ข่าว

แตกตื่น!แฮ็กเกอร์ตูนิเซียถล่มเว็บส่วนราชการไทย

แตกตื่น!แฮ็กเกอร์ตูนิเซียถล่มเว็บส่วนราชการไทย

25 ส.ค. 2558

แตกตื่น!แฮ็กเกอร์ตูนิเซียถล่มเว็บไซต์ส่วนราชการอย่างน้อย 3 แห่งใน ลำพูน-ม.มหาสารคาม-รพ.ลำลูกกา ใช้ชื่อ “Fallaga Team” จากตูนิเซีย โพสต์ภาพชาวโรฮิงญาถูกกระทำ

            เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เว็บไซต์ประชาไทรายงานว่าเมื่อคืนวันที่ 23 สิงหาคม ที่ผ่านมา มีเว็บไซต์ของส่วนราชการและหน่วยงานอย่างน้อย 3 แห่งถูกแฮ็ก โดยกลุ่มแฮ็กเกอร์ที่ใช้ชื่อว่า “Fallaga Team” ระบุว่ามาจากตูนิเซีย ได้แก่ เว็บไซต์จังหวัดลำพูน เว็บไซต์สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยมหาสารคาม และเว็บไซต์ของโรงพยาบาลลำลูกกา จ.ปทุมธานี ล่าสุดในเวลา 07.30 น. ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งว่า มีเว็บไซต์ส่วนราชการอีก 3 แห่ง ได้แก่ จังหวัดตาก http://www.tak.go.th/ จังหวัดสิงห์บุรี http://www.singburi.go.th/ และจังหวัดสระแก้ว http://www.sakaeo.go.th/ ไม่สามารถเข้าถึงได้

            อย่างไรก็ตาม ไม่สามารถยืนยันได้ว่า เว็บไซต์ทั้ง 3 แห่งนี้ ถูกแฮ็กหรือโจมตีโดย Fallaga Team ด้วยหรือไม่ เบื้องต้นมีรายงานว่า กลุ่มแฮ็กเกอร์ที่ลงมือแฮ็กเว็บไซต์อ้างชื่อว่า Fallag Gassrini จากตูนิเซีย ทั้งนี้เว็บไซต์ของส่วนราชการจังหวัดลำพูน ซึ่งเป็นเว็บที่มีการแฮ็กและแสดงข้อความโดยระบุรายละเอียดมากที่สุด เมื่อเทียบกับบรรดาเว็บอื่นๆ ที่ถูกแฮ็ก ในเว็บเขียนข้อความว่า "ถูกแฮ็กโดย Fallag Gassrini จากตูนิเซีย พร้อมระบุว่า แอดมินไม่ต้องกังวลนี่เป็นเพียงข้อความเท่านั้น และคุณสามารถรีเซตเว็บไซต์ได้... ข้อความของเราไม่ได้ฝากไปถึงแอดมินเท่านั้น แต่ฝากไปยังโลก คุณดูได้จากภาพแบ็กกราวนด์แล้วคุณจะเข้าใจ โปรดคลิกที่ปุ่มด้านล่างเพื่ออ่านข้อความเต็ม"

            ทั้งนี้ภาพแบ็กกราวนด์ที่แฮ็กเกอร์กลุ่มนี้ใช้ หลายภาพเป็นภาพผู้เสียชีวิต นอกจากนี้ยังมีภาพอวัยวะของผู้เสียชีวิต รวมทั้งภาพพระทิเบตกำลังทำพิธีศพให้แก่ผู้เสียชีวิตในเหตุแผ่นดินไหวทิเบตเมื่อเดือนเมษายน 2553 ล่าสุดในเวลา 04.00 น. เว็บไซต์ของจังหวัดลำพูนไม่สามารถเข้าถึงได้แล้ว มีข้อความว่า “This webpage is not available”

            เบื้องต้นมีรายงานว่า กลุ่มแฮ็กเกอร์ที่ลงมือแฮ็กเว็บไซต์จังหวัดลำพูนครั้งนี้ อ้างชื่อว่า Fallag Gassrini จากตูนิเซีย โดยโพสต์ภาพชาวโรฮิงญาที่ถูกกระทำโดยรัฐบาลพม่า, ภาพชาวโรฮิงญาที่พยายามจะหนีมาทางเรือ เเละเด็กชาวมุสลิมที่โดนระเบิด พร้อมข้อความว่า “เพจคุณถูกแฮ็กหน่วยรบ Cyber Fallag Gassrini เเละ DR Lamochi จากตูนิเซีย, ให้เกียรติคนของเรา ไม่งั้นจะเจอการต่อต้านจากเรา, พวกเราคือ Fallaga พวกเรารักสันติ” ซี่งการถูกแฮ็กดังกล่าวทำให้นายณรงค์ อ่อนสอาด ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน ต้องสั่งให้เจ้าหน้าที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องปิดระบบเว็บไซต์ http://www.lamphun.go.th ทั้งหมด

            ขณะที่เว็บไซต์สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ถูกแฮ็กและระบุข้อความว่า "ถูกแฮ็กโดย Fallaga Team จากตูนิเซีย เพื่อมุสลิมของพวกเราในพม่า“ (”Hacked by Tunisian Fallaga Team Just For our Muslims in Burma) อย่างไรก็ตามเว็บไซต์ด้านในยังเข้าถึงได้ ส่วนเว็บไซต์ของโรงพยาบาลลำลูกกา จ.ปทุมธานี ถูกแฮ็กและเขียนข้อความว่า ถูกแฮ็กโดย Fallaga Team แต่ตั้งแต่เวลา 03.00 น. วันที่ 24 สิงหาคม หากเข้าจากที่อยู่ http://llkhospital.com/ ยังคงสามารถเข้าหน้าอื่นได้

            เกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว นายณรงค์ อ่อนสอาด ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน ให้สัมภาษณ์ "คม ชัด ลึก" ว่า กลุ่มผู้ไม่หวังดีได้เข้าแฮ็กเว็บไซต์ส่วนราชการจังหวัดลำพูนเมื่อช่วงเย็นวันเสาร์ที่ 22 สิงหาคม ที่ผ่านมา ซึ่งได้ให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายไอทีเร่งแก้ไข แต่ยังไม่สามารถแก้ไขได้ จึงสั่งให้ปิดระบบหลักของเว็บไซต์ไม่ให้สามารถใช้งานได้ชั่วคราว เพื่อตัดช่องทางการแฮ็กไปก่อน ทั้งนี้เว็บไซต์ของส่วนราชการจังหวัดลำพูนมีข้อมูลทั่วไปของจังหวัดลำพูนเหมือนกับเว็บไซต์ของจังหวัดอื่นๆ โดยไม่ได้มีระบบไฟล์วอร์เพื่อป้องกันการแฮ็กเข้ามา ซึ่งที่ผ่านมามีกลุ่มผู้ไม่หวังดีเข้ามาแฮ็กอยู่ตลอด แต่สามารถแก้ไขได้โดยทันที โดยการแฮ็กเข้ามาครั้งนี้ยังไม่รู้สาเหตุที่แท้จริงว่ามีวัตถุประสงค์อะไร แต่เป็นเรื่องที่ไม่ดีอย่างแน่นอน

            “ขณะนี้ได้ให้ผู้เชี่ยวชาญเข้ามาตรวจสอบถึงต้นตอปัญหาและหาแนวทางป้องกันต่อไป พร้อมประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้เร่งดำเนินการตรวจสอบ คาดว่าจะสามารถหาต้นเหตุของปัญหาเร็วๆ นี้” นายณรงค์ กล่าว

            ด้าน นางสุพิณ ไตรแก้วเจริญ ผู้อำนวยการสำนักคอมพิวเตอร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม เปิดเผยว่า ขณะนี้เว็บไซต์สำนักคอมพิวเตอร์ของมหาวิทยาลัยได้ยุบรวมกับสำนักศึกษาทั่วไป ตอนนี้ไม่ได้ใช้งานจึงสั่งปิดโดเมน และหลังการตรวจสอบก๊อปไฟล์ซึ่งจะอัพเดทไปเรื่อยๆ แต่เจ้าหน้าที่ยังพยายามเข้าดูข้อมูล ซึ่งเว็บไซต์ตัวนี้ไม่ได้มีข้อมูลอะไรที่จะกระทบกับมหาวิทยาลัย เพราะถูกย้ายข้อมูลไปนานแล้ว ทำให้มหาวิทยาลัยไม่ได้รับความเสียหายอะไรเลย

            “ขณะนี้โดเมนถูกปิดไปเรียบร้อยแล้วเช่นกัน เจ้าหน้าที่ได้แจ้งผู้ดูแลเว็บไซต์ทุกหน่วยงานให้เข้าไปดูแล เราไม่ทราบว่าแฮ็กเกอร์ที่เจาะข้อมูลเข้ามาจะเป็นรูปแบบไหน หรืออาจจะเป็นแค่เด็กรุ่นใหม่ที่เรียนเรื่องของแฮ็กเกอร์ก็อยากทดสอบว่าเว็บไซต์ไหนมีช่องโหว่ ซึ่งเป็นไปได้ทุกรูปแบบ แต่ทางมหาวิทยาลัยยังไม่ทราบว่าที่ถูกแฮ็กล่าสุดเข้าจะมาเจาะข้อมูลเพื่อต้องการอะไร ส่วนการเพิ่มมาตรการป้องกัน ขณะนี้มีหนังสือแจ้งเวียนไปยังแอดมินของเว็บไซต์แต่ละเว็บ ซึ่งมหาวิทยาลัยจะมีกลุ่มของมหาวิทยาลัยดูแลโดยไทยเสิร์ชอยู่แล้ว เมื่อมีช่องโหว่จะแจ้งให้มหาวิทยาลัยในกลุ่ม ทางมหาวิทยาลัยก็จะอัพเดทข้อมูลให้กันทราบถึงความผิดปกติแล้ว” นางสุพิณ กล่าว