ข่าว

พลิกสวนกล้วยไม้ปลูกมะนาวลอยฟ้าแปรรูปที่'เลม่อน มี ฟาร์ม'

พลิกสวนกล้วยไม้ปลูกมะนาวลอยฟ้าแปรรูปที่'เลม่อน มี ฟาร์ม'

26 ส.ค. 2558

พลิกสวนกล้วยไม้ปลูกมะนาวลอยฟ้า แปรรูปครบวงจรที่'เลม่อน มี ฟาร์ม' : คมคิดชีวิตต้องสู้ โดยดลมนัส กาเจ

            เส้นทางชีวิตเกษตรกรวัย 58 ปี “ธงชัยพัฒน์ ดีสวัสดิ์” แห่ง “เลม่อน มี ฟาร์ม” อาณาจักรสวนมะนาวที่ปลูกระบบลอยฟ้าครบวงจร ริมถนนสายศาลายา-บางภาษี ในพื้นที่ ต.คลองโยง อ.พุทธมณฑล จ.นครปฐม ยิ่งกว่าละครน้ำเน่า กว่าจะมาถึงวันนี้ได้เขาประสบกับมรสุมชีวิตครั้งแล้วครั้งเล่า ชีวิตล้มลุกคลุกคลาน แต่ก็กลับพลิกฟื้นคืนมาราวกับ “แมวเก้าชีวิต” เจอทั้งไฟไหม้แปลงเกษตร และวิกฤติน้ำท่วมถึง 3 ครั้ง 3 ครา ถึงขนาดจะตัดสินใจเลิกอาชีพด้านการเกษตร แต่ได้กำลังใจจากครอบครัวทั้งลูกและภรรยาที่สนับสนุนให้สู้อีกยก กระทั่งได้คำตอบสุดท้ายสำหรับอาชีพใหม่ คือ ปลูกมะนาว สายพันธุ์ “แม่ลูกดก” เดิมทีตั้งใจจะขายผลมะนาวสด และกิ่งพันธุ์ แต่สุดท้ายกลายเป็นการปลูกมะนาวเพื่อป้อนโรงงานตัวเอง แปรรูปมาทำเป็นผลิตภัณฑ์น้ำมะนาวเพื่อสุขภาพ มะนาวดองน้ำปลา และมะนาวแช่ชะเอม ภายใต้เครื่องหมายการค้า “LEMON ME” (เลม่อน มี) ตั้งเป้าผลิตวันละ 1 หมื่นขวด ในอนาคต

            ธงชัยพัฒน์ เกิดในครอบครัวเกษตรกร ที่ ต.คลองโยง ซึ่งอยู่ท่ามกลางแปลงเกษตรทั้งนาข้าว ไม้ผล กล้วย และยังเป็นแหล่งเพาะพันธุ์กล้วยไม้ตระกูลหวายเพื่อตัดดอกส่งออกที่เป็นแหล่งใหญ่ที่สุดอีกแห่งหนึ่งของประเทศไทย ทำให้เขาได้คลุกคลีอยู่กับสวนกล้วยไม้มาตั้งแต่เรียนชั้นมัธยมต้น ในฐานะเด็กรับจ้างขนดอกกล้วยไม้ ได้เงินมาวันละ 50 บาท พอโตขึ้นมาอยู่ชั้นมัธยมปลายเขาตั้งใจที่จะมีกิจการเป็นของตัวเอง

            ในระหว่างที่ ธงชัยพัฒน์ กำลังเรียนชั้นปีที่ 3 คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง เก็บหน่วยกิตได้ 77 หน่วย คุณพ่อเกิดเสียชีวิต เขาจึงกลับไปอยู่บ้าน เริ่มต้นทำอาชีพเกษตรด้วยการเก็บเห็ดฟางกลางทุ่งนาเพื่อมาทำเชื้อ และมาเพาะเห็ดฟางขาย โดยใช้พลาสติกดำคลุม ทำเป็นโรงเรือนเตี้ย เห็ดชุดแรกรายได้ 4,000 บาท จึงขยายเพิ่มขึ้น พร้อมชวนเพื่อนสมัยเรียนมาช่วย แต่เพื่อนอยู่ได้เพียง 2 วัน หนีกลับ ทำให้เขาต้องทำงานหนักเพียงคนเดียว

            “คุณพ่อก็เสีย คุณแม่ก็เสีย ผมเลี้ยงเป็ด 3 ตัว แต่ละวันกินข้าวกับไข่เป็ด เด็ดผักบุ้งตามบ่อน้ำเป็นอาหาร ตอนนั้นเหนื่อยมาก ไฟฟ้าก็ไม่มี เวลาเก็บเห็ดตอนกลางคืนต้องใช้ตะเกียง ผมเผลอหลับ ตะเกียงไหม้โรงเรือนพลาสติกหมดเลย ลงทุนไปหลายพันบาท คิดว่าหมดตัวแน่นอน เป็นเรื่องที่ไม่น่าเชื่อ โรงเรือนเห็ดที่ไฟไหม้ เวลาผ่านไปปรากฏว่าเห็ดฟางออกเต็มไปหมด จนคนเห็นต่างตกใจ คราวนั้นผมเก็บเห็ดขายได้กว่า 2 หมื่นบาท” ธงชัยพัฒน์ ย้อนอดีต

            เงิน 2 หมื่นบาท เป็นจุดเริ่มต้นที่ ธงชัยพัฒน์ เริ่มกิจการด้านกล้วยไม้ เขาไปซื้อต้นกล้าได้ 1 โต๊ะ ขนาด 1x2 เมตร ในปี 2520 จากนั้นทำการขยายพันธุ์นานถึง 3 ปี จึงได้โรงเรือนเพาะกล้วยไม้ขนาดยาว 20 เมตร แม้กล้วยไม้จะออกดอกพอขายได้ในบางส่วน แต่เขายังเน้นในเรื่องการขยายพันธุ์เหมือนเดิม จนปี 2526 สามารถขยายพื้นที่ปลูกกล้วยไม้ได้ 4 ไร่ มีรายได้เฉลี่ยเดือนละ 8 หมื่นบาท

            “ผมไม่เสียใจเลยที่เรียนรามฯ ไม่จบ ตอนนั้นผมพบกับสัจธรรมแห่งความจริงว่า ปริญญาไม่ใช่สูตรความสำเร็จที่จะให้คนมีงานทำ และร่ำรวย ความคิดต่างหากที่จะทำให้มีความก้าวหน้ากับอาชีพที่ทำอยู่ ต้องคิดว่าเราจะทำอย่างไรที่จะให้กล้วยไม้ของเรามีดอกใหญ่ คิดว่าจะทำอย่างให้ขยายตลาด คิดแล้วต้องทำ ในระหว่างที่ผมเริ่มสนุกกับกล้วยไม้ เกิดน้ำท่วมใหญ่ช่วงปลายปี 2526 สวนกล้วยไม้คนอื่นท่วมหมด แต่ของผมไม่ท่วม เพราะผมกับลูกน้องตระเวนทั้งคืน เจอดินกั้นน้ำรั่วอุดทันที และปีนั้นกล้วยไม้ขาดตลาด ทำให้ราคาแพงผมได้เงินมาเป็นก้อน” ธงชัยพัฒน์ กล่าว

            ขณะที่ ธงชัยพัฒน์ รอดพ้นจากน้ำท่วมใหญ่ แต่สุขภาพเขากลับทรุดลง เนื่องจากไม่ได้พักผ่อน ต้องนอนในสวน ทำให้ยุงกัดจนเป็นไข้เลือดออก ตามด้วยไข้ไทฟอยด์ และกลายเป็นโรคอัลไซเมอร์ขั้นรุนแรง จนไม่มีความจำใดๆ เลย แม้แต่ชื่อตัวเอง ทุกคนที่พบเห็นต่างลงความเห็นว่า “บ้า” ญาติต้องพาไปรักษาที่โรงพยาบาล แต่จากการตรวจของแพทย์อย่างละเอียดพบว่า เป็นโรคอัลไซเมอร์รุนแรงชั่วคราว หากรักษาถูกวิธีจะกลับมีความจำเหมือนเดิม

            “ผมบ้าอยู่ 2 ปี มาวันหนึ่งผมนั่งอยู่ เห็นภาพกล้วยไม้เข้ามาเต็มไปหมด ผมตะโกนออกมาดังๆ ว่าใช่กล้วยผม ญาติตกใจใหญ่ และหัวเราะ ผมจึงยืนว่าเห็นกล้วยไม้จริงๆ มันมีความจำขึ้นทีละนิด เวลาผ่านไปผมมีความจำเป็นปกติ ตอนนั้นเงินยังเหลืออยู่ โรงเรือนกล้วยไม้ก็ยังอยู่ จึงลงทุนใหม่ ในปี 2528 ในพื้นที่ 10 ไร่ เป็นช่วงที่กล้วยไม้กำลังบูม ราคาดีมาก ขายส่งเพื่อส่งออกช่อละ 7 บาท ไปยังยุโรป สหรัฐอเมริกา และญี่ปุ่น ผมมีรายได้เดือนเป็นแสนๆ บาท ในปี 2538 ชีวิตผมรุ่งเรือง มีรายได้เดือนละหลักล้านบาท ผมไปซื้อกล้วยไม้สายพันธุ์แชแนล จากสิงคโปร์ มาทำเป็นพ่อพันธุ์ในราคาต้นละ 3 ล้าน เป็นกล้วยที่มีดอกมากถึง 30 ดอกในช่อเดียว พอมาขยายพันธุ์เองด้วยระบบเนื้อเยื่อได้ 1 ล้านต้น ผมปลูกในพื้นที่ 1 งาน ทำรายได้เดือนเป็นแสนบาท เพราะราคาส่งออกดอกละ 10 บาท”

            ท่ามกลางโอกาสงามๆ ที่เขากำลังกอบโกยเงินเข้าครอบครัวเดือนละเป็นหลักล้านบาท เกิดน้ำท่วมใหญ่อีกครั้งในปีเดียวกันนั้น กล้วยไม้เสียหายทั้งหมดรวมมูลค่ากว่า 50 ล้านบาท จากคนที่เคยมีเงินกลายเป็นคนที่ต้องติดหนี้ ซ้ำยังต้องลงทุนฟื้นกิจการอีกครั้งหลังน้ำท่วม แต่กิจการไม่ค่อยราบรื่นนัก เนื่องจากถัดมาอีก 2 ปีคือในปี 2540 ประเทศไทยประสบปัญหาเศรษฐกิจฟองสบูแตก อีก 2 ปี สหรัฐอเมริกา ยุโรป มีปัญหา ตามด้วยญี่ปุ่น ทำให้ตลาดส่งออกทรุดลง ถึงขนาดขายกล้วยไม้ได้ช่อละ 30 สตางค์ จึงต้องหาตลาดใหม่ที่เวียดนาม จีน อินเดีย พม่า แม้จะช่วยราคาฟื้นขึ้นเล็กน้อย แต่ก็ไม่สดใสดั่งในอดีต

            ในที่สุด ธงชัยพัฒน์ ต้องตัดสินใจหาทางออกอีกครั้งด้วยการเสาะพืชชนิดอื่นมาทดแทน เพื่อความอยู่รอด เขาจึงนำสวนกล้วยไม้ส่วนหนึ่งทดลองปลูกมะยงชิด ผ่านไป 3 ปีไม่ได้ผล จึงสรรหามะนาวสายพันธุ์ต่างๆ เท่าที่จะหามาได้ ทั้งแป้นเพชรบุรี ราชบุรี พิจิตร 1 ตาฮิติ เลม่อนไต้หวัน นำมาปลูกสายพันธุ์ละ 1 ต้น พบว่า มะนาวแป้น “แม่ลูกดก” ออกผลตามต้นเหมือนกับผลลองกอง แล้วนำผลผลิตไปขายที่ตลาดไท แม่ค้ายืนยันว่า เป็นมะนาวแป้น ราคาดี มีเท่าไหร่รับซื้อหมด จากนั้นจึงนำกิ่งพันธุ์แป้นแม่ลูกดก จาก จ.พิจิตร มาปลูกในพื้นที่ 20 ไร่ ในวงท่อซีเมนต์ ในปี 2553 พอปี 2554 มะนาวออกผลผลิตนับแสนๆ ผล คิดว่าลงทุนไปรวม 10 ล้านบาท คงจะได้ทุนคืนในเร็ววัน ปรากฏว่าเกิดน้ำท่วมใหญ่อีกครั้งในปี 2554 เสียหายไปอีกกว่า 10 ล้าน เหลือต้นมะนาวที่อยู่รอดเพียง 10 ต้นเท่านั้น

            หลังจากน้ำท่วมใหญ่ปี 2554 ธงชัยพัฒน์หารือกับครอบครัวและบอกว่าจะเลิกอาชีพเกษตรแล้ว แต่ปรากฏว่าช่วงนั้นผลมะนาวราคาแพงมาก เพราะสวนมะนาวเสียหายหมด ลูกๆ และภรรยาบอกว่าลองอีกยก เพื่อเป็นทางเลือกสุดท้าย จึงตัดสินใจขยายพันธุ์ต้นมะนาวที่เหลือ 10 ต้น และหาซื้อมาอีกส่วนหนึ่งมาปลูกมะนาวอีกครั้งในปี 2555 เน้นเฉพาะพันธุ์แป้นแม่ลูกดกเท่านั้น

            ในช่วงเริ่มต้นใหม่ ธงชัยพัฒน์ยอมรับว่าอยากได้เงินมาหมุนเวียน มะนาวที่ขยายกิ่ง ส่วนหนึ่งนำไปปลูกเอง อีกส่วนหนึ่งขายกิ่งพันธุ์ให้ลูกค้า ในราคาต้นละ 120 บาท พอได้เงินกลับคืนมา สร้างโชว์รูมเป็นที่ตั้งโชว์พันธุ์มะนาวตั้งแต่ต้นเล็กขายต้นละ 120 บาท จนถึงต้นใหญ่ที่ขายต้น 5,000 บาท หรือหลักหมื่นบาท เวลาผ่านไป 3 ปี เขาใช้สวนกล้วยไม้กว่า 100 ไร่ มะปลูกมะนาวแทน กว่า 1 แสนต้น ส่วนหนึ่งลงดิน อีกส่วนหนึ่งปลูกในวงท่อซีเมนต์ ล่าสุดใช้ระบบลอยฟ้า และกำลังเตรียมขยายอีกที่ อ.บางเลน จ.นครปฐม ในพื้นที่กว่า 100 ไร่ เพราะมองแล้วว่าทำสวนมะนาวง่ายกว่าสวนกล้วยไม้หลายเท่าตัว

            “พื้นที่ปลูกกล้วยไม้เดิม เรายกห้างเป็นลักษณะลอยฟ้า ผมทดลองปลูกมะนาวแบบลอยฟ้าหลายหมื่นต้น คือส่วนหนึ่งใส่เข่งพลาสติก ส่วนหนึ่งใช้ถุงดำเคลือบยูวี ระยะห่างเพียง 1 เมตร ปรากฏว่าปลูกเพียง 2 เดือน ต้นเติบโตเร็วกว่าปลูกแบบธรรมดาหลายเท่าตัว ถ้าออกผลทั้งหมดคงเก็บได้วันละเป็นล้านผล จากเดิมที่ผมตั้งใจจะปลูกมะนาวขายผลสด มาคิดอีกที ถ้ามะนาวราคาตกต่ำจะทำอย่างไร จึงตัดสินใจนำมาแปรรูปสร้างโรงงาน ทำเป็นผลิตภัณฑ์น้ำมะนาวเพื่อสุขภาพ ทดลองไป 4-5 เดือน ปรากฏว่าขายหมด นอกจากนั้นยังแปรรูปเป็นมะนาวดองน้ำปลา และมะนาวแช่อิ่มชะเอมอีกด้วย” ธงชัยพัฒน์เล่าถึงธุรกิจตัวใหม่

            สำหรับผลิตภัณฑ์ทั้งหมด ส่วนหนึ่งขายที่หน้าร้าน อีกส่วนหนึ่งออกบูธในงานต่างๆ แต่เนื่องจากช่วงนี้ต้องขยายกิ่งพันธุ์ ทำให้ผลผลิตออกมาน้อย สามารถทำน้ำมะนาวได้เพียงวันละ 2,000 ขวด

            สำหรับการผลิตน้ำมะนาวมี 2 ขนาด คือ ขนาดเล็ก 200 ซีซี ขายขวดละ 20 บาท และขนาด 500 ซีซี ขายขวดละ 40 บาท ในแบรนด์ “เลม่อน มี” ใช้มะนาวราวครั้งละ 5,000 ผล ตั้งเป้าจะแปรรูปอย่างน้อยวันละ 1 หมื่นขวด ดังนั้นมะนาวจากเลม่อน มี ฟาร์มจะไม่ขายผลสด แต่จะเน้นขายมะนาวแปรรูปและกิ่งพันธุ์เท่านั้น เขามั่นใจว่าเมื่อทุกอย่างลงตัวจะสามารถสร้างรายได้เดือนละประมาณหลักล้านแน่นอน

            เป็นการทำสวนมะนาวที่น่าสนใจอีกรูปแบบหนึ่ง ซึ่งนอกจากจะใช้นวัตกรรมปลูกแบบลอยฟ้าที่เติบโตเร็วแล้ว ยังมีการปลูกมะนาวที่ครบวงจรนำผลผลิตมาแปรรูปเพื่อเพิ่มมูลค่าให้แก่ผลมะนาวอีกด้วย