
ส.ส.เมืองโอ่งแจ้งความจับลุงฐานทำร้ายร่างกาย
ส.ส.พรรคชาติไทยพัฒนา ราชบุรี ขึ้นโรงพักแจ้งความจับลุง อ้างถูกทำร้ายร่างกายหลังทะเลาะกันเรื่องป้ายติดเมรุวัด
เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 20 กรกฎาคม นางปารีณา ปาจรียางกูร อายุ 31 ปี ส.ส.ราชบุรี เขต 1 พรรคชาติไทยพัฒนา แจ้งความร้องทุกข์ต่อ ร.ต.อ.สุทธิเกียรติ โพธิสุทธิ์ ร้อยเวร สภ.โพธาราม จ.ราชบุรี ให้ดำเนินคดีนายสวัสดิ์ จังพาณิชย์ อดีตนายกเทศมนตรีเมืองโพธาราม ปัจจุบันดำรงตำแหน่งเป็นสมาชิกสภาจังหวัดราชบุรี เขต อ.โพธาราม ซึ่งเป็นลุงของนางปารีณา โดยกล่าวหาว่าถูกนายสวัสดิ์ทำร้ายร่างกายจนได้รับบาดเจ็บ พร้อมนำหลักฐานเป็นกิ่งไม้ยาวประมาณ 1 ศอก ซึ่งเป็นไม้ที่นายสวัสดิ์ใช้ทำร้ายร่างกาย และชี้ให้ดูร่อยรอยเขียวช้ำบวมที่บริเวณแขนข้างซ้ายด้านใน
นางปารีณา ให้การว่า เมื่อช่วงสายๆ ที่ผ่านมา ตนพร้อมกับนายกมล ทองจิต ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 4 ต.ท่าชุมพล และนายสง่า ศรธนู ชาวบ้าน ต.ท่าชุมพล ไปที่วัดชัยรัตน์ ต.ท่าชุมพล เพื่อไปปลดป้ายชื่อของนายทวี ไกรคุปต์ อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ซึ่งเป็นพ่อของตนที่บริเวณหน้าซุ้มเมรุวัดชัยรัตน์ลงมา เนื่องจากที่ผ่านมานายสวัสดิ์ได้ปลดป้ายชื่อของนายทวี ซึ่งเป็นป้ายเก่าที่นำมาติดตั้งแต่สมัยที่มีการสร้างเมรุแห่งนี้เมื่อกว่า 20 ปีที่แล้ว โดยไม่ได้รับอนุญาต นายสวัสดิ์อ้างว่าจะนำไปทำใหม่ ซึ่งตนเข้ามาคัดค้านและบอกว่าขอให้นำป้ายเก่าไปติดไว้อย่างเดิม แต่นายสวัสดิ์กลับไม่สนใจและนำป้ายใหม่มาติดแทน จนมีเรื่องถึงขั้นแจ้งความดำเนินคดีไปแล้วครั้งหนึ่ง ซึ่งตนมองว่าเป็นเรื่องไม่สมควร จึงสั่งคนให้ไปปลดลงมา ขณะที่กำลังปลดป้ายอยู่นั้น นายสวัสดิ์ทราบเรื่องจึงขับรถเข้ามา และเกิดการโต้เถียงกัน จากนั้นนายสวัสดิ์กระโดดเตะแต่ไม่ถูก พลาดไปถูกนายกมล แล้วเดินกลับไปที่รถพร้อมกับคว้าไม้ท่อนดังกล่าวมาตีที่แขนตนอย่างแรง
ขณะที่นายสวัสดิ์ กล่าวขณะให้ปากคำ ที่ สภ.โพธารามว่า เรื่องที่เกิดขึ้นเป็นการใส่ร้าย ตนแค่เข้าไปสอบถามนางปารีณาว่าปลดป้ายลงมาทำไม เพราะได้ไปทำป้ายใหม่มาแล้ว นางปารีณากลับถอดรองเท้าขว้างใส่หน้า แต่ไม่ถูกจึงทำให้เกิดการโต้เถียงกัน ส่วนเรื่องที่ใช้ไม้ตีนั้น ไม่รู้เรื่องว่าไปถูกตีที่ไหน และตอนไหน ซึ่งชาวบ้านที่ไปด้วยก็สามารถเป็นพยานได้
ด้าน ร.ต.อ.สุทธิเกียรติ กล่าวว่า จะทำหนังสือส่งตัวนางปารีณาไปตรวจร่างกายเพื่อหาร่องรอยการถูกทำร้ายที่โรงพยาบาลโพธาราม พร้อมทั้งจะเรียกพยานที่อยู่ในเหตุการณ์ทั้งสองฝ่ายมาดำเนินการสอบปากคำต่อไป



