ข่าว

เรื่องของน้ำเมา เหล้า กับ เบียร์

เรื่องของน้ำเมา เหล้า กับ เบียร์

25 ส.ค. 2558

ขมน้ำตาลหวานบอระเพ็ด : เรื่องของน้ำเมา เหล้า กับ เบียร์ : โดย...พัฒนเดช อาสาสรรพกิจ

 
        ในอดีตการผลิตเหล้าเคยเป็นธุรกิจกึ่งผูกขาดสำหรับประเทศไทย เพราะผู้ประกอบการต้องยื่นประมูลเพื่อขอสัมปทานจากรัฐบาลก่อน จึงจะประกอบการได้ภายในพื้นที่ซึ่งได้รับสัมปทานเท่านั้น
 
        ห้าหกสิบปีที่ผ่านมา น้ำเมาที่เป็นเจ้ายุทธจักรอยู่ในประเทศไทย คือเหล้าที่คนไทยเรียกกันว่าวิสกี้ แต่ในความเป็นจริงต้องจัดอยู่ในตระกูลของเหล้ารัม เพราะผลิตมาจากวัตถุดิบที่เหลือจากการผลิตน้ำตาล ยี่ห้อที่เป็นเจ้าตลาดคือ แม่โขง และมีรายที่จำหน่ายได้มากรองลงมาคือยี่ห้อกวางทอง  และผูกขาดการจำหน่ายทั่วประเทศไทยโดยกลุ่มธุรกิจที่มีสายสัมพันธ์อันแนบแน่น กับกลุ่มผู้ครองอำนาจในรัฐบาลยุคนั้นมาอย่างยาวนาน
 
        กลุ่มธุรกิจเดิมสามารถยึดครองแม่โขง และกวางทอง เอาไว้ในมือได้ยาวนานนับสิบๆ ปี จนกระทั่งอำนาจทางรัฐบาลเปลี่ยนแปลงในช่วงเวลาที่อายุสัมปทานของการครอบครองสิทธิแม่โขงและกวางทองหมดลงพอดี การประมูลครั้งใหม่จึงเปลี่ยนมือไปสู่กลุ่มทุนใหม่
 
        ในยุคนั้นประเทศไทยยังมีโรงงานผลิตสุราอยู่อีกเกือบทั่วประเทศ แต่ติดขัดด้วยข้อจำกัดของกติกาการประมูล ส่วนใหญ่จึงทำการผลิตเฉพาะสุราขาวหรือเหล้าขาวเท่านั้น มีบ้างบางโรงงานที่ยื่นประมูลขอผลิตสุราผสมหรือที่เรียกกันว่า “เหล้าสี” แบบแม่โขงและกวางทองด้วย แต่ก็ไม่สามารถต้านทานการทำการตลาดอย่างรุนแรงได้ การผลิตและจำหน่ายหลักๆ จึงมีเพียงเหล้าขาวที่จำหน่ายภายในพื้นที่จำกัดของแต่ละโรงงานเท่านั้น
 
        เมื่อสิทธิการจัดจำหน่ายแม่โขงและกวางทองเปลี่ยนมือไป สงครามน้ำเมายุคแรกจึงเริ่มขึ้นมาอย่างไม่มีใครคาดคิด เพราะอีกกลุ่มทุนหนึ่งหันไปประมูลโรงงานผลิตสุราตามต่างจังหวัดหลายแห่ง และเป็นการประมูลเพื่อขอให้ทุกโรงงานของตนเอง ทำการผลิตเหล้าสีแบบเดียวกับแม่โขงขึ้นมาด้วย โดยมีหมัดเด็ดคือการดึงเอาตัวหัวหน้าผู้ปรุงเหล้าแม่โขงไปอยู่กับฝ่ายของตน
 
        ยุคนั้นเหล้าสียี่ห้อ “หงส์” ต่างๆ จึงเกิดขึ้น หงส์ที่เป็นที่รู้จักกันมากที่สุดคือ หงส์ทอง  ส่วนข้อจำกัดตามกฎหมายที่ห้ามสุราซึ่งผลิตจากเหล้าในแต่ละโรงงานขายข้ามเขตพื้นที่สัมปทานของตนเองนั้น ก็ทำให้เกิดการลักลอบขายเหล้าข้ามเขตกันอย่างโจ๋งครึ่ม สร้างรายได้ใต้โต๊ะใต้ดินจำนวนมหาศาล
 
        ในช่วงเวลาเดียวกันนั้น เครื่องดื่มประเภทแอลกอฮอล์ในประเทศไทยประเภทเบียร์ไม่มีอะไรหวือหวามากนัก เพราะตลาดเบียร์และโซดาแทบจะถูกผูกขาดแต่เพียงผู้เดียว และประเทศไทยยุคนั้น ไฟฟ้ายังไม่แพร่หลายไปทั่วทุกตำบล ตู้เย็นสำหรับแช่เครื่องดื่มจึงมีไม่มาก เครื่องดื่มหลักๆ สำหรับคอสุราในตลาดระดับล่างจึงเป็นเหล้าขาว เพราะดื่มง่ายไม่ต้องมีพิธีรีตอง มีฐานะขึ้นมาหน่อยจึงขยับชั้นมาดื่ม “เหล้าสี”
 
        ส่วนเบียร์ซึ่งสมัยนั้นมีแต่ชนิดบรรจุในขวดแก้ว ดูจะเป็นเรื่องยุ่งยากมีพิธีรีตรองมากสำหรับการดื่ม เพราะต้องแช่ให้เย็นจัดๆ เบียร์จึงถูกขีดวงจำกัดอยู่ในเมืองใหญ่ๆ ซึ่งถือเป็นโชคและจังหวะที่ดีมากของฝั่งบุญรอดบริวเวอรี่ ที่ทำให้คนหันไปสนใจแข่งขันกันทางด้านธุรกิจเหล้ามากกว่าเบียร์ เบียร์และโซดาตราสิงห์จึงเติบโตมากขึ้นจนแทบจะไร้คู่แข่งในยุคนั้น เดี๋ยวสัปดาห์หน้ามาเล่าสู่กันฟังกันต่อกับเรื่อง “มหากาพย์น้ำเมา” ในบ้านเรากันครับ