
25ส.ค.บรรยินมอบตัวตามหมายจับพันหุ้นชูวงษ์
25ส.ค.บรรยินมอบตัวแบบตัวเปล่า ตามหมายจับข้อหาทุจริตโอนหุ้นชูวงษ์ ทนายพริตตี้สาวยันพาเข้ามอบตัวสู้คดี
เมื่อเวลา 14.45 น. วันที่ 24 สิงหาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อช่วงสายวันนี้(24 ส.ค.) พนักงานสอบสวน กองกำกับการ 1 กองบังคับการปราบปราม(กก.1บก.ป.) ได้นำหลักฐานพร้อมสำนวนคดีการโกงหุ้นของ นายชูวงษ์ แซ่ตั๊ง นักธุรกิจรับเหมาหมื่นล้าน เดินทางไปยื่นต่อศาลอาญากรุงเทพใต้ เพื่ออนุมัติออกหมายจับบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการกระทำผิด จากนั้นเมื่อช่วงบ่ายที่ผ่านมา ศาลอาญากรุงเทพใต้ได้อนุมัติหมายจับผู้ต้องหา จำนวน 4 คน ประกอบด้วย 1.พ.ต.ท. บรรยิน ตั้งภากรณ์ อดีต รมช.พาณิชย์ ในข้อหา “ร่วมกันลักทรัพย์ และร่วมกันปลอมและใช้เอกสารสิทธิปลอมโดยประการที่น่าจะก่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน หรือรับของโจร” 2. น.ส.กัญฐณา ศิวาธนพล พริตตี้สาวคนสนิทนายชูวงษ์ ในข้อหา “ร่วมกันลักทรัพย์ และร่วมกันปลอมและใช้เอกสารสิทธิปลอมโดยประการที่น่าจะก่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน หรือรับของโจร” 3.น.ส.อุรชา วชิรกุลฑล โบรกเกอร์สาวคนสนิทนายชูวงษ์ ในข้อหา “ร่วมกันลักทรัพย์ และร่วมกันปลอมและใช้เอกสารสิทธิปลอมโดยประการที่น่าจะก่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน” และ 4.น.ส.ศรีธรา พรหมา แม่ของ น.ส.อุรชา ในข้อหา “ร่วมกันลักทรัพย์ หรือรับของโจร”
พล.ต.ท. ประวุฒิ ถาวรศิริ ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ(ผู้ช่วย ผบ.ตร.) และโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า การออกหมายจับในครั้งนี้ เนื่องจากทางเจ้าหน้าที่ตำรวจมีหลักฐานที่ชัดเจนว่าบุคคลทั้ง 4 คน มีส่วนร่วมรู้เห็นในการโอนหุ้นครั้งนี้ หลังจากนำเอกสารการโอนหุ้นดังกล่าวไปตรวจสอบทางนิติวิทยาศาสตร์จนพบว่า เอกสารนั้นมีความผิดไปจากวัตถุประสงค์ที่แท้จริงของนายชูวงษ์ เนื่องจากในแบบฟอร์มการโอนหุ้นเดิมเป็นการโอนเพื่อค้ำประกันเงินสำหรับซื้อหุ้นตัวอื่น ซึ่งแบบฟอร์มดังกล่าวมีการเปลี่ยนแปลงจากเดิมเป็นการโอนหุ้นให้บุคคลอื่น อีกทั้งบัตรประชาชนของนายชูวงษ์ ที่มีการเซ็นรับรองสำเนาว่าใช้สำหรับจำนำหุ้นเท่านั้น แต่ข้อความดังกล่าวถูกลบออกไป ประกอบกับเจ้าหน้าที่ไม่พบหลักฐานที่ระบุว่านายชูวงษ์รู้เห็นถึงการโอนหุ้นในครั้งนี้ รวมถึงคลิปเสียงที่ได้นำมาตรวจสอบนั้น ทางญาติก็ยืนยันว่าไม่ใช่เสียงของนายชูวงษ์อย่างแน่นอน นอกจากนี้เบอร์โทรศัพท์ที่โทรเข้านั้นก็ไม่ใช่เบอร์ของนายชูวงษ์ โดยหลังจากนี้ อาจจะต้องออกหมายจับนอกเหนือ 4 บุคคลนี้อีก ซึ่งก็เป็นเรื่องของสำนวนคดีที่จะต้องพิจารณาต่อไป
"ผู้ต้องหาทั้งหมดยกเว้น น.ส.ศรีธรา แม่ของ น.ส.อุรชา นั้น มีส่วนรู้เห็นกับการปลอมแปลงเอกสารการโอนหุ้นทั้งหมด และ พ.ต.ท.บรรยิน ยังมีส่วนเกี่ยวข้องกับการตรวจสอบการโอนหุ้นที่ไม่ชอบนี้ ซึ่งได้โอนหุ่นดังกล่าวเข้าบัญชีของ น.ส.กัญฐนา และ น.ส.ศรีธรา จำนวนเกือบ 400 ล้านบาท ซึ่งการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่พบว่านายชูวงษ์ ไม่มีส่วนรู้เห็นกับการโอนหุ้นที่ว่านี้ด้วย ขณะเดียวกันการตรวจสอบคลิปเสียงอย่างละเอียด และทางญาติก็ยืนยันชัดเจนว่าไม่ใช่เสียงของนายชูวงษ์อย่างแน่นอน อย่างไรก็ตามจากการสืบสวนสอบสวนคาดว่าอาจมีผู้เกี่ยวข้องอีก แต่ขึ้นอยู่กับพยานหลักฐานว่าจะเชื่อมโยงถึงใคร ส่วนสาเหตุการเสียชีวิตนั้นยังไม่สามารถสรุปได้ว่าเกิดจากสาเหตุใด" พล.ต.ท.ประวุฒิ กล่าว
พล.ต.ท.ประวุฒิ กล่าวอีกว่า ส่วนเรื่องของการสืบสวนสอบสวนหาสาเหตุการเสียชีวิตของนายชูวงษ์นั้น ในขณะนี้ยังต้องรออุปกรณ์เพื่อนำมาพิสูจน์ในการจำลองการเสียชีวิตที่เกิดขึ้น ซึ่งในระหว่างนี้ก็ทำได้เพียงการนำภาพจากกล้องวงจรปิดมาคำนวณหาความเร็วของรถทึ่จะนำไปสู่การเกิดอุบัติเหตุเท่านั้น
ด้าน พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ระบุว่า หลังจากศาลอนุมัติหมายจับแล้ว ทางตำรวจยังไม่ได้รับการประสานจากพ.ต.ท.บรรยิน ในการเข้ามามอบตัวแต่อย่างใด ซึ่งหากตำรวจเจอตัวก็สามารถจับกุมได้ทันที ทั้งนี้เชื่อว่าการสืบสวนคดีดังกล่าว จะไม่มีการใช้อิทธิพลเข้ามาแทรกแซงการสืบสวนสอบสวนคดีอย่างแน่นอน เนื่องจากคดีการโอนหุ้นและคดีการเสียชีวิตถูกโอนมาอยู่ในความดูแลของกองปราบปราม และอยู่ในการควบคุมดูแลโดยสำนักงานตำรวจแห่งชาติอีกที โดยมี พล.ต.ท.ประวุฒิ เป็นผู้กำกับดูแลทั้งหมด
25ส.ค.‘บรรยิน’มอบตัวยันบริสุทธิ์
ด้านพ.ต.ท.บรรยิน กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่ได้รับการประสานจากทางพนักงานสอบสวน บก.ป. แต่ทราบจากข่าวแล้วว่าตนถูกศาลออกหมายจับ ซึ่งได้เตรียมปรึกษากับทนายความแล้ว โดยหลังจากนี้จะประสานกับพนักงานสอบสวนเพื่อเข้ามอบตัวสู้คดี ในวันที่ 25 สิงหาคมนี้ เวลา 10.00 น.พร้อมกันนั้นจะเตรียมหลักทรัพย์ไว้สำหรับยื่นขอประกันตัวด้วย
“ผมคาดมาก่อนหน้านี้แล้ว ก็ตามที่ตำรวจบอกว่าจะออกหมายจับ และหนึ่งในนั้นต้องเป็นผม แต่มีหมายจับออกมา ก็ไม่ได้หมายความว่า ผมจะทำผิดตามข้อกล่าวหา ทางตำรวจสอบพยานเพียงด้านเดียว โดยที่ผมไม่มีโอกาสได้พูด และในวันพรุ่งนี้ ผมจะไปตัวเปล่า ไม่จำเป็นต้องเตรียมหลักฐานอะไร ทุกอย่างสู้กันในชั้นศาล” พ.ต.ท.บรรยิน กล่าว
ด้านนายเสกสรรค์ เสนาชู ทนายความของ น.ส.กัญฐณา กล่าวว่า ทราบเรื่องที่ น.ส.กัญฐณา ถูกออกหมายจับแล้ว โดยอยู่ระหว่างติดต่อว่าจะให้ตนเป็นตัวแทนเข้าพบพนักงานสอบสวนหรือไม่ โดยล่าสุดได้ติดต่อกันเมื่อวันที่ 21 สิงหาคม ที่ผ่านมา ซึ่งทาง น.ส.กัญฐณา ก็ใกล้จะคลอดลูกแล้วด้วย
ทนายพริตตี้สาวยันพาเข้ามอบตัวสู้คดี
เมื่อเวลา 15.45 น. นายเสกสรร เสนาชู ทนายความของ น.ส.กัญฐณา เปิดเผยว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างติดต่อกับ น.ส.กัญฐณา แต่เบื้องต้นยังไม่สามารถติดต่อไป อย่างไรก็ตามทันทีที่ติดต่อได้จะพา น.ส.กัญฐณา เดินทางเข้ามอบตัวกับพนักงานสอบสวนกองปราบปราม ตอนนี้ได้จัดเตรียมเอกสารต่างๆ รวมทั้งหลักทรัพย์ไว้สำหรับยื่นประกันตัวขณะพาเข้ามอบตัว
“ผมยืนยันว่าลูกความผมไม่หลบหนี แต่หมายจับเพิ่งจะออก และผมก็เพิ่งจะทราบ ทันทีที่ผมรู้ผมก็รีบโทรติดต่อไปหาน้องเขาทันที เพื่อเตรียมตัวเข้ามอบตัวกับตำรวจกองปราบ แต่ตอนนี้ยังติดต่อไม่ได้ หากติดต่อได้ผมจะพาน้องเขาเข้ามอบตัวโดยเร็ว และเตรียมยื่นประกันตัว ตอนนี้อยู่ระหว่างรวบรวมเอกสารรวมทั้งหลักทรัพย์ให้พร้อม เนื่องจากจะได้ยื่นประกันตัวได้ทันทีในวันที่ไปมอบตัวกับตำรวจ ทั้งนี้ผมก็พยายามติดต่อไปหาตำรวจกองปราบ เพื่อแสดงเจตนารมณ์ว่าผมจะพาลูกความของผมเข้ามอบตัวเอง ไม่มีเจตนาหลบหนีอย่างแน่นอน แต่ขอติดต่อเตรียมความพร้อมให้ชัดเจนว่าจะเข้ามอบตัววันไหน แต่จะมอบตัวให้เร็วที่สุดเพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจ” นายเสกสรร ยืนยัน
ขณะเดียวกันผู้สื่อข่าวรายงานว่า ผู้สื่อข่าวพยายามติดต่อ พ.ต.ท.บรรยิน เพื่อสอบถามถึงกรณีที่ถูกออกหมายจับดังกล่าว แต่ พ.ต.ท.บรรยิน ปฏิเสธที่จะให้ความเห็น อ้างว่าตอนนี้ยังไม่สะดวก ตอนนี้กำลังขับรถอยู่ สำหรับ น.ส.อุรชา กับ น.ส.ศรีธรา ยังไม่สามารถติดต่อได้



