ข่าว

‘ตม.โกลก’ทลายแหล่งค้ามนุษย์

‘ตม.โกลก’ทลายแหล่งค้ามนุษย์

25 ส.ค. 2558

“ตม.โกลก”ทลายแหล่งค้ามนุษย์ รวบผู้ต้องหา 6 คน

            
          วันที่ 25 สิงหาคม 2558 เมื่อเวลา 04.20 น.  พล.ต.ต.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร ผู้บังคับการด่านตรวจคนเข้าเมือง 6 ได้สั่งการให้ พ.ต.อ.กานต์ ธรรมเกษม ผู้กำกับการด่านตรวจคนเข้าเมือง จ.นราธิวาส มอบหมายให้ ร.ต.อ.ธนากร สับประสาน รอง สว.ตม. นำกำลังบุกทลายแหล่งต้องสงสัยมีพฤติกรรมลักษณะคล้ายกับการค้ามนุษย์ ที่บ้านเช่าไม่มีเลขที่ ซึ่งตั้งอยู่ ถ.นะฏอตุลอิสลาฮียะห์ ม.1 ต.ปาเสมัส อ.สุไหงโกลก เมื่อถึงเป้าหมายเจ้าหน้าที่ได้แสดงตัวกับนายเจ๊ะบากา เจ๊ะมูดอ อายุ 30 ปี อยู่บ้านเลขที่ 89/45 ม.1 ต.ปาเสมัส อ.สุไหงโกลก จ.นราธิวาส ซึ่งอาศัยอยู่ภายในบ้านหลังดังกล่าว และจากการตรวจสอบภายในบ้านเช่า เจ้าหน้าที่ยังพบชาวเมียนมา จำนวน 5 คน อาศัยอยู่ด้วย อาทิ นายโซเวน 21 ปี นายโซเลอู 20 ปี นายซานเมียะ 19 ปี นายจอ 21 ปี และนายซอซานิเฮ 25 ปี พร้อมสัมภาระอยู่ในเป้ 5 ใบ ส่วนหนังสือเดินทางของชาวเมียนม่าทั้ง 5 คนนั้นล้วนแล้วหมดอายุทั้งสิ้น
            
          เจ้าหน้าที่จึงได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้ง 6 คน มาสอบสวนเบื้องต้น ที่สำนักงานด่านตรวจคนเข้าเมือง อ.สุไหงโกลก โดยนายเจ๊ะบากา ให้การรับสารภาพว่า ตนมีหน้าที่รับจ้างเปิดบ้านเช่าให้กับชาวเมียนมาได้อาศัยอยู่ โดยนายยี และนายสรี ไม่ทราบนามสกุล ซึ่งเป็นเอเย่นต์ค้าแรงงานชาวเมียนม่าเป็นผู้เช่าบ้าน เพื่อรอจังหวะที่จะส่งให้ชาวเมียนมาให้กับเอเย่นต์ชาวมาเลเซีย โดยจะแอบลักลอบส่งชาวเมียนมาข้ามแดนไปยังประเทศมาเลเซีย ที่บริเวณช่องทางข้ามเถื่อนแนวพรมแดน ซึ่งนายยีและนายสรี ได้ยึดอาชีพนี้มานานแล้ว โดยที่ตนไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง เมื่อเจ้าหน้าที่ทำการสอบสวนและจัดทำประวัติในเบื้องต้นได้ ได้ส่งผู้ต้องหาทั้ง 6 คน ให้พนักงานสอบสวน สภ.สุไหงโกลก ดำเนินคดีตามกฎหมาย
            
          โดยนายเจ๊ะบากา ถูกดำเนินคดีในข้อหา ซ่อนเร้นหรือช่วยเหลือเพื่อให้คนต่างด้าวพ้นจากการถูกจับกุม ส่วนชาวเมียนมาทั้ง 5 คน ถูกดำเนินคดีในข้อหา เป็นบุคคลต่างด้าวอยู่ในราชอาณาจักรโดยการขออนุญาตสิ้นสุด ส่วนนายยีและนายสรีนั้น เจ้าหน้าที่เร่งที่จะสืบสวนสอบสวนเพื่อเก็บรวบรวมข้อมูลจับกุมมาดำเนินคดี พร้อมทั้งขยายผลว่าเป็นกลุ่มเอเย่นต์ที่เกี่ยวข้องกับการค้ามนุษย์ ที่ตกหล่นจากการถูกออกหมายจับในช่วงที่ผ่านมาหรือไม่ จนเมื่อเรื่องราวดังกล่าวเริ่มที่จะเงียบหายไป จึงได้ถือโอกาสหันกลับมาค้าแรงงานต่อ