
อาทิมา สุรพงษ์ชัย ส่งวันไพรซ์ชิงพื้นที่ตลาดหนังออนไลน์
อาทิมา สุรพงษ์ชัย ส่งวันไพรซ์ชิงพื้นที่ตลาดหนังออนไลน์ : คมคิดธุรกิจนิวเจน เรื่อง กอบแก้ว แผนสท้าน ภาพ สุกล เกิดในมงคล
“เริ่มต้นก่อนย่อมมีโอกาสก้าวสู่จุดหมายได้ไวกว่า แต่ก็ใช่ว่าเริ่มทีหลังจะไม่มีสิทธิ์พิชิตหลักชัย ซะที่ไหน??”....เช่นนี้แล้ว นักธุรกิจสาววัย 30 กะรัตนิดๆ “ขิม” อาทิมา สุรพงษ์ชัย กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไอฟลิกซ์ (ประเทศไทย) จำกัด ไม่รีรอที่จะกระโดดเข้าสู่สังเวียนธุรกิจ “บริการความบันเทิงออนไลน์” แม้เป็นน้องใหม่รายล่าสุดในตลาดเมืองไทย และดูท่าจะมาแรงไม่น้อย ด้วยว่ามีบริษัทแม่จากประเทศมาเลเซียทำหน้าที่เป็นพี่เลี้ยง
ด้วยวิสัยทัศน์ของ “ไอฟลิกซ์” ซึ่งเกิดจากความร่วมมือระหว่างกลุ่มนักลงทุนระดับภูมิภาค แคทชา กรุ๊ป และบริษัทลงทุนยักษ์ใหญ่ในฮอลลีวู้ด เอเวอร์ลูชั่น มีเดีย แคปิตอล ที่มุ่งมั่นในการนำเสนอช่องทางใหม่สำหรับการดูหนังและซีรีส์ถูกกฎหมายในราคาซึ่งทุกคนในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้สามารถเข้าถึง
“เป้าหมายของเราคือ การมุ่งเจาะตลาดประเทศกำลังพัฒนา เช่น ประเทศเริ่มมีอินเทอร์เน็ตติดบ้าน เริ่มมีสมาร์ทโฟนใช้ 20-40 เปอร์เซ็นต์ของประชากร มีเคเบิล ซึ่งเป็นปัจจัยที่พร้อมจะเปลี่ยนตลาดเปลี่ยนไลฟ์สไตล์ ซึ่งไอฟลิกซ์ยังเชื่ออยู่ว่า ในทุกๆ วันคนไม่ได้มีเจตนาจะละเมิดลิขสิทธิ์ แต่นั่นเป็นเพราะเขาไม่มีทางเลือกหรือต้องการเข้าถึงหนัง ละคร ซีรีส์ ที่ระบบปัจจุบันยังไม่รองรับ หนังเข้าโรงไม่ว่างไปดู ทำงานเลิกดึกกลับบ้านไปดูละครหลังข่าวไม่ทัน ไอฟลิกซ์จึงเกิดขึ้นเป็นทางเลือกดังกล่าว และแน่นอนว่าย่อมไม่ได้มีเป้าหมายเพียงแค่เฉพาะอยู่ในประเทศไทยเท่านั้น แต่ยังมองไปถึงทั่วอาเซียนและยังแอบหวังว่าจะขยายตัวข้ามโลกไปเจาะตลาดไกลถึงฝั่งยุโรปตะวันออกและแอฟริกาด้วย” ผู้บริหารไอฟลิกซ์ ประเทศไทย เล่าถึงเป้าหมายของบริษัทแม่
จากนักวางแผนและที่ปรึกษา ก้าวข้ามมาสู่ธุรกิจความบันเทิงออนไลน์ “ขิม” อาทิมา มีคำอธิบายว่า ในยุคที่อินเตอร์ปฏิวัติพฤติกรรม(เกือบ)ทุกอย่างในชีวิต ไม่ว่าจะซื้อหนังสือ ซื้อตั๋วหนัง ซื้อตั๋วเครื่องบิน ทุกอย่างสามารถใช้บริการผ่านออนไลน์ได้ และเธอก็มองเห็นว่า "การดูหนังดูซีรีส์” ก็ยังมีช่องทางสร้างเม็ดเงิน...มหาศาล!!!
“ทุกวันนี้เวลาที่พูดกันว่าดูทีวี ดูหนัง ไม่ได้หมายถึงกล่องสี่เหลี่ยมที่สัญญาณวิ่งมาตามอากาศ ไม่ได้มาตามสายเคเบิลอีกต่อไป แต่มันออกมาจากคอมพิวเตอร์ มันอยู่ในมือถือ อยู่ในแท็บเล็ต เพราะอินเทอร์เน็ตทำให้การดำเนินชีวิตตรงนี้เปลี่ยนแปลงไป และนี่ก็เป็นที่มาของ ไอฟลิกซ์ ซึ่งตามเทรนด์การเปลี่ยนแปลงที่ผู้บริโภคไม่ได้กลับบ้านมาเพื่อรอดูละครหลังข่าว หรือนั่งรวมกันเป็นครอบครัวเพื่อดูทีวีีอีกต่อไป แต่ต่างคนต่างดู เวลาว่างไม่ได้ถูกกำหนดโดยช่อง นี่คือวิชั่นของไอฟลิกซ์ ถ้าเราสามารถดูหนัง ซีรีส์ ดูละคร ที่ชอบเป็นหมื่นเรื่องเป็นพันเรื่อง โดยที่ดูเมื่อไหร่ก็ได้ ไม่ต้องตามตารางของช่อง หรือตามตารางของเน็ตเวิร์กต่างๆ ตื่นมาตอนตีสอง ใครจะดูอะไรที่ไหน ช่วงไหนก็ได้ เพราะเรามีคอมพิวเตอร์ มือถือ แท็บเล็ต ติดตัวไปได้ทุกที่”
บางคนอาจจะคิดว่าไลฟ์สไตล์การดูหนัง ดูซีรีส์ ยังคงเป็นเพียงคนกลุ่มเล็กๆ เท่านั้น แต่ในมุมของ “ผู้บริหารยังสาว” ที่ผ่านงานด้านการวางแผนในฐานะที่ปรึกษาให้แก่บริษัทดังมานานหลายปี เธออ้างอิงจากตัวเลขว่า ประเทศไทยมีจำนวนประชากร 60 ล้านคนโดยประมาณ หรือหากคิดเป็นจำนวนครัวเรือนอยู่ที่ประมาณ 20 กว่าล้านครัวเรือน และผลสำรวจยังบอกอีกว่า ในจำนวนนี้มีอินเทอร์เน็ตเข้าถึงบ้านประมาณ 10 ล้านครัวเรือน หรือคิดเป็นร้อยละ 50 ของครัวเรือนในประเทศไทย ในอีกมุมหากดูจากบัญชีรายชื่อในเฟซบุ๊ก พบว่าเมืองไทยมีเฟซบุ๊กกว่า 30 ล้านแอคเคานท์ ยังไม่นับอินสตาแกรม ไลน์ หรือแม้แต่ ยูทูบ ซึ่งต้องใช้อินเทอร์เน็ตทั้งนั้น ดังนั้นถ้ามีใครสักคนคิดทำแอพพลิเคชั่นหรือสิ่งที่ตอบโจทย์กลุ่มคนเหล่านี้ได้ เชื่อเหลือเกินว่าจะต้องได้รับการตอบจากผู้บริโภคอย่างแน่นอน ดังจะเห็นได้จากเมื่อ 10 ปีก่อนหน้านี้ “i Tunes” เคยถูกตั้งคำถามว่า ใครจะจ่ายเงินเพื่อโหลดเพลง เพราะในยุคนั้นการโหลด เอ็มพี 3 หรือซื้อแผ่นก๊อบปี้ เป็นเรื่องง่ายมากๆ แต่ด้วยความที่เขาออกแบบมาให้ใช้ง่ายราคาดี จึงได้รับการตอบรับดีมาก ถือได้ว่าเป็นการเปลี่ยนพฤติกรรมผู้บริโภคก็ว่าได้ และตัวเองก็มั่นใจว่าไอฟลิกซ์น่าจะเป็นอีกบริการที่จะเปลี่ยนพฤติกรรมคนไทยในเรื่องของการดูหนัง ดูซีรีส์ ในวงกว้างขึ้น
เมื่อถูกถามว่าหวังเจาะกลุ่มเป้าหมายใดเป็นพิเศษ “หัวเรือใหญ่ของไอฟลิกซ์ ประเทศไทย” เปิดเผยว่า ตามทฤษฎี กลุ่มคนชอบดูหนัง ฟังเพลง นั้นมีไล่เรียงกันไปตั้งแต่เด็กจนถึงผู้ใหญ่ แต่คนที่พร้อมจะรับเทคโนโลยีที่สุดต้องยกให้เป็นกลุ่มคนวัยต่ำกว่า 40 ปี โดยเฉพาะถ้าเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี เป็นกลุ่มที่ดูหนังเยอะมาก
“เด็กยุคนี้ไม่เข้าใจว่าทำไมจะต้องตื่นก่อน 9 โมงเช้า เพื่อรอดูการ์ตูน เพราะเด็กสมัยนี้ที่ทุกอย่างมันพร้อมไปหมด ทั้งดีวีดี แซทเทิลไลท์ เคเบิล ยูทูบ ฯลฯ จุดสังเกตง่ายๆ แค่บนรถไฟฟ้า ทุกคนจะไม่หยุดเสพความบันเทิงบนแก็ดเจตของตัวเอง อยากดูเมื่อไหร่ต้องได้ดูนี่คือเทรนด์ของเด็ก แพลตฟอร์มนี้จึงสร้างสรรค์ขึ้นมาเพื่อเจาะตลาดคนในเจเนอเรชั่นนี้ ในทางตรงข้ามสำหรับกลุ่มที่อายุเกิน 40 ปีขึ้นไปก็เป็นอีกตลาด ซึ่งไม่อาจมองข้าม เพราะเมื่อวันใดที่กลุ่มคนเหล่านี้ค้นพบความบันเทิงจากออนไลน์ เชื่อว่าจะกลับมาเป็นกลุ่มผู้ใช้บริการที่ใหญ่มากไม่แพ้กลุ่มแรก”
วางกลยุทธ์ทางการตลาดด้วยแคมเปญ “One Price” ไม่มีหมกเม็ด และที่สำคัญต้องราคาถูกว่าแผ่นก๊อบปี้ คือหมัดเด็ดที่ “ขิม” อาทิมา หมายมั่นปั้นมือว่าจะเป็นจุดแข็งให้สามารถพิชิตส่วนแบ่งตลาดทีวีออนไลน์ได้ไม่ยาก
ขิมบอกว่า โจทย์ของไอฟลิกซ์คือทำอย่างไรเข้าถึงได้ทุกคน ทำอย่างไรให้ถูกลง ต้องทำผลิตภัณฑ์อย่างไรให้ดีกว่าสิ่งที่มีอยู่ในปัจจุบัน เพื่อให้เป็นตัวเลือกว่าทำให้ง่ายขึ้น และขณะเดียวกันทำให้คนหยุดซื้อแผ่นซีดีละเมิดลิขสิทธิ์หรือแบบโหลดบิท
“เราไม่อยากเป็นเซอร์วิสที่ว่าเก็บตังค์ 500 บาท แต่ลูกค้าได้ดูนิดเดียว ถามว่า 300 บาท มีคนยอมจ่ายไหม คำตอบคือมี แต่ว่าเงินจำนวนนี้เราไม่สามารถเข้าถึงทุกคนได้ ถ้าเราเปิดในราคานี้ลูกค้าจะเริ่มลังเลในการตัดสินใจว่าสามารถซื้อตั๋วหนังได้สองใบหรือเท่ากับแผ่นก๊อบปี้ 3 แผ่น เพราะแผ่นก๊อบปี้ราคาแผ่นละ 50-100 บาท แต่คุณภาพตรวจสอบไม่ได้ ซึ่งเราพยายามออฟเฟอร์บางอย่างที่ดีกว่า ง่ายกว่าการละเมิดลิขสิทธิ์ในปัจจุบัน แล้วก็มาได้คำตอบที่ 100 บาท”
สมาชิกสามารถเข้าหน้าเว็บหรือแอพพลิิเคชั่นได้เป็นเวลา 30 วัน จะดูทุกวัน วันละสองครั้งสามครั้ง หนังเก่าหนังใหม่ได้ดูหมดไม่ว่าจะเป็นหนังฮอลีวู้ด ซีรีส์เกาหลี ศึกจอมยุทธ์ สารคดี เรียลิตี้โชว์ รายการกีฬาเอ็กซ์ทรีมสปอร์ต การ์ตูนเด็ก มีให้เลือกชมมากถึง 12,000 ชั่วโมง ที่สำคัญเมื่อไหร่ก็ดูได้ ตลอด 24 ชั่วโมงในระยะเวลา 7 วัน โดยไม่ต้องรอเวลา ไม่ต้องรอร้านเปิด ตื่นเช้ามาดูไปครึ่งเรื่อง หยุดไว้แล้วไปนั่งดูต่อบนบีทีเอสก็ได้ เป็นสิ่งที่ผู้บริโภคจะไม่พลาดในสิ่งที่อยากดู จะดูเรื่องเดียวซ้ำกัน 10 ครั้งก็ได้ คือให้อิสระในการบริโภค นอกจากนี้ใน 1 บัญชีีรายชื่อสมาชิกยังสามารถล็อกอินได้ 5 เครื่อง แต่ใช้พร้อมกันได้ครั้งละ 2 เครื่อง และเพราะตระหนักว่าเด็กคือกลุ่มผู้บริโภคหลักของบริษัทเป็นเซ็กเมนต์ที่กว้างมากจึงให้พื้นที่เกือบ 20 เปอร์เซ็นต์ของเนื้อหาทั้งหมด ขณะเดียวกันผู้ปกครองเองยังมั่นใจได้ว่า เด็กจะได้ดูหนังในเนื้อหาที่เหมาะสมกับวัย เพราะผู้ปกครองสามารถจำกัดได้เพื่อให้เนื้อหาเหมาะสมกับวัย มั่นใจมากว่าปลอดภัยมาก
แบ็กอัพดีจากบริษัทแม่ดีมีชัยไปกว่าครึ่ง อาทิมาเปิดเผยว่า ด้วยประสบการณ์อันเกิดจากการสั่งสมชื่อเสียงในการสร้างธุรกิจออนไลน์ที่ฉีกกรอบในตลาดใหม่ได้ในระยะเวลาเพียง 10 ปี เชื่อว่าจะเป็นอีกหนึ่งจุดแข็งช่วยเสริม ไอฟลิกซ์ ประเทศไทย ก้าวสู่การเป็นผู้นำตลาดได้ไม่ยาก
ความท่่ี่ธุรกิจนี้มีสเกลที่ใหญ่ เพราะมีเครือข่ายทั้งในฟิลิปปินส์และมาเลเซีย โดยมีสำนักงานใหญ่ที่อยู่กัวลาลัมเปอร์ เปรียบเสมือนโกดังขนาดใหญ่เต็มไปด้วยสินค้าหลากชนิด หน้าที่ของไอฟลิกซ์ ประเทศไทย ที่ต้องรับผิดชอบ คือ การจัดชั้นวางสินค้าให้ตรงกับความต้องการของผู้บริโภคชาวไทย แม้ในเบื้องต้นเราจะยังไม่มีข้อมูลพื้นฐานใดเลย ตรงส่วนนี้จึงใช้ประสบการณ์ของทีมงานในการเลือกสรรสินค้าเพื่อทำการศึกษาความต้องการของผู้บริโภคไปในตัวก่อน หลังจากนั้นจึงจะเริ่มมีการเก็บข้อมูลไปเรื่อยๆ
ทีมงานของไอฟลิกซ์ ประกอบด้วย ฝ่ายคัดสรรหนังและซีรีส์ มีฝ่ายแปลซับไตเติล และมีทีมการตลาด ทำหน้าที่แปลคอนเทนต์ภาษาอังกฤษ ภาษาจีน ให้เป็นภาษาไทย รวมถึงหาสมาชิกในประเทศ โดยทุกๆ ปีจะมีการรีเฟรชทุกๆ 30-50 เปอร์เซ็นต์ หนังเรื่องไหนคนดูน้อยเอาออก เรื่องไหนคนดูเยอะเอาเข้า เป็นการรีเฟรชตลอดเวลา นอกจากนี้ในอนาคตอันใกล้บริษัทจะมีโครงการจะทำโปรดักชั่นของตัวเองด้วย คือ ไอฟลิกซ์เป็นคนทุ่มทุนสร้างร่วมมือกับผู้ผลิตหนังเจ้าหนึ่งทำซีรีส์ขึ้นมาหนึ่งเรื่อง สำหรับสมาชิกไอฟลิกซ์โดยเฉพาะ รวมถึงอีกหนึ่งฟังก์ชันใหม่ โปรแกรมแนะนำหนัง ยกตัวอย่าง เมื่อดูหนังเรื่องนี้จบแล้ว โปรแกรมนี้จะทำหน้าที่แนะนำหนังเรื่องถัดไปที่มีเนื้อหาใกล้เคียงกันหรือสไตล์เดียวกันให้ โปรแกรมนี้ถือว่าใหม่สุดเพราะยังไม่เคยมีใครทำมาก่อน คิดว่าเป็นแพลตฟอร์มที่ง่าย ราคาถูก และชาญฉลาด
มาพูดถึงสไตล์การทำงาน ผู้บริหารร่างเล็กฝีมือฉกาจ เปิดเผยว่า เน้นการทำงานแบบทีมเวิร์ก ภายใต้หลัก 5 ประการ อันได้แก่ พูดคุย-ถามไถ่-มีความกล้า-ตรงไปตรงมา-ทำงานให้สนุก และแน่นอนว่านี่คืออีกหนึ่งวิชั่นของบริษัทด้วย
ไอฟลิกซ์วางรูปแบบการทำงานเอาไว้คือ 1.พนักงานในบริษัททุกคนเราเน้นข้อแรกสื่อสารให้ง่าย ทำงานให้ง่าย พูดคุยกับลูกค้าอย่าเยอะ 2.ถามความคิดเห็นกันในทีมเพื่อจะให้งานออกมาดีขึ้นได้อย่างไร ทำให้ลูกค้าชอบเราอย่างไร ถ้าองค์กรมีการถาม การทำงานมันจะดีขึ้นเพราะเหมือนเป็นการปรู๊ฟตัวเอง 3.กล้าที่จะเปลี่ยนกล้าที่จะทำ เพราะสิ่งที่เราทำถือว่าเป็นสิ่งใหม่ 4.ต้องตรงไปตรงมาไม่โกหกลูกค้า ถามว่าเรามีหนังใหม่ไหมก็ไม่ใหม่มาก ซีรีส์ใหม่กว่า แต่หนังเยอะกว่า ถ้านับเป็นปกหนังเยอะกว่า แต่ถ้านับเป็นชั่วโมงซีรีส์เยอะกว่า ตั้งใจทำให้เป็นแบบนี้เพราะซีรีส์เป็นสิ่งที่คนติด ต่างจากหนังจบแล้วก็จบไป แต่ซีรีส์ความรู้สึกของคนดูจะเป็นแบบมีอีกตอน ต่ออีกตอน ดังนั้นเราจึงทุ่มทุนกับซีรีส์เยอะ เรามีซีรีส์เยอะที่สุดในตลาดแน่นอน และ 5.ทำงานให้สนุก ถ้าเราสนุกกับงานลูกค้าพลอยรู้สึกสนุกไปด้วย
สำหรับโดยส่วนตัวแล้ว อาทิมาบอกว่า ทั้ง 5 ข้อที่กล่าวมาถือว่าตรงกับตัวเองพอสมควร เพราะมีหลักว่า เวิร์กสมาร์ท เพลย์ฮาร์ด สนุกกับทีมงาน เล่นบ้างได้ ครั้งนี้จะฉีกออกมาจากงานเดิม ที่เคยทำงานด้านที่ปรึกษาก็ฉีกระดับหนึ่ง ที่เก่าทำหน้าที่วางแผน ซึ่งโดยหน้าที่เป็นผู้แก้ปัญหาถึงแม้ตอนที่ทำงานอยู่ที่เก่า 3 ปี เน้นแก้ปัญหาให้ลูกค้า ครั้งนี้เป็นแค่ปัญหาที่ว่าเราต้องทำอย่างให้คนไทยได้ชอบบริการนี้ให้มากที่สุด ถือว่าเป็นโจทย์ใหม่ แค่เป็นการแอพพลายอยู่ในธุรกิจใหม่ แต่เป็นสิ่งที่เราชอบเลยไม่รู้สึกว่ายาก ประกอบกับมีทีมงานเก่ง เวลาต้องเจอปัญหาก็ลุยอย่างเต็มที่คุยกับทีมกันเยอะๆ เพื่อให้เข้าใจถึงปัญหาให้ทุกคนช่วยคิดแก้ด้วยกัน แล้วก็ไม่มีอะไรที่ยากไปหรือง่ายกว่าที่เราจะทำด้วยตัวเอง ร่วมด้วยช่วยกัน
...แม้การละเมิดลิขสิทธิ์ในประเทศไทยยังคงเป็นที่แพร่หลาย เราเชื่อว่าข้อเสนอและบริการเกินคุ้มของไอฟลิกซ์จะสามารถทำให้คนไทยหันมาสนับสนุนการดูหนังและซีรีส์แบบถูกกฎหมายได้ ไม่ว่าจะเป็นความหลากหลาย คุณภาพของหนังและซีรีส์ที่คัดสรรมาให้เหมาะกับคนไทยโดยเฉพาะ เทคโนโลยีที่พัฒนามาเพื่อตอบรับกับไลฟ์สไตล์ของคนในอาเซียน และที่สำคัญราคาที่คุ้มค่ากว่าการซื้อแผ่นดีวีดีผี 1 แผ่นเสียอีก ทั้งนี้เราได้เปิดให้ผู้ที่อยากทดลองใช้บริการไอฟลิกซ์ สามารถลงทะเบียนเพื่อรับข้อมูลและอัพเดทสถานะของไอฟลิกซ์ได้ที่ www.iflix.com โดยบริษัทจะเปิดให้บริการอย่างเต็มรูปแบบภายในเดือนสิงหาคมนี้.....ผู้บริหารไอฟลิกซ์ ประเทศไทย กล่าวย้ำถึงความตั้งใจ



