
ผู้ผลิตยางรถยนต์ห่วงยางไม่พอ นัดถกบริษัทร่วมทุนยาง 24 ก.ค.
บริษัทร่วมทุนยางหารือผู้ผลิตยางรถยนต์รายใหญ่ 24 กรกฎาคมนี้ ผู้ผลิตระบุความต้องยางรถยนต์มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น แม้รถยนต์ลดกำลังการผลิตลง แต่ยางรถยนต์ต้องเปลี่ยนตามอายุ ห่วงผลผลิตน้อย ส่งมอบยางให้ไม่เพียงพอ
นายสมชาย ชาญณรงค์กุล อธิบดีกรมวิชาการเกษตร เปิดเผยว่า วันที่ 24 กรกฎาคมนี้ บริษัทร่วมทุนยางระหว่างประเทศ จำกัด จะหารือกับกลุ่มบริษัทผู้ผลิตยางรถยนต์รายใหญ่ของโลกที่ประเทศอินโดนีเซีย เพื่อรับทราบข้อมูลในการวางแผนการผลิตยางรถยนต์ในระยะต่อไป เนื่องจากบริษัทร่วมทุนยาง กำหนดให้มีการปรับลดพื้นที่เพาะปลูก และจำกัดปริมาณการส่งออก แต่ได้รับข้อมูลจากผู้ผลิตยางรถยนต์ว่าความต้องการยางรถยนต์มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ทำให้ผู้ผลิตยางรถยนต์กังวลว่าจะไม่มียางส่งมอบ เพราะปีนี้ผลผลิตออกสู่ตลาดน้อยมากจึงต้องการความมั่นใจจากไทย
ทั้งนี้ ปัจจุบันราคายางสูงขึ้นเฉลี่ยอยู่ที่กิโลกรัมละ 54 บาท ส่วนหนึ่งมาจากราคาน้ำมันดิบที่ปรับตัวสูงขึ้น ความต้องการใช้ในตลาดสหภาพยุโรป หรืออียู เริ่มสูงขึ้น เนื่องจากเข้าสู่ฤดูร้อน ขณะที่จีนยังมีอัตราการเจริญเติบโตด้านอุตสาหกรรมรถยนต์โดยปีนี้สูง 24-25% แม้บริษัทผู้ผลิตรถยนต์บางรายได้รับผลกระทบจากวิกฤติเศรษฐกิจและลดกำลังการผลิตลง แต่ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อความต้องการยางรถยนต์ เพราะต้องเปลี่ยนตามอายุการใช้งาน
“อัตราการเจริญเติบโตของอุตสาหกรรมจีน มีผลต่อราคายางของไทยมาก เนื่องจากเป็นตลาดส่งออกหลัก ที่ผ่านมาเรากังวลว่าเศรษฐกิจจีนจะเกิดฟองสบู่ แต่จากที่รัฐบาลจีนสามารถประคองเศรษฐกิจให้รอดได้ในปีนี้ ทำให้เรามั่นใจในตลาดนี้มากขึ้น สามารถนำมาประเมินสถานการณ์ราคายางของไทยได้ว่าแนวโน้มจะยังดีอยู่ ส่วนระดับราคาคาดว่าจะเพิ่มจากปัจจุบันไม่มาก จะทรงตัวอยู่ในระดับนี้จนกว่าถึงสิ้นปี“ นายสมชาย กล่าว
นายสมชาย กล่าวว่า ราคายางที่สูงขึ้น ส่งผลให้การรับซื้อยางพาราภายใต้โครงการสนับสนุนให้สถาบันเกษตรกรรับซื้อยางพาราวงเงิน 8,000 ล้านบาท ปัจจุบันมีการใช้เงินเพียง 100 ล้านบาท ถือว่าประสบผลสำเร็จระดับหนึ่ง เพราะวัตถุประสงค์ของโครงการนี้เป็นผลด้านจิตวิทยาให้ราคาในตลาดสูงขึ้น



