ข่าว

ผบ.ทร.ปล่อย‘เรือหลวงแหลมสิงห์’ลำใหม่

ผบ.ทร.ปล่อย‘เรือหลวงแหลมสิงห์’ลำใหม่

25 ส.ค. 2558

‘ผบ.ทร.’ เป็นประธานปล่อย ‘เรือหลวงแหลมสิงห์’ ลำใหม่ เสริมศักยภาพการปฏิบัติการทางทะเล คุ้มครองเรือประมง-พาณิชย์-ทรัพยากรอ่าวไทยและอันดามัน

 
        25 ส.ค.58 ที่อู่แห้งหมายเลข 1 อู่ทหารเรือธนบุรี กรมอู่ทหารเรือ ถนนอรุณอมรินทร์ เขตบางกอกน้อย กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 25 สิงหาคม เวลา 10.00 น. พล.ร.อ.ไกรสร จันทร์สุวานิชย์ ผู้บัญชาการทหารเรือ เป็นประธานในพิธีปล่อยเรือตรวจการณ์ปืน (เรือหลวงแหลมสิงห์) ลำใหม่ของกองทัพเรือลงน้ำ โดยมี นางณุฉัตรา จันทร์สุวานิชย์ ภริยาผู้บัญชาการทหารเรือ เป็นสุภาพสตรีผู้ประกอบพิธีปล่อยเรือ
  
        ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เรือตรวจการณ์ปืน (เรือหลวงแหลมสิงห์) มีความยาว 58 เมตร กว้าง 9.30 เมตร ลึก 5.10 เมตร กินน้ำลึกตัวเรือสูงสุด 2.50 เมตร ระวางขับน้ำสูงสุด 520 ตัน โดยความเร็วสูงสุดที่ระวางขับน้ำสูงสุด 23 นอต มีระยะปฏิบัติการไม่น้อยกว่า 2,500 ไมล์ทะเล และมีความคงทนทะเลจนถึงสภาวะทะเลระดับ4(Sea State4) สถานที่เก็บเสบียงอาหารและระบบน้ำจืดเพียงพอในการปฏิบัติการทางทะเลต่อเนื่องไม่น้อยกว่า 7 วันโดยไม่ต้องรับการส่งกำลังบำรุง บรรจุกำลังพลได้ 53 นาย ส่วนอาวุธประจำเรือประกอบด้วย ปืนขนาด 76/62 มม.อัตโนมัติ จำนวน 1 ระบบ ปืนกลขนาด 30 มม.จำนวน 1 ระบบ ปืนกลขนาด .05 นิ้ว จำนวน 2 ระบบ
 
        ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เรือตรวจการณ์ปืน (เรือหลวงแหลมสิงห์) ของกองทัพเรือลำนี้ มีขีดความสามารถในการปฏิบัติภารกิจตรวจการณ์ ลาดตระเวน ป้องกันการแทรกซึมในทะเล คุ้มครองเรือประมงและเรือพาณิชย์ ตลอดจนการป้องกันคุ้ทครองทรัพยากรธรรมชาติในอ่าวไทยและทะเลอันดามัน ตามอำนาจหน้าที่ที่กองทัพเรือได้รับมอบหมาย สนับสนุนการปฏิบัติการทางเรือสาขาต่างๆ พร้อมทั้งถวายความปลอดภัยแด่พระบรมวงศานุวงศ์ และช่วยเหลือผู้ประสพภัยทางทะเลและชายฝั่ง
   
        อย่างไรก็ตาม เรือตรวจการณ์ปืนนี้ ได้ออกแบบมาให้มีพื้นที่ดาดฟ้าท้ายเรือกว้างขวาง เพื่อความพร้อมในการติดตั้งอุปกรณ์หรือยุทโธปกรณ์เสริมอื่นได้อีกในอนาคต
 
        พล.ร.อ.ไกรสร กล่าวว่า ชื่นชมกรมอู่ทหารเรือ ที่ได้ต่อเรือตรวจการณ์ปืนสำเร็จ ตามยุทธศาสตร์ของกองทัพเรือ เพื่อทดแทนเรือตรวจการณ์ปืนที่ปลดประจำการณ์ เพื่อเสริมสร้างศักยภาพและการปฏิบัติการทางทะเล คุ้มครองเรือประมง เรือพาณิชย์ ตลอดจนทรัพยากรในอ่าวไทยและอันดามัน
 
 
‘ผบ.ทร.’ ไม่เสียใจ! รบ.ยังไม่อนุมัติซื้อ ‘เรือดำน้ำ’
 
 
        เมื่อเวลา 11.00 น. พล.ร.อ.ไกรสร จันทร์สุวานิชย์ ผู้บัญชาการทหารเรือ กล่าวถึงกรณีที่บัญชีรายชื่อโยกย้ายนายทหารประจำปี 2558 ในส่วนของกองทัพเรือ ว่า ทางกองทัพเรือจัดทำ และดำเนินการเสร็จเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยใช้หลักเกณฑ์การพิจารณาบุคคล ก็คือจะคัดเอาตนดีที่สุดที่อยู่ใน 5 เสือกองทัพเรือ เนื่องจากเป็นตำแหน่งหลักอยู่แล้ว ทุกคนเมื่อขึ้นมาถึงจุดนี้แสดงว่าต้องเป็นคนดีและมีศักยภาพ ตนก็เสนอให้ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณรมว กลาโหม พิจารณา ในขณะเดียวกันบุคคลที่จะขึ้นมาเป็นผบ.ทร.คนต่อไปก็ต้องมาสานต่อนโยบายหลัก ส่วนนโยบายอื่นๆ หรือนโนยาบเฉพาะด้าน คิดว่าคนที่จะขึ้นมาเป็นผบ.ทร จะสามารถบริหารกิจการกองทัพเรือได้
 
        “ การแต่งตั้งทุกเหล่าคัดคนที่ดีที่สุดขึ้นมาบริหาร ไม่ได้ตั้งเพียงคนเดียว แต่ตั้งกันทั้งระบบ โดยจะคัดคนดีแต่ละรุ่นเฉลี่ยกันขึ้นไป เพื่อรองรับฐานในการเป็นผู้บริหารในอนาคต คงไม่มองแค่เพียงรุ่นใดรุ่นหนึ่ง แต่ทุกชั้นยศจะมีการเฉลี่ยกันไป ซึ่งในรุ่นหนึ่งจะมีคนดีประมาณ 15 % ที่เป็นคนเก่งของรุ่น เราก็ต้องสร้างเขาขึ้นมา เพราะฉะนั้นที่ผมกล่าวไปเป็นเพียงหลักการในการบริหารกำลังพลอยู่แล้ว คิดว่าทุกคนมีความสามารถเหมือนกัน”พล.ร.อ.ไกรสรณ์ กล่าว
 
        เมื่อถามว่า ผบ.ทร.คนต่อไปจำเป็นต้องผลักดันเรือดำน้ำ หรือไม่พล.ร.อ.ไกรสร กล่าวว่า ไม่ทราบ เพราะโครงการดังกล่าวกำลังเสนอให้รัฐบาลพิจารณาอยู่ว่าจะอนุมัติหรือไม่ ถ้าไม่อนุมัติ ก็ต้องยกเลิก หรืออาจจะผลักดันต่อในปีงบประมาณถัดไป ทั้งนี้ตนย้ำว่าเราเสนอสิ่งที่ดีที่สุดตามกรอบงบประมาณที่ได้รับอนุมัติ ซึ่งงบประมาณ 36,000 ล้านบาทถือว่าดีที่สุด และตอบโจทย์ที่สุดแล้ว  
 
        เมื่อถามว่า รู้สึกเสียใจหรือไม่ที่โครงการดังกล่าวยังไม่ได้รับอนุมัติจากรัฐบาล ในช่วงที่ดำรงตำแหน่ง พล.ร.อ.ไกรสร กล่าวว่า ไม่เสียใจเพราะ ต้องเข้าใจว่าทุกอย่างมีกรอบ เราต้องทำตามหน้าที่ โดยความจำเป็นด้านงบประมาณถือเป็นเรื่องของรัฐบาลจะต้องพิจารณา ทุกคนก็เสมือนกับเครื่องจักรขององค์กรใดองค์กรหนึ่ง ไม่มีอะไรพร้อมไปทุกอย่าง ถ้าจังหวะได้ และงบประมาณได้ก็ได้ ถ้าไม่ได้ก็ถือเป็นเรื่องของโชคชะตา
 
        ผู้สื่อข่าวถามย้ำว่า ถ้าโครงการจัดซื้อเรือดำน้ำไม่ได้ในปีงบประมาน 2558 จะไม่ทันในการดูแลผลประโยชน์ของประเทศชาติ พล.ร.อ.ไกรสรกล่าวว่า ก็มีส่วน ต้องใช้เวลาทำความคุ้นเคยกับอุปกรณ์ต่างๆภายในเรือดำน้ำ
 
 
‘ผบ.ทร.’ รอ ‘ยศ.ทร.’ แจงผล ‘พลทหาร’ ถูกทารุณกรรม
 
 
        เมื่อเวลา 11.00 น. พล.ร.อ.ไกรสร จันทร์สุวานิชย์ ผู้บัญชาการทหารเรือ กล่าวถึงความคืบหน้าสอบสวนกรณีนายทหารเรือนอกราชการ ทำทารุณกรรมกับพลทหารรับจ้าง ว่า กำลังสอบสวนอยู่ ตนได้สั่งการไปยังกรมยุทธศึกษาทหารเรือ (ยศ.ทร.) ให้ตั้งคณะกรรมการสอบสวน ซึ่งขณะนี้ก็ดำเนินการอยู่ว่าเรื่องเป็นมาอย่างไร ถ้าได้ข้อสรุปต้องชี้แจงขึ้นมา เพราะเป็นเรื่องที่ไม่น่าจะทำกันถึงขนาดนี้ และทุกอย่างต้องว่าไปตามกระบวนการกฎหมายต่อไป สำหรับหลักเกณฑ์การขอพลทหารไปช่วยงานนั้น ตนคิดว่าไม่มีหลักเกณฑ์อะไรทั้งสิ้น และไม่เข้าใจว่าเอาพลทหารไปใช้ได้อย่างไร ต้องรอผลสอบสวนก่อน
 
 
‘ผบ.ทร.’ จวกกลุ่มการเมืองวิจารณ์ร่างรธน.ไม่เป็นประชาธิปไตย
 
 
        เมื่อเวลา 11.00 น. พล.ร.อ.ไกรสร จันทร์สุวานิชย์ ผู้บัญชาการทหารเรือ ในฐานะสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) กล่าวถึง ร่างรัฐธรรมนูญของกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ (กมธ.ยกร่างฯ) ว่า ตนคิดว่ากมธ.ยกร่างฯร่างในสิ่งที่ดีที่สุด สุดท้ายต้องถามว่าจะรับหรือไม่รับร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ จะถามตนเพียงคนเดียวไม่ได้ เพราะทุกคนมีหนึ่งเสียงเท่ากัน ถ้าเห็นชอบก็รับหลักการ ถ้าไม่ชอบก็ไม่ต้องรับร่าง สำหรับประเด็นที่วิจารณ์ว่าร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้เป็นการห่วงอำนาจให้คสช.นั้น ตนคิดว่าไม่น่าจะใช่ เพราะหลังการเลือกตั้งคสช.ก็ต้องหายไป ในขณะเดียวกันพรรคการเมืองที่ได้รับชัยชนะก็เข้ามาบริหารประเทศต่อตามกรอบที่ถูกบรรจุไว้ในรัฐธรรมนูญ เพราะฉะนั้นตนคิดว่าไม่ใช่การสืบทอดอำนาจ เพราะสุดท้ายแล้วคสช.ก็ต้องไป ไม่มีใครอยู่ยั่งยืนค้ำฟ้าหรอก
 
        เมื่อถามว่าย้ำว่าร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ถ้าไม่ใช่การห่วงอำนาจ แต่เป็นการสืบทอดอำนาจให้คสช. พล.ร.อ.ไกรสร กล่าวว่า แล้วแต่มุมมอง ตนตอบไม่ได้ ทั้งนี้ต้องเข้าใจว่าบางคนอ่านกฎหมายเพื่อนำเอาไปใช้เพื่อหาผลประโยชน์ส่วนตัว ขณะที่กฎหมายต่างประเทศเขาเขียนหลักการเพียงกว้างๆ เพราะจะเขียนอะไรให้ครอบคลุมทั้งหมดตนคิดว่ายาก แต่นักวิชาการบางท่านมักจะไปหาจุดอ่อนของกฎหมาย เพื่อนำมาใช้เป็นประโยชน์ส่วนตัว ถ้าเป็นแบบนี้ก็ลำบาก เพราะเป็นมุมมองส่วนบุคคล
 
        ผู้สื่อข่าวถามย้ำว่า ร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้มีความเป็นประชาธิปไตยมากน้อยเท่าใด พล.ร.อ.ไกรสร กล่าวว่า ต้องฟังว่าใครเป็นคนพูด ถ้าคนที่มีผลประโยชน์ ไม่ชอบก็อาจจะบอกว่าไม่เป็นประชาธิปไตย ในทางกลับกันถ้าคนที่เชื่อว่าเป็นกลางและดี ก็อาจจะรับก็ได้ ดังนั้นอยากให้ฟังเสียงส่วนรวมดีกว่า