ข่าว

กรมบัญชีกลางผ่อนเกณฑ์ "อี-อ๊อกชั่น"ชงครม.สัปดาห์หน้า

กรมบัญชีกลางผ่อนเกณฑ์ "อี-อ๊อกชั่น"ชงครม.สัปดาห์หน้า

21 ก.ค. 2552

กรมบัญชีกลางผ่อนปรนระบบอี-อ๊อกชั่น ย่นเหลือ 45 วัน ลดวงเงินวางประกัน พร้อมให้อำนาจหัวหน้าส่วนราชการตัดสินใจกรณีมีปัญหาร้องเรียน คาดนำเข้า ครม.ได้สัปดาห์หน้า

 นพ.พฤฒิชัย ดำรงรัตน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวภายหลังมอบนโยบายแก่ผู้บริหารกรมบัญชีกลางหลังบริหารงานครบ 6 เดือนว่า จากนโยบายรัฐบาลที่ต้องการให้กรมบัญชีกลางจัดทำระบบการประมูลผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ (อี-อ๊อกชั่น) และตรวจสอบการเบิกจ่ายงบประมาณตามแผนการลงทุนของโครงการไทยเข้มแข็งหรือเอสพี 2 นั้น ขณะนี้ได้ข้อสรุปแล้วว่าจะใช้ระบบอี-อ๊อกชั่นเดิม แต่จะย่นระยะเวลาการประมูลให้สั้นลงจาก 60-90 วัน เหลือเพียง 45 วัน

 โดยจะลดขั้นตอนของคณะกรรมการอุทธรณ์กรณีเกิดปัญหาการร้องเรียนขั้นตอนประมูล จะเหลือเพียงให้หัวหน้าส่วนราชการที่เป็นเจ้าของโครงการลงทุนเป็นผู้พิจารณา และหากภายหลังเกิดปัญหาทุจริตก็จะต้องรับผิดชอบทั้งหมด และจะเสนอขอให้นำร่างทีโออาร์ประกาศในเว็บและแก้ไขเพียงครั้งเดียวเท่านั้น เพื่อไม่ให้มีความล่าช้า 

 นอกจากนั้น โครงการที่วงเงินไม่เกิน 5 ล้านบาท จะเปิดกว้างให้ผู้เข้าร่วมประมูลสามารถเสนอราคาที่ใดก็ได้ รวมทั้งจะลดวงเงินการวางประกันซองจาก 5% ของมูลค่าโครงการเหลือเพียง 2.5% เพื่อเอื้อให้ผู้ประกอบการเข้ามาร่วมงานกับภาครัฐได้มากขึ้น โดยหากผิดเงื่อนไขก็จะยึดเงินประกันแค่ส่วนที่วางไว้เท่านั้น ซึ่งการผ่อนปรนการจัดซื้อจัดจ้างผ่านอี-อ๊อกชั่นใหม่จะเสนอเข้าคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้สัปดาห์หน้า

 ส่วนของโครงการที่เป็นการร่วมลงทุนระหว่างภาครัฐและเอกชน หรือ พีพีพี ขณะนี้อยู่ระหว่างยกร่าง พ.ร.บ.ร่วมการงานรัฐและเอกชน พ.ศ. 2535 ใหม่ แต่เพื่อให้ทันรองรับแผนการลงทุนตามโครงการไทยเข้มแข็ง จึงจะออกประกาศให้โครงการที่มีมูลค่าการลงทุนเกินกว่า 1 พันล้านบาทต้องเข้าพ.ร.บ.ร่วมการงานฯ เพื่อสอดคล้องกับพ.ร.บ.ร่วมทุนเดิมและสอดคล้องกับแนวทางการลงทุนตามที่สำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) เสนอมา