล่าวว่า แม้รัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว จะให้ข้าราชการประจำเป็นรัฐมนตรีได้ แต่เรื่องการปรับ ครม.เป็นอำนาจของนายกฯ เมื่อนายกฯ มีความมุ่งมั่นและปรารถนาแบบนี้ ก็ให้รู้ไปว่าใครจะขัดขืน จุดประสงค์ในครั้งนี้เป็นเพราะตอน 1 ปีแรกของรัฐบาลเป็นช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ หาคนยาก และการมีฐานเป็นราชการอยู่ จะทำอะไรได้มาก แต่พอมาขณะนี้ ล่วงเลยมา 1 ปี มีทีมเศรษฐกิจใหม่หมดแล้ว อะไรที่เรียกความเชื่อมั่นจากประชาชนได้ ควรทำ และความเชื่อมั่นไม่ใช่เฉพาะเรื่องเปลี่ยนทีมเศรษฐกิจอย่างเดียว แต่คือความทุ่มเทของ ครม.ด้วย ถ้าพะวงว่ามีงานราชการประจำ และมีงานการเมืองอยู่ บางครั้งอาจจะมีผลประโยชน์ขัดแย้ง และปัญหาเรื่องการจัดสรรเวลา
ปัด 'ครม.' เป็นโต้โผเสนอให้มี 'คปป.'
นายวิษณุ กล่าวถึงกระแสข่าวกรณีที่กรรมาธิการ (กมธ.) ยกร่างรัฐธรรมนูญ ได้บัญญัติในร่างรัฐธรรมนูญ มาตรา 260 ให้มีคณะกรรมการยุทธศาสตร์การปฏิรูปและการปรองดองแห่งชาติ (คปป.) นั้น มาจากข้อเสนอของคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ไม่เป็นความจริง เพราะในร่างรัฐธรรมนูญร่างที่ 1 นั้น รัฐบาลเสนอให้ยุบรวมคณะกรรมการยุทธศาสตร์การปฏิรูป เข้ากับคณะกรรมการดำเนินการเพื่อสร้างความปรองดอง ซึ่งมีอยู่ในร่างเดิม ก็เท่านั้น แต่ไม่ได้พูดถึงการให้มีอำนาจพิเศษ รัฐบาลจึงไม่ได้มีส่วนกับกรณีดังกล่าว ส่วนการที่หลายฝ่ายออกมาให้ความเห็นไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ จะมีผลต่อการตัดสินใจโหวตของ สปช.หรือไม่นั้น ตนไม่ทราบ และคงต้องไปถาม สปช.เอาเอง ยืนยันว่า สปช.มีอิสระในการโหวต โดยเฉพาะเมื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญชั่วคราวแล้ว ไม่ว่า สปช.จะรับหรือไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ ก็จะถูกยุบทันที ทั้งนี้ก็เพื่อไม่ให้เกิดความรู้สึกสองจิตสองใจ
"ผมยังไม่เห็นสัญญาณอะไรจากรัฐบาลที่ส่งไปยัง สปช. เรื่องการโหวต มีแต่สัญญาณปลอมที่คนนั้นคนนี้มาพูด ผมได้ยินทั้งสองด้าน คนที่เอาด้วยกับรัฐบาลก็บอกให้รับ ถ้ารับแล้วจะได้เข้ามาเป็นนั้นเป็นนี่ กับที่ไม่รับ ทั้งหมดเป็นสัญญาณปลอม ที่คนบางคนหวังอะไรแล้วเอาไปพูดและอ้าง แต่พอไล่ถามว่า ใครเป็นคนให้สัญญาณ ก็ไม่เห็นมีใครตอบได้ ส่วนที่มีเสียงวิจารณ์หลังจากรัฐบาลระบุอาจจะอยู่ถึงปี 2560 ทุกอย่างเป็นไปตามที่รัฐธรรมนูญชั่วคราวกำหนด ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง"
นายวิษณุ กล่าวถึง การประชุมร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อเตรียมการจัดทำประชามติในร่างรัฐธรรมนูญ เมื่อวันที่ 25 สิงหาคม ที่ผ่านมาว่า วันลงประชามติคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้ยึดเอาวันที่ 10 มกราคม 2559 แต่อาจต้องมีการยืดหยุ่นไปบ้าง เพราะกฎหมายกำหนดให้ต้องมีการแจกจ่ายรัฐธรรมนูญให้ได้ร้อยละ 80 ของครัวเรือนทั่วประเทศแล้วจึงกำหนดวัน จึงไม่ทราบว่าจะแจกจ่ายครบประมาณ 13 ล้านเล่มได้เมื่อใด แต่หากมีความจำเป็น ก็อาจจะเลื่อนไปวันที่ 17 หรือ 21 มกราคม 2559 ส่วนงบประมาณมีการขยับเพิ่มจาก 3,000 ล้านบาท เป็น 3,300 ล้านบาท เนื่องจากต้องเผื่อไว้ให้คำถามอื่นที่จะเพิ่มเข้ามา จึงต้องมีหีบ 2 ใบ และบัตรลงมติ 2 ชนิด เอกสารที่จะส่งให้กับประชาชนประมาณ 13 ล้านเล่ม จะประกอบด้วยเอกสาร 3 ชุด 1. รัฐธรรมนูญ 2. สรุปเนื้อหารัฐธรรมนูญที่สำคัญ 3. คำอธิบายเกี่ยวกับคำถามพ่วง คือถามอย่างไร มีความหมายว่าอย่างไร เช่น หากถามว่า ต้องการให้มีรัฐบาลแห่งชาติหรือไม่ ต้องอธิบายว่ารัฐบาลแห่งชาติแปลว่าอะไร
ผู้สื่อข่าวถามว่า หากมีผู้ไม่เห็นด้วยจะสามารถรณรงค์ไม่รับร่างรัฐธรรมนูญได้หรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า ขึ้นอยู่กับระเบียบและวิธีการดูแลของ กกต.จะจัดสรรให้ทั้ง 2 ฝ่ายแสดงความเห็น การรณรงค์เชื่อว่าทำไม่ได้ ทั้งรณรงค์ให้รับหรือไม่รับ แต่สุดท้ายก็จะมีวิธีปฏิบัติจนห้ามไม่ได้ อย่างรายการโทรทัศน์ที่เชิญทั้งฝ่ายเห็นด้วยและไม่เห็นด้วยมาร่วม ตรงนั้นเป็นการแสดงความเห็นไม่ใช่การรณรงค์ ส่วนที่ห้ามรณรงค์นั้น เพราะคำนึงถึงการห้ามชุมนุม แต่ทั้งนี้เส้นแบ่งระหว่างการรณรงค์กับการแสดงความคิดเห็นนั้นแยกแยะลำบาก เพราะเวลาใช้คำว่ารณรงค์คนมักจะนึกถึงภาพคล้ายการหาเสียงเลือกตั้ง ซึ่งการทำประชามติร่างรัฐธรรมนูญจะทำแบบนั้นไม่ได้ แต่หากจัดให้มีการแสดงความคิดเห็นผ่านสื่อ ก็จะมีกติกากำหนดอยู่ คงไม่มีปัญหา เรื่องดังกล่าวเป็นหน้าที่ของ กกต.ที่จะดูแลให้เกิดความเท่าเทียม 2 ฝ่าย
ผู้สื่อข่าวถามว่า อย่างที่มีนักการเมืองหลายฝ่ายออกมาวิจารณ์รัฐธรรมนูญเป็นการแสดงความเห็น หรือการรณรงค์ นายวิษณุ กล่าวว่า ลักษณะนี้พูดได้ ถือเป็นการให้ข่าวกับสื่อมวลชน ถ้าจะเอาผิดกับนักการเมือง ก็ต้องเอาผิดกับสื่อมวลชนด้วย ดังนั้นจึงไม่ห้าม ส่วนที่วิจารณ์ว่า กรณีของรัฐธรรมนูญปี 2550 บอกให้รับไปก่อนแล้วค่อยกลับมาแก้ ครั้งนี้ก็มีสิทธิ์จะพูดเช่นนั้นได้ แต่ประชาชนมีสิทธิ์ที่จะเชื่อหรือไม่เชื่อ พูดได้ 2 อย่างว่า รับๆ ไปเถอะ วันหลังค่อยไปแก้ กับอย่าไปรับเลย วันหลังจะทำของใหม่มาให้ รัฐธรรมนูญปี 2550 ที่บอกว่าแก้ไขไม่ได้นั้น หากแก้ไขเป็น ก็แก้ไขได้ แต่ที่ผ่านมาแก้ไม่เป็น
ผู้สื่อข่าวถามว่า ถ้าความเห็นต่างๆ ของแต่ละฝ่ายเป็นการชี้นำจะทำอย่างไร นายวิษณุ กล่าวว่า พ.ร.บ.ว่าด้วยการออกเสียงประชามติ บทลงโทษในการรณรงค์ไม่ได้มีการกำหนดโทษ เพราะตอนที่ทำกฎหมายฉบับนี้มีการคิดถึงเรื่องการทำประชามติบางอย่างที่จำเป็นต้องรณรงค์ เช่น จะให้มีการสร้างเขื่อนหรือไม่
"คราวนี้จะออกมาให้รับหรือไม่รับรัฐธรรมนูญ ผมว่าทำได้ มันไม่ได้แปลกประหลาดอะไร แต่ต้องไม่ตั้งเวทีปลุกระดม ถ้าพูดผ่านสื่อทำได้ เขาจะพูดอะไรก็ได้ ไม่มีบทลงโทษ เพราะเป็นการแสดงความเห็น เราห่วงว่า ถ้าให้ตั้งเวที ก็จะมีฝ่ายที่ค้าน บ้านเมืองก็จะแตกแยก ผมมองเห็นภาพ รัฐบาลมองออกว่าจะเกิดอะไรขึ้น จึงบอกว่าทำไม่ได้ เพราะกฎหมายห้าม โดยเฉพาะคำสั่ง คสช.ที่ห้ามมีการชุมนุม"



