
นายกฯยันเดินหน้าศก.ดิจิทัล-4จีต่อ
นายกฯยันเดินหน้าศก.ดิจิทัล-4จีต่อ วิษณุชี้คปป.ไม่จุ้นงานบริหารแผ่นดิน ชี้บิ๊กตู่มีสิทธินั่งก.ก.ได้
25ส.ค.58 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) แถลงข่าวและให้สัมภาษณ์แก่สื่อมวลชนภายหลังการประชุมครม. ถึงนโยบายเศรษฐกิจดิจิทัล ว่า จะมีการทำต่อให้รวดเร็ว ตอนครม.ชุดแรกนั้นเหนื่อยตรงที่มีการทำโครงสร้างใหม่ ทำกฎหมายใหม่ วันนี้ต้องนำสิ่งเหล่านั้นมาดู เช่น การประมูลคลื่นความถี่สี่จี และทำดาต้าเซนเตอร์ เขาคิดไว้หมดแล้ว โดยตนได้บอกให้ทบทวนว่าตรงไหนมีความขัดแย้งไม่เห็นด้วย ก็นำมาดูว่าจะปรับตรงไหนได้ แต่ตนต้องการให้มันเกิดขึ้นให้ได้ ต้องขอร้อง จะให้รัฐบาลปรับตามใจท่านอย่างเดียวไม่ได้ ต้องฟังเหตุฟังผลด้วยนะว่าเพราะอะไร อย่างไร ไม่เชื่อใจกันไม่ได้ ถ้าต้องสร้างความไว้ใจและไว้เนื้อเชื่อใจให้ได้ในครม.และในข้าราชการทุกกระทรวง วันนี้ไม่ได้ทำเพื่อเจ้าหน้าที่ใช้กฎหมาย แต่ทำเพื่อให้ประชาชนเป็นคนได้ประโยชน์ทั้งหมด คือเอาประชาชนเป็นศูนย์กลาง ฝากบอกทุกกระทรวง ทบวง กรม ด้วยขอขอบคุณข้าราชการดีๆ เยอะ ก็มีไม่ดีบ้าง แต่ก็สงบไปพอสมควร อย่าไปฟังนักการเมือง ประชาธิปไตย ถึงเวลามันก็มีเอง ตามรัฐธรรมนูญ
เมื่อถามว่า จะนำกระทรวงมหาดไทยมาช่วยขับเคลื่อนด้วยหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ทำอยู่แล้ว ว่ากระทรวงมหาดไทยดูแลประชาชนทั้งหมด เขาจะดูแลเรื่องตลาดทั้งหมด มอบหมายให้ผู้ว่าราชการจังหวัดดูแล บางทีก็ต้องให้งบ 2 ทาง อะไรร่วมกันได้ก็ร่วม อันไหนไม่ทับซ้อนกันก็แบ่งกันไป เรื่องงานปกติตนไม่อยากไปยุ่งเพราะเป็นแผนงานเดิมอยู่แล้ว วันนี้ต้องเดินหน้าไปให้ได้
เมื่อถามว่ายังมีการประมูลคลื่นความถี่สี่จีอยู่หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า เหมือนเดิม ยังทำอยู่ บอกแล้วว่าระยะที่ 2 นั้นจะมาเร่งเดินหน้า ไม่ใช่เข้ามาเดินถอยหลัง ไม่มีการชะลอ ตนไม่ได้สั่ง ฝ่ายที่รับผิดชอบก็ไม่ได้เสนอให้ชะลอ มันจะชะลอทำไม ทำได้ก็ทำ รอใครมาทำหรือ ไม่รอทั้งนั้น อันไหนเป็นปัญหาก็หยุดไว้ก่อน ถ้าเอาปัญหาทั้งหมดมาตีกันก็ไปไม่ได้ ติดหมด ติดทุกอย่าง จะมาเอาอะไรกับตน ท่านต้องทำให้มันไปได้ ถ้าไม่เห็นชอบจะให้ไปตรงไหน ให้ทางเลือกตนบ้าง
แจงแบ่งงานรองนายกฯบูรณาการให้คำปรึกษาได้
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) แถลงข่าวและให้สัมภาษณ์แก่สื่อมวลชนภายหลังการประชุมครม. ว่า ได้มีการแบ่งงานรองนายกรัฐมนตรีในครม.แล้ว โดยแบ่งเป็นกระทรวง ระยะหลังนั้นตนไม่ได้เน้นฝ่ายเท่าไหร่ และให้ พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรี ดูแลกระทรวงศึกษาธิการ และกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร และกระทรวงแรงงาน ส่วนฝ่ายเศรษฐกิจของนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี จะเอากระทรวงที่เกี่ยวกับเศรษฐกิจทั้งหมดไปรวมจะได้บูรณาการกันทั้งหมด และจะแยกออกมาให้รองนายกรัฐมนตรีท่านอื่นดูแล พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร รองนายกรัฐมนตรี ดูแลกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และกระทรวงวัฒนธรรม ส่วนกระทรวงการต่างประเทศก็ให้ฝ่ายเศรษฐกิจดูแลเพราะจะเดินหน้าเศรษฐกิจกับการต่างประเทศไปด้วยกัน แต่พล.อ.ธนะศักดิ์สามารถให้คำปรึกษาต่างๆ ได้ คือ ต้องช่วยกัน
เรื่องของกระทรวงคมนาคม พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรี ก็สามารถให้คำปรึกษาได้ เพียงแต่ว่าที่กำหนดความรับผิดชอบคือนำไปขับเคลื่อนให้ได้ผ่านเอกสารขึ้นมา เพราะทั้งหมดตนต้องสั่งการอยู่แล้ว กำหนดนโยบายและรองนายกรัฐมนตรีก็คิดว่าจะทำอย่างไร แล้วก็แปลงนโยบายที่กำลังทำไปสู่การปฏิบัติสู่กระทรวงมหาดไทย เพราะกระทรวงนี้เป็นคนดูแลประชาชนทุกพื้นที่ ไปขับเคลื่อนสู่ผู้ว่าราชการจังหวัดพร้อมหน่วยงานของทุกกระทรวงในจังหวัดนั้น เป็นการบูรณาการ นี่คือหลักการในการปฏิรูปการบริหารราชการให้เกิดการประสานงานอย่างแท้จริง อาจจะออกมาเป็นกฎหมายในภายหลัง ถ้าวันหน้านักการเมืองกลับเข้ามาใหม่เขาก็ไม่ได้ทำแบบตน เพราะมันเป็นการเมืองแบบรัฐบาลผสม แบ่งกระทรวงกันไป ก็กลับไปแบบเดิม วันนี้ไม่มีแบ่งพรรค มีแต่พรรคเดียว พรรคของตน
เมื่อถามว่า การพิจารณาเปิดสัมปทานปิโตรเลียมเป็นอย่างไร พล.อ.ประยุท ธ์กล่าวว่า ยังพิจารณาของเดิมอยู่ เพราะเป็นกฎหมาย และได้มอบหมายให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานไปดูเรื่องนี้ให้ชัดเจนแล้ว การที่เอาทหารมาเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานนั้นเพราะเขาทำหน้าที่ตรงนี้มาอยู่แล้ว เรื่องของการสร้างความเชื่อมั่น และเป็นคตร.มาก่อนด้วย ซึ่งตนไว้ใจและบอกแล้วว่า อย่าใช้ทางทหารมาก เป็นเรื่องของการสร้างความเข้าใจ สร้างความไว้เนื้อเชื่อใจ นั่นคือเหตุผลที่ตนเอาทหารไปอยู่ ไม่เช่นนั้นจะให้ใคร ไว้ใจให้นักการเมืองมากกว่าตนหรือ ก็รอก็แล้วกันถ้าอย่างนั้น
วิษณุชี้คปป.ไม่จุ้นงานบริหารแผ่นดิน
นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ได้เชิญตัวแทนที่เกี่ยวข้องกับการทำประชามติร่างรัฐธรรมนูญเข้าประชุม ประกอบด้วยกรรมาธิการ (กมธ.)ยกร่างรัฐธรรมนูญ คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)และกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย เพื่อเตรียมความพร้อมในการทำประชามติร่างรัฐธรรมนูญ โดยนายวิษณุ กล่าวว่า การทำประชามติตนมีความเป็นห่วงเรื่องการประชาสัมพันธ์ว่าจะมีการเปิดโอกาสให้กลุ่มที่เห็นว่าร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ไม่ดีจนออกมารณรงค์จะทำได้หรือไม่ ตนจะสอบถามประเด็นนี้ต่อกกต.ต่อไป
นายวิษณุ กล่าวถึงกรณีที่สมาชิกพรรคเพื่อไทยกล่าวหาว่าร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ โดยเฉพาะในบทเฉพาะกาลมาตรา 260 ที่บัญญัติให้มีคณะกรรมการยุทธศาตร์ปฏิรูปและการปรองดองแห่งชาติ (คปป.)ว่ามีเฉพาะประเทศที่ปกครองระบอบคอมมิวนิสต์เท่านั้นที่ใช้ว่า ไม่เหมือนกันแม้อาจจะมีส่วนที่คล้ายกันก็ตาม หากดูให้ดีจะเห็นว่าคปป.มีบทบาทสำคัญ 2ประการ คือทำเรื่องปฏิรูปและปรองดองซึ่งไม่ได้ทำในเรื่องการบริหารราชการแผ่นดิน ไม่ได้ทำในเรื่องการแก้ปัญหาภัยแล้งหรือน้ำท่วม รวมทั้งคอร์รัปชั่น ซึ่งงานบริหารราชการแผ่นดิน คปป.จะเข้ามาเกี่ยวไม่ได้ และที่ต้องเข้ามาทำเรื่องการปฏิรูปและปรองดองเพราะกมธ.ยกร่างฯ เชื่อว่ารัฐบาลใหม่จะเหมือนกับรัฐบาลที่ผ่าน ๆ มา ซึ่งไม่มีเวลาให้ความสนใจจะทำเรื่องเหล่านี้ เพราะงานของรัฐบาลมีมาก ดังนั้นจึงต้องมีใครสักกลุ่มหนึ่งรับภาระส่วนนี้ไป เพราะจากที่สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ส่งวาระการปฏิรูปให้รัฐบาลจึงจะเห็นว่าการปฏิรูปนั้นจำเป็นต้องทำในหลายเรื่อง
นายวิษณุ กล่าวว่า ส่วนการทำเรื่องความปรองดองหากสามารถดำเนินการได้เลยก็ไม่จำเป็นต้องมีคปป. แต่กมธ.ยกร่างฯไม่เชื่อว่ารัฐบาลจะทำได้แต่ถ้ารัฐบาลทำได้ก็ให้ทำไปเลย แต่ถ้าเกิดวิกฤติขึ้นแล้วรัฐบาลได้ใช้กฎหมายปกติและกฎหมายพิเศษ เช่น พ.ร.บ.ความมั่นคง และประกาศภาวะฉุกเฉิน รวมทั้งกฎอัยการศึกแล้วไม่ได้ผลก็แสดงว่ารัฐบาลหมดหนทางที่จะจัดการกับวิกฤติดังนั้นคปป.จึงจะเข้ามาแก้ไขวิกฤตินั้น ส่วนจะแก้ได้หรือไม่ตนยังไม่ทราบแต่องค์ประกอบของคปป.ที่ล้วนเต็มไปด้วยผู้มีอำนาจในการแก้ไขปัญหาจึงคิดว่าหากคนเหล่านี้มานั่งคุยกันก็อาจได้ข้อสรุปที่เป็นทางออก
“จะเรียกอะไรก็ตามต้องถือว่าเป็นอำนาจตามบทเฉพาะกาลในช่วงเวลาวิกฤติ ซึ่งต้องเข้าใจว่าในช่วงวิกฤติทุกสิ่งทุกอย่างจะหยุดหมด การประกาศกฎอัยการศึกก็จะกระทบต่อสิทธิส่วนบุคคลแน่ และล่วงล้ำรัฐบาลด้วย แต่ถ้าเอาอยู่มันก็จบ แต่ถ้าคปป.ใช้อำนาจโดยยังไม่ถึงเวลาอันควร แล้วมีคนไปร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญว่ามีการใช้อำนาจที่ยังไม่สมควร คปป.จะมีความผิด ดังนั้น คปป.ต้องคิดต้องปรึกษากับประธานศาลรัฐธรรมนูญและประธานศาลปกครองสูงสุด นี่คือมาตรการอย่างหนึ่ง เหมือนในประเทศฝรั่งเศสมีมาตรา 16 ในรัฐธรรมนูญ ที่ให้อำนาจนายกรัฐมนตรีจัดการทุกอย่างที่จำเป็น”
ชี้“บิ๊กตู่”มีสิทธินั่งก.ก.ได้
ผู้สื่อข่าวถามว่า การเขียนให้คปป.เข้ามาแก้ไขปัญหาช่วงวิกฤติเท่ากับว่าจะเปิดช่องให้คนไม่หวังดีออกมาสร้างวิกฤติเพื่อให้คปป.จัดการหรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า ไม่เป็นการเปิดช่อง ไม่มีใครที่จะออกมาแล้วบอกว่าให้คปป.เข้ามาจัดการ เพราะก่อนจะมาถึงวิกฤติก็จะมีการใช้กฎหมายธรรมดาก็คิดว่าน่าจะเอาอยู่แล้ว ขอให้เชื่อว่าการชุมนุมจะไม่ไปถึงขั้นที่คปป.ต้องออกมาจัดการง่าย ๆ เว้นแต่จะไปยึดสนามบิน หรือเกิดระเบิดในหลายแห่งจนรัฐบาลควบคุมไม่อยู่ ทั้งหมดนี้เป็นบทเฉพาะกาลบังคับใช้ในเวลา 5 ปี มีหลักประกันว่าจะต้องใช้ในช่วงวิกฤติจริง ไม่สามารถบุ่มบ่ามใช้ได้ นอกจากนี้การที่มีประมุขฝ่ายบริหาร นิติบัญญัติ และตุลาการร่วมอยู่ในคปป.ถือเป็นการคานอำนาจกันเอง
ผู้สื่อข่าวถามว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคสช.สามารถเข้ามาเป็นกรรมการในคปป.ได้หรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า ตนยังไม่ทราบในรายละเอียด แต่ถ้าพล.อ.ประยุทธ์ยังเป็นนายกฯอยู่ก็จะเข้าไปเป็นกรรมการคปป.โดยตำแหน่ง แต่ถ้าพ้นจากตำแหน่งไปแล้วก็สามารถเข้ามาเป็นได้ หากบรรดาอดีตนายกฯ มีมติเลือกพล.อ.ประยุทธ์ ส่วนคุณสมบัติอื่นก็ขึ้นอยู่กับพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าจะบัญญัติไว้อย่างไร
แนะนักการเมืองความกลัวทำให้เสื่อม
นายวิษณุ กล่าวว่า ร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่นี้ ตนมีความกังวลเช่นเดียวกัน กังวลว่ามาตรการอะไรก็อาจจะเอาไม่อยู่ เพราะคนเราถ้าคิดจะรุนแรงก็สามารถทำไปได้โดยคาดไม่ถึง อย่างกรณีระเบิดที่แยกราชประสงค์ ก็ไม่มีใครคาดคิด ดังนั้น อะไรที่ไม่เคยนึกถึงนั้นสามารถเกิดขึ้นได้
ต่อข้อถามที่ว่า รัฐบาลจะบริหารงานได้อย่างไร เมื่อร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ออกแบบให้รัฐบาลอ่อนแอแล้วยังให้มีองค์กรมาซ้อนทับอีกชั้น นายวิษณุ กล่าวว่า นักการเมืองสมัยก่อนบอกว่าความกลัวทำให้เสื่อม ดังนั้นจึงไม่ต้องกลัวอะไรขอให้อยู่กับระบบแล้วทำให้ดีที่สุด หากกลัวว่าจะทำงานไม่ได้กลัวในหลายเรื่อง โดยไม่มองว่าประชาชนจะคิดว่านักการเมืองเข้ามาทำผิดแล้วไม่มีการตรวจสอบบ้างหรือ
“ผมพยายามเข้าใจกมธ.ยกร่างฯ แต่ยังไม่เข้าใจว่าที่เข้าใจนั้นเป็นเจตนาแท้จริงของกมธ.ยกร่างฯหรือไม่ และตั้งใจว่าจะสอบถามถึงความตั้งใจและเจตนาของกมธ.ยกร่างฯอีกครั้ง ว่าการร่างเรื่องใดเรื่องหนึ่งจะช่วยแก้ปัญหาในเรื่องนั้นได้จริงหรือไม่ เช่น คปป.ถ้าวันหนึ่งกมธ.ยกร่างฯบอกว่าต้องการให้เป็นซูเปอร์บอร์ด ซูเปอร์เพาเวอร์ โปลิตบูโรจริง จากนั้นค่อยมาวิจารณ์กัน แต่ร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้คงไม่ถึงขั้นนางงามเหมือนที่นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ ประธานกมธ.ยกร่างฯ อยากให้มอง แต่คงมิสอะไรสักอย่าง ไม่ถึงขั้นมิสยูนิเวอร์ส ผมพยายามเดาเจตนาของกมธ.ยกร่างฯ เช่น ที่บอกว่ายุบสภาแล้วให้ปลัดกระทรวงทำหน้าที่ ซึ่งพยายามเดาว่าอาจไม่ไว้ใจนักการเมือง กลัวว่าจะหาเสียงทิ้งทวน แต่ผมไม่เห็นด้วย ทำไมถึงคิดว่าข้าราชการประจำนั่งแทนรัฐมนตรีจะดีกว่า อย่างน้อยรัฐมนตรีมีอะไรที่ต้องรับผิดชอบต่อสังคม ซึ่งหากปลัดกระทรวงมานั่งแทนย่อมไม่มีอะไรที่ต้องรับผิดชอบ”
“ลั่น”เลือกตั้งไม่ใช่คำตอบสุดท้าย
นายวิษณุ กล่าวว่า การเลือกตั้งไม่ใช่คำตอบสุดท้ายในระบอบประชาธิปไตย เพราะมีเงื่อนไขว่าการเลือกตั้งต้องบริสุทธิ์ยุติธรรม เปิดกว้างทั่วไป หากคิดแต่จะเลือกตั้งก็ไม่เรียกว่าเป็นประชาธิปไตย เพราะต้องดูเป้าหมายว่าเลือกผู้แทนเข้าไปทำอะไร ตนไม่ได้กลัวการเลือกตั้ง แต่กลัวเลือกแล้วประเทศจะกลับมาเหมือนเดิม ดังนั้น กมธ.ยกร่างฯ จึงสร้างกลไกให้มีองค์กร เช่น คปป.เพื่อทำให้บ้านเมืองสงบเรียบร้อย
ผู้สื่อข่าวถามว่า หลายมาตราในร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้เหมือนต้องการให้สืบทอดอำนาจ เช่นที่ให้มีส.ว.สรรหา 123คน ส่วนส.ว.เลือกตั้ง 77 คน นายวิษณุ กล่าวว่า เวลาส.ว.โหวตจะโหวตในนามวุฒิสภา ไม่ได้แบ่งโหวตว่าเป็นพวกเลือกตั้งหรือสรรหา แต่ทั้งหมดก็อยู่ในบทเฉพาะกาล เมื่อสถานการณ์กลับเป็นปกติหลังจากเลือกตั้งแล้วจะต้องถอดสลักเหล่านี้ออกให้หมด ส่วนกรณีที่สมาชิกสปช.เตรียมเสนอทำประชามติให้รัฐบาลอยู่ปฏิรูปอีก 2 ปี รัฐบาลรู้ว่างานปฏิรูปไม่มีทางทำสำเร็จภายใน 4 หรือ 5 ปี แต่รัฐบาลจะเดินเข้าสู่โรดแม็พโดยมีการเลือกตั้ง แม้จะเดินหน้าปฏิรูปไปได้เท่าไหร่ก็เอาเท่านั้น เพราะหากจะบอกว่าให้ปฏิรูปให้เสร็จก่อนแล้วค่อยเลือกตั้งคงต้องรอไปอีก 70 ปี คำตอบของรัฐบาลในเรื่องนี้ก็คือ ปฏิรูปไปบ้างแล้วค่อยทยอยส่งต่อให้รัฐบาลต่อไป



