ข่าว

แนะกันรายได้ภาษีตั้งกองทุนธนาคารที่ดิน

แนะกันรายได้ภาษีตั้งกองทุนธนาคารที่ดิน

21 ก.ค. 2552

นักวิชาการเสนอแบ่งรายได้จากภาษีที่ดินตั้งเป็นกองทุนธนาคารที่ดิน พร้อมเร่งทำความเข้าใจประโยชน์จากพ.ร.บ.ฉบับใหม่ ด้าน สศช. เผยเตรียมดันเข้าสู่ ครม. สิงหาคมนี้

 นางลาวัลย์ ภูวรรณ์ ผู้อำนวยการสำนักภาษี สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) กล่าวในการเสวนาโต๊ะกลม "เจาะลึก พ.ร.บ.ภาษีที่ดิน...ปรับสูตรอสังหาฯ" จัดโดยหนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ และบมจ.เนชั่น บรอดแคสติ้ง คอร์ปอเรชั่น (เอ็นบีซี) ว่าขณะนี้ได้จัดทำร่างพ.ร.บ.ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างเสร็จเรียบร้อยแล้ว และจากการเปิดรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนในแต่ละภูมิภาค ส่วนใหญ่ไม่คัดค้านในหลักการ เพราะเห็นว่าการจัดเก็บภาษีไม่ได้นำเข้าเป็นรายได้ของรัฐ แต่จะดำเนินการโดยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเพื่อนำไปพัฒนาในท้องถิ่นของตนเอง

 โดยคาดว่าจะนำร่างกฎหมายดังกล่าวเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้ราวเดือนสิงหาคมนี้ และหากพ.ร.บ.ภาษีที่ดินฯ ผ่านความเห็นชอบจากสภาฯ ก็จะมีเวลาให้ปรับตัวอีก 2 ปี รวมทั้งเตรียมความพร้อมต่างๆ โดยเฉพาะการประเมินราคาที่ดิน ซึ่งดำเนินการโดยกรมธนารักษ์

 นางดวงมณี เลาวกุล อาจารย์คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวว่า การประเมินราคาที่ดินและสิ่งปลูกสร้างควรให้เป็นไปตามราคาตลาดหรือให้ใกล้เคียงกับราคาตลาดให้มากที่สุด เพื่อไม่ให้ภาระภาษีตกไปอยู่ในกลุ่มคนที่มีที่ดินไม่มากนัก อย่างไรก็ตาม ขณะนี้เห็นว่าการประเมินราคาที่ดินยังมีความคืบหน้าไม่มากนัก จึงเห็นว่ารัฐควรนำทรัพยากรทั้งงบประมาณและกำลังคนมาลงในเรื่องนี้ให้มากขึ้น ตลอดจนทำความเข้าใจกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อไปชี้แจงต่อประชาชนว่าจะได้ประโยชน์อะไรจากการที่ต้องเสียภาษีนี้

 นอกจากนี้ ยังเสนอให้แบ่งรายได้จากภาษีออกมาเหมือนกับที่รัฐบาลแบ่งรายได้จากการจัดเก็บภาษีสุราออกมา 2% จัดตั้งเป็นกองทุนภาษีบาป โดยนำมาจัดตั้งเป็นกองทุนธนาคารที่ดิน รวมกับงบประมาณจากภาครัฐส่วนหนึ่งเข้ามาสนับสนุนจัดทำในเรื่องโฉนดชุมชน เพื่อป้องกันไม่ให้ที่ดินทำกินของชาวบ้านตกไปอยู่ในมือของบุคคลอื่น
 ด้านนายอิสระ บุญยัง นายกสมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร กล่าวว่า ในแง่ของผู้ประกอบการไม่คัดค้านการออกพ.ร.บ.ฉบับนี้ แต่มีข้อสังเกตอยู่หลายประการคือ กรณีการเปลี่ยนมือการถือครองที่ดินจะดำเนินการอย่างไร การจ่ายค่าบำรุงรักษาสาธารณูปโภคของบ้านจัดสรรควรมีข้อลดหย่อนหรือไม่ อาคารและสิ่งปลูกสร้างเพื่อสันทนาการของภาคเอกชนอยู่ในเกณฑ์ที่จะต้องเสียภาษีหรือไม่ เป็นต้น ส่วนการปรับตัวของผู้ประกอบการนั้นไม่น่าเป็นกังวล เพราะเชื่อว่ากฎหมายภาษีที่ดินจะส่งผลให้มีการบริหารจัดการที่ดินอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น