ข่าว

"ทักษิณ" ดับเครื่องชน"โอบามาร์ค"

"ทักษิณ" ดับเครื่องชน"โอบามาร์ค"

21 ก.ค. 2552

ข่าวสารของ "ทักษิณ ชินวัตร" หลังเหตุการณ์เมษาเลือดยังไม่เคยจืดจางไปจากวงการสื่อไทย...

แม้จะเพลี่ยงพล้ำไปในศึกสงกรานต์เดือดในครั้งนั้น แต่ "คนไกลบ้าน" ยังมิยอมหยุด หนำซ้ำยังมีลูกบ้าเที่ยวล่าสุดที่ใครต่อใครมิอาจเทียบเทียมได้...

 ยามนี้ทักษิณยังกบดานในบางประเทศ และโผล่ออกมาเป็นข่าวผ่านลิ่วล้อเป็นระยะๆโดยยังไม่ทิ้งจุดขาย คือ การโฟนอินในช่วงเลือกตั้งซ่อม ส.ส. และการชุมนุมของคนเสื้อแดงหลายจังหวัด

 "คนหน้าเหลี่ยม" ยังคงหลอนแฟนพันธุ์แท้อย่างต่อเนื่องว่า จะกลับมาตายยังมาตุภูมิและแก้วิกฤติให้คนไทยทุกเมื่อ

  ก่อนหน้านี้ สื่อของคนหน้าเหลี่ยมและคนเสื้อแดงได้ออกวางแผงจำหน่ายจ่ายแจกไปในทุกพื้นที่ เพื่อโฆษณาชวนเชื่อและปลุกเร้ามวลชน

 เพราะข่าวสารด้านเดียวในยุคนี้...มีความจำเป็นยิ่งที่จะต้องยึดหัวหาดเดิมและขยายอาณานิคมออกไปให้ได้

  เมื่อบวกกับเกมล่ารายชื่อประชาชน 1 ล้านชีวิตเพื่อถวายฎีกาขอพระราชทานอภัยโทษให้คนไกลบ้านกลับมากู้วิกฤติประเทศ แม้จะโดนหลายฝ่ายติติงความไม่ถูกต้องของขั้นตอน รวมทั้งการกระทำที่มิบังควรแบบนี้

 แต่ "ทักษิณ" คนใกล้ชิดคนเสื้อแดงและพรรคเพื่อไทยไม่สนใจ และเดินเครื่องเต็มสูบบนหมากการเมืองกระดานข้างหน้า

 "ไฮไลท์" ของเดือนนี้ คงเลี่ยงไม่พ้นการจัดงานแซยิดให้ "ทักษิณ" ในวันที่ 26 กรกฎาคม ซึ่งคนเสื้อแดงจะจัดงานพุทธมนต์อายุวัฒนะ 60 ปี และทักษิณานุปทานถอนวิบากกรรม 8 ทิศ ณ วัดแก้วฟ้า อ.บางกรวย จ.นนทบุรี

 รวมทั้งจะจัดงานเลี้ยงโต๊ะจีน 350 โต๊ะ ที่ภัตตาคารมังกรหลวง พร้อมรับฟังเสียงโฟนอินข้ามทะเลมาให้แฟนพันธุ์แท้คลายความคิดถึง

 งานนี้คล้ายว่าจัดขึ้นแทนการจัดงานที่สนามหลวงซึ่งโดนต้านอย่างหนัก

 แต่บางอย่างที่ไม่เปลี่ยนและเป็นสัญลักษณ์ที่ย้ำชัดว่างานนี้ คือของจริงจากใจคนไกลบ้าน คือโฟนอินของคนหน้าเหลี่ยม+การย่างก้าวเข้าสู่งานดังกล่าวของพี่น้องตระกูลชินวัตร

 สะท้อนว่า ครอบครัวนี้ยังคงทำทุกอย่างเพื่อให้อำนาจการบริหารราชการแผ่นดินกลับมาสู่อุ้งมือของพรรคเพื่อไทยและทักษิณ

 "ทักษิณ" ยังใช้โอกาสลักลอบบั่นทอนเสถียรภาพของรัฐบาลนี้ไปเรื่อยๆ ในทำนอง จับให้ได้หากมีปัญญาไล่ตาม

 แว่วมาว่า...หากปล่อยเวลาไปสองปี ยามนั้นคดีความของ "นายใหญ่" จะถูกพิพากษากันบ้างแล้ว

 หากยังไม่รีบขยับหมากรุกเพื่อปิดเกมในวันนี้ ปัญหาใหญ่ด้านอื่นๆ จะตามมาอีกหลายระลอก

 ฉะนั้น การรักษาพรรคเพื่อไทยไว้ให้รอดมรสุมการเมือง และเริ่มต่อสายกับแนวร่วมให้เข้ามาจับมือเป็นสหายบนสมรภูมินี้นั้น ต้องเร่งกระทำให้จบสิ้นโดยเร็ว

 เห็นชัดจากข่าวสารว่า นายใหญ่เริ่มดูดอดีตลูกน้องที่ตีตัวออกห่างไปให้กลับมาผนึกกำลังกันใหม่ โดยให้ลืมอดีตที่แล้วมาให้สิ้นไป

 เว้นแต่พวกเนรคุณที่ชาตินี้ไม่มีทาง "เผาผี" กันแน่นอน

 รอบตัดและเส้นรอบวงประวัติศาสตร์การเมืองไทยยามนี้และอนาคตอันใกล้นั้น "พรรคสะตอ" และ "ทักษิณ" ต้องฟาดฟันกันให้แดดิ้นและสิ้นสลายกันไป
 
 แต่ 6 เดือนที่ผ่านมา อภิสิทธิ์เพียงแต่ไล่จับเงาและรอยเท้าของทักษิณเท่านั้น

 คนไกลบ้านจึงดำเนินการหยามน้ำหน้าและกระทำการในสิ่งต่างๆ ที่ครม.ชุดนี้มิสามารถจัดการได้เลย

 เกมนี้ "ทักษิณ" ยังเป็นฝ่ายบงการ และมันคือเกมวัดใจ+ดับเครื่องชนความมั่นคงของรัฐนาวาลำนี้ และสวนกระแสอภิสิทธิ์ฟีเวอร์กันแบบ "ช็อตต่อช็อต-หมัดต่อหมัด" ว่าใครคือของจริงกันแน่

 สถานการณ์ปัจจุบันที่ประกอบเหตุผลข้างต้น คือ ในยามนี้การขับไล่ "รัฐบาลโอบามาร์ค" กำลังกลับมาเคลื่อนไหวกันอีกคำรบ

 ศัตรูด้านอื่นๆ ที่คนเสื้อแดงเคยขับไล่วันนี้ต้องพักยกไว้ก่อน โดยยามนี้ต้องเน้นประชาสัมพันธ์ "คนหน้าเหลี่ยม" และอัดนโยบายรัฐบาลนี้ไปแบบเนื้อๆ เน้นๆ

 สิ่งที่เป็นปรากฏการณ์เด่นชัดคือ การต่อต้านครม.ชุดนี้ในภูมิภาคต่างๆ มิให้ลงพื้นที่ฐานเสียงและขุมกำลังของคนเสื้อแดง

 การต่อต้านขั้วตรงข้ามของ "คนหน้าเหลี่ยม" ดำเนินการไปทุกมิติเพื่อสะท้อนออกไปเป็นข่าวสารในสังคมว่า... หากมิใช่อดีตนายกฯ ทักษิณแล้วไซร้ ใครก็ตามมิอาจมาในพื้นที่ต้องห้ามของคนเสื้อแดงเด็ดขาด

 ขณะเดียวกัน "เพื่อไทย" ก็รู้ตัวว่า บางพื้นที่ของพรรคสะตอและคนเสื้อเหลือง รวมทั้งดินของ "คนมีสี" นั้นมิควรย่างก้าว เพียงแค่รักษาหน้าตักเดิมไว้ก็มีชัยไปหลายก้าวแล้วเพราะเสียงของคนหน้าเหลี่ยมเท่านั้นเอง

 “ผีทักษิณ” ยังคงตามหลอกหลอนการเมืองตั้งแต่หลังการรัฐประหารจนถึง ณ วันนี้ จนบางฝ่ายส่ายหน้าว่า ความโกลาหลในรอบเกือบ 3 ปีนี้

 ตัวละครยังเป็นหน้าเดิมๆ และยังคงเล่นบทบาทเดิมอย่างมิเปลี่ยนแปลง

 ความคืบหน้าในการยุติความขัดแย้งและแสวงหาความปรองดองแห่งชาตินั้น ยังล่องลอยอยู่ในอากาศ

 และมิสามารถจับต้องเป็นรูปธรรมได้เลย

 เมื่อ "ขั้วทักษิณ" กับ "ขั้วตรงข้าม" ยังคงเล่นบทต่างคนต่างเดินกันเช่นนี้ไปเรื่อยๆ อย่าหวังเลยว่าจะจบเกมกันอย่างแฮปปี้กันทั้งสองฝ่าย

 จนกว่าฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งจะสิ้นไปจากสารบบนั่นเอง
            ** โต๊ะข่าวการเมือง***