
รื้อภาษีลงทุนทั้งระบบหนุนตลาดทุนคลังชง 8 มาตรการเข้าครม.เดือนก.ย.นี้-เล็งตั้งกอช.ปีหน้า
คลังชง 8 มาตรการพัฒนาตลาดทุนไทยเข้า ครม.เดือนกันยายนนี้ พร้อมปฏิรูปภาษีการลงทุนทั้งระบบครั้งใหญ่ เล็งตั้งกองทุนการออมเพื่อคนชราปีหน้าคาดใช้เม็ดเงินกว่า 2 หมื่นล้านบาทจ่ายเงินสมทบ ดึงกลุ่มพ่อค้าแม่ค้าเข้าสู่ระบบการออม
นายกรณ์ จาติกวณิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการพัฒนาตลาดทุนไทย ว่าที่ประชุมพิจารณาเห็นชอบ 8 มาตรการเพื่อพัฒนาตลาดทุนไทย โดยหนึ่งในมาตรการดังกล่าว คือ การจัดตั้งระบบการออมเพื่อการชราภาพ หรือกองทุนการออมเพื่อการชราภาพ (กอช.) ซึ่งถือเป็นการออมของประชาชนที่อยู่นอกระบบประกันสังคมและกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) โดยกระทรวงการคลังจะนำเสนอแผนดังล่าวให้คณะรัฐมนตรี (ครม.)พิจารณาได้ภายในเดือนกันยายนนี้ และคาดว่าจะผ่านการพิจารณาเพราะถือเป็นนโยบายหลักของนายกรัฐมนตรีอยู่แล้ว
นายสมชัย สัจจพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง กล่าวว่า แผนพัฒนาตลาดทุนอีก 7 มาตรการ เป็นเรื่องการแก้ปัญหาอุปสรรคและขจัดความซ้ำซ้อนของภาระภาษีจากการลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ และตลาดตราสารหนี้ครั้งใหญ่ จึงต้องแก้ไขกฎหมายหลายฉบับ ทั้ง พ.ร.บ.หลักทรัพย์ ประมวลกฎหมายรัฎากร ซึ่งขณะนี้ถือว่าคืบหน้าไปกว่า 85%
ส่วนกองทุนเพื่อการชราภาพ หรือ กอช. เป็นการเปลี่ยนชื่อเรียกกองทุนบำเหน็จบำนาญแห่งชาติ (กบช.) ใหม่ ที่เปิดกว้างให้เฉพาะผู้ที่อยู่นอกระบบได้เข้ามาสู่ระบบการออม เช่น พ่อค้าแม่ค้า ผู้มีอาชีพขับรถรับจ้าง ปัจจุบันมีคนกลุ่มนี้มีประมาณ 24 ล้านคน โดยให้ออมแบบสมัครใจกำหนดขั้นต่ำเดือนละ 100 บาท ไม่จำกัดวงเงินการออมขั้นสูง แต่กำหนดเงินสมทบภาครัฐในอัตราคงที่ตามอายุของผู้ออม คาดว่ารัฐจะใช้งบประมาณจ่ายสมทบปีละ 2 หมื่นล้านบาทหากผู้ออมเข้าสู่ระบบทั้งหมด
"ผู้ออมเงินมากกว่าที่กำหนดจะได้รับผลตอบแทนรายเดือนที่สูงขึ้น เพราะกองทุนจะประกันอัตราผลตอบแทนขั้นต่ำให้เท่ากับดอกเบี้ยเงินฝากประจำ 1 ปีเฉลี่ยของ 5 แบงก์ใหญ่ โดยผู้ออมจะได้รับเงินหลังเกษียณหรือเมื่ออายุ 60 เป็นรายดือนขั้นต่ำอยู่ที่ 1,720 บาท สูงสุดอยู่ที่ 2 พันกว่าบาท ขึ้นอยู่กับระยะเวลาการออม ซึ่งกองทุนเพื่อการชราภาพนี้จะไม่เปิดกว้างให้ผู้มีสิทธิในประกันสังคมและกบข.เข้าร่วมกองทุน" นายสมชัยกล่าว
นายสาธิต รังคสิริ รองปลัดกระทรวงการคลัง กล่าวว่า การปรับระบบภาษีในตลาดทุนไทย เช่น 1.ภาษีในการควบรวมกิจการจะได้รับยกเว้นเป็นการถาวรจากเดิมที่กำหนดเป็นการชั่วคราว และกรณีที่มีการควบรวมกิจการในเครือ ไม่ต้องเสียภาษีจนกว่าจะมีการขายเกิดขึ้น 2.ปรับลดความซ้ำซ้อนในการเสียภาษีจากกำไรในอัตราดอกเบี้ยตราสารหนี้ กรณีที่มีการซื้อขายเปลี่ยนมือ ให้ยื่นขอคืนภาษีได้โดยตรง 3.ยกเว้นภาษีสำหรับเงินปันผลจากบริษัททั่วไป
4.ยกเว้นภาษีให้แก่ผู้ลงทุนที่ลงทุนโดยตรงผ่านกองทุนให้เหมือนกับกองทุนรวม รวมถึงผู้ลงทุนต่างประเทศที่ได้รับเงินปันผลจากกองทุนรวมให้เสียภาษีเหมือนกับคนไทยจากเดิมที่ได้รับการยกเว้น 5.การโอนย้ายเงินจากกองทุนสำรองเลี้ยงชีพกรณีที่เกษียณอายุแล้ว สามารถเก็บเงินไว้ในกองทุนต่อเนื่องได้ และจะได้รับการยกเว้นภาษีเหมือนกรณีที่ยังไม่ไถ่ถอนออก เป็นต้น



