
ปูอวยพรวันเกิดบรรหารเผยรับไม่ได้รธน.ใหม่
25 ส.ค. 2558
"ยิ่งลักษณ์นำขบวนแกนนำเพื่อไทย อวยพรวันเกิดบรรหาร ปัด ตอบรัฐธรรมนูญ ด้าน ยิ่งลักษณ์ เปิดปากรับไม่ได้ รัฐธรรมนูญใหม่
วันที่ 25 สิงหาคม 2558 เมื่อเวลา 10.30 น. น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี พร้อมแกนนำพรรคเพื่อไทย อาทิ พล.ต.ท.วิโจรน์ เปาอินทร์ รักษาการหัวหน้าพรรคเพื่อไทย นายภูมิธรรม เวชยชัย เลขาธิการฯ นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา นายวราเทพ รัตนากร นายสามารถ แก้วมีชัย นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล นายชวลิต วิชยสุทธิ์ นายอุดมเดช รัตนเสถียร ได้นำกระเช้าดอกไม้จำนวน 4 กระเช้า เข้าอวยพร นายบรรหาร ศิลปะอาชา ประธานที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา เนื่องในวันคล้ายกันเกิดย้อนหลังครบรอบ 83 ปี
โดย น.ส.ยิ่งลักษณ์ ได้มอบกระเช้าพร้อมขอให้นายบรรหารมีสุขภาพที่แข็งแรง ยังได้เป็นตัวแทนมอบกระเช้าดอกไม้ของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี และกระเช้าดอกไม้ของนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกรัฐมนตรีด้วย ซึ่งนายบรรหาร กล่าวว่า ตนรู้จัก พ.ต.ท.ทักษิณมานาน และได้พูดคุยทำงานร่วมกันมาตลอดจนกระทั่ง พ.ต.ท.ทักษิณ ตั้งพรรคการเมืองขึ้นมา แต่อย่างว่า อนาคตของการเมืองนั้นไม่แน่นอนขอเอาใจช่วย พ.ต.ท.ทักษิณ ขอให้มีโอกาสได้กลับมา และกลับมาโดยสวัสดิภาพด้วย ขอให้ฝากบอก พ.ต.ท.ทักษิณด้วยว่า ยังระลึกและคิดถึงอยู่ตลอด
ส่วนนายสมชาย เป็นคนดีมาก เพราะได้ดำเนินการโครงการดำเนินการไนซาฟารีที่จังหวัดเชียงใหม่ ลุล่วง อีกทั้งเป็นคนที่เสมอต้นเสมอปลายอีกอะไรก็ถ่อยทีถ่อยอาศัย เป็นนายกรัฐมนตรีที่ดีมากคนหนึ่งในประเทศไทย ในโอกาสที่นายสมชายไม่สบายก็ขออวยพรให้หายเจ็บไข้โดยเร็ว รักษาสุขภาพให้ดี และให้มีความเจริญงอกงามไปตลอด
พล.ต.ท.วิโรจน์ ได้มอบกระเช้าดอกไม้อวยพรในนามของพรรคเพื่อไทย โดยนายบรรหาร กล่าวว่า พล.ต.ท.วิโรจน์ ก็เคยเป็นสมาชิกพรรคชาติไทยมาก่อน ขอให้มีความเจริญก้าวหน้าต่อไป อย่างไรก็ตาม ในอนาคตหากมีการเลือกตั้งก็ขอให้พรรคเพื่อไทยลงสู่สนามเลือกตั้ง และขอให้ได้รับชัยชนะด้วย ซึ่งนายบรรหาร ได้กล่าวขอบคุณทุกคน พร้อมมองไฟฉายให้เป็นของที่ระลึก โดยได้กล่าวกับ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ว่า “ให้เอาไว้ช่วยส่องทางสว่าง”
ขณะที่นายบรรหาร ให้สัมภาษณ์ถึงร่างรัฐธรรมนูญว่า ตนยังไม่ได้อ่านแม้แต่มาตราเดียว ไม่ได้สนใจด้วย จะออกอย่างไรก็ให้ปล่อยไป เพราะจะไปบังคับไม่ได้ ถ้ามีการประกาศใช้ก็ต้องปฏิบัติตาม ส่วนจะถูกต้องหรือไม่ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง ตนไม่ได้ยุ่งเกี่ยว ลึกๆ ตนไม่อยากพูด เพราะถ้าพูดหรือวิจารณ์อะไรไปก็เกรงว่า นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ ประธานกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญจะไม่สบายใจ เพราะกับตนก็เพื่อนกัน อะไรที่เป็นประชาธิปไตยตีความได้หลายแง่หลายมุม เขาก็บอกเป็นประชาธิปไตย แต่เราบอกว่าไม่ใช่ เอาเป็นว่า รับกันเมื่อไรก็ลงสู่สนามเลือกตั้ง ส่วนลงแล้วจะได้หรือไม่ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งเมื่อถามถึงเสียงวิพากษ์วิจารณ์ร่างรัฐธรรมนูญ นายบรรหาร กล่าวว่า ก็ยังมีข้อกังขาอยู่ จะวิจารณ์ไปทำไม เพราะไม่เกิดประโยชน์ พูดไปเขาไม่ได้แก้ให้ ส่วนกระแสว่าจะรับและไม่รับร่างนั้น ตนก็ไม่รู้ มันอยู่ที่คนจะรับหรือไม่รับ ถ้าไม่รับก็ตกไป ถ้ารับก็ประกาศใช้แล้วต้องไปทำประชามติ
เมื่อถามว่า รัฐธรรมนูญปี 2540 2550 กับร่างปัจจุบันฉบับไหนดีกว่ากัน นายบรรหาร กล่าวว่า “ไม่อยากพูด แต่ของตนดีกว่า” เมื่อถามว่า มีเสียงวิจารณ์ว่าอนาคตอาจทำให้เกิดรัฐบาลบุฟเฟ่ต์คาบิเนตจนอาจทำให้การเมืองขาดเสถียรภาพ นายบรรหาร กล่าวว่า สายป่านก็จวนจะขาดอยู่แล้ว จะให้ทำอย่างไร เพราะนักการเมืองยุ่งอะไรไม่ได้เลย ยุ่งอะไรมากก็ไม่ได้ เดี๋ยว คสช.ก็เล่นงานเอา ก็คงต้องรอดูต่อไปในอนาคต เพราะถ้าบ้านเมืองวุ่นวายก็ค่อยมากแก้ไขกัน แต่คงไม่วุ่นวาย
เมื่อถามว่า หากมีความกังวลว่า อาจจะไม่มีการเลือกตั้งในเร็วๆ นี้ นายบรรหาร กล่าวว่า ไม่รู้เหมือนกัน เขาจะอยู่นานแค่ไหนก็ไม่รู้ ใครจะไปรู้ ส่วนข้อวิพากษ์วิจารณ์ว่าร่างจะผ่านประชามติหรือไม่นั้น เราก็ไม่รู้ใจประชาชนว่าจะรับหรือไม่ อย่างเช่น การโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีจะทำกันอย่างไร ในร่างรัฐธรรมนูญเขียนไว้ว่าต้องใช้เสียง 2 ใน 3 อย่างนี้เป็นประชาธิปไตยหรือไม่
เมื่อถามว่า จะฝากให้ทุกฝ่ายพิจารณาเรื่องการเมืองอย่างไร นายบรรหาร กล่าวว่า การเมืองบ้านเรา จะเรียกว่าเดินหน้าหรือถอยหลังก็ตอบไม่ได้ ของเรามันเดินไปแล้วก็ถอยมา ก็อยู่กันอย่างนี้จะให้ทำอย่างไร ตนอายุมากแล้วไม่สนใจแล้ว คราวหน้าก็ไม่ลงเลือกตั้งแล้ว เมื่อถามต่อว่า ถ้าแบบนี้ลูกพรรคก็หายหมด นายบรรหาร กล่าวว่า “ไม่หาย ตนก็ยังอยู่ ยังกุมบังเหียนอยู่จะหายไปไหนหละ”
จากนั้น น.ส.ยิ่งลักษณ์ ให้สัมภาษณ์ถึงร่างร่างรัฐธรรมนูญว่า จากที่ฟังจากนักวิชาการหลายๆ คน และก็อย่างที่ตนได้เขียนไว้ในเฟซบุ๊กว่า เป็นร่างรัฐธรรมนูญที่ไม่ได้ยึดโยงกับประชาชน สิ่งที่ประชาชนอย่างเห็นคือการให้อำนาจและสิทธิประชาชนในการตัดสินใจ แต่ร่างรัฐธรรมนูญก็ไม่ได้อำนาจที่ยึดโยงกับประชาชนเลย จึงมีความมีความน่าเป็นห่วง ซึ่งในความเห็นส่วนตัวคิดว่ารับไม่ได้ เสมือนประชาชนผู้ที่อยู่ในบ้าน ไม่ได้รับความสุขสบาย จึงหวังว่าผู้ที่เกี่ยวข้องควรจะได้รับฟังเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากประชาชน สื่อมวลชน และผู้รู้ที่ได้วิเคราะห์ร่างรัฐธรรมนูญไว้ ส่วนตัวมองว่า คสช.และสปช.มีอำนาจแก้ไขอยู่แล้ว ถ้าได้พิจารณาและหาทางออกก็เป็นสิ่งที่ดี ในช่วงนี้ การที่เราไม่มีรัฐธรรมนูญฉบับที่เป็นประชาธิปไตยก็ทำให้บ้านเมืองหยุดชะงัก ในฐานะที่ตนมาจากการเลือกตั้งเราก็ไม่เห็นด้วยที่จะให้ร่างรัฐธรรมนูญนี้เดินหน้า
เมื่อถามว่า หากมีการเดินหน้าทำประชามติพรรคเพื่อไทยจะมีการรณรงค์ให้มีการคว่ำร่างหรือไม่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า ยังไม่อยากพูดถึงตรงนั้น แต่เราอยากมองว่าร่างรัฐธรรมนูญเดินหน้าอย่างไรมากกว่า ไม่อยากให้วิจารณ์เพียงว่าจะรับหรือไม่รับ เพราะจะกลับมาสู่วังวนเดิมมานับหนึ่งใหม่ ประเทศเราเสียเวลามาเยอะแล้ว แทนที่จะแข่งขันกับต่างประเทศพัฒนาเศรษฐกิจ จึงอยากให้มีทางออกแก่ประชาชนบ้างไม่ใช้แค่รับหรือไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ หรือจะอาจพิจารณาสิ่งที่ดีๆ ในรัฐธรรมนูญฉบับที่ผ่านมาหรือนำมาปรับปรุงแก้ไขตามที่มีเสียงวิจารณ์
อย่างไรก็ตาม อยากให้มีโรดแม็พทางเดินที่ชัดเจน ไม่อยากให้ทุกอย่างลากยาวไป เพราะยิ่งลากยาวไปความเจ็บปวดจะตกอยู่ที่ประชาชน วันนี้ปัญหาปากท้องของเกษตรกรหน้าเห็นใจ ผู้ที่มีรายได้น้อยมีสายป่านสั้น ไม่สามารถทนกับสภาวะต่างๆ ได้ก็ควรจะแก้ไข
เมื่อถามว่าจะมี สปช.บางส่วนจะยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความร่างรัฐธรรมนูญ น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า ไม่ขอพูดถึง แต่ขอพูดในหลักการว่า รัฐธรรมนูญจะต้องยึดโยงกับประชาชน ถ้ารัฐธรรมนูญไม่เหมาะกับประเทศก็จะเกิดปัญหาอีก ไม่อยากให้วงจรนั้นกลับมา
เมื่อถามว่า มีเสียงวิจารณ์ว่าเป็นร่างที่ล้างบางนักการเมือง กล่าวว่า ดิฉันไม่เข้าข่ายที่จะวิพากษ์วิจารณได้ เพราะถูกตัดสิทธิทางการเมือง แต่ขอพูดในฐานะประชาชนคนหนึ่งว่า อยากให้เสาหลักของฝ่ายบริหาร นิติบัญญัติ ตุลาการ มีอำนาจในการถ่วงดุลกันเองเพื่อให้เกิดความสมดุลมากกว่าการเข้าไปก้าวก่ายในแต่ละส่วน และที่สุดในการจะตัดสินใจใดๆ นั้น ต้องให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมนี่คือสิ่งที่ประชาชนเห็นเมื่อถามว่า อยากฝากถึง ครม.ชุดใหม่อย่างไร น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า สำหรับ ครม.ชุดใหม่นั้น ประชาชนก็มีความคาดหวัง ดังนั้น สิ่งที่เร่งทำคือการแก้ปัญหาปากท้องของประชาชน ผู้มีรายได้น้อยที่เดือนร้อนจากราคาพืชผล ภัยแล้ง จึงอยากให้เร่งแก้ไขเพื่อให้บังเกิดผลที่ทุกคนคาดหวังไว้ และที่สำคัญคือจะต้องทำให้เกิดเงินในประเป๋าของประชาชน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากนั้นแกนนำของทั้ง 2 พรรคได้ปิดห้องเพื่อพูดคุย ประมาณ 30 นาที ก่อนจะเดินทางกลับ



