
รู้ทันภาวะก่อการร้าย
รู้ทันภาวะก่อการร้าย : มองมุมยุทธศาสตร์ โดยเรือรบ เมืองมั่น
ผ่านไปหนึ่งสัปดาห์สำหรับเหตุเขย่าขวัญระเบิดกลางกรุงเทพฯ ที่คร่าชีวิตผู้บริสุทธิ์ไปถึงกว่า 20 ศพ และมีเรื่องยาวตามมาอีกมาก ไม่ว่าจะเป็นการก่อเหตุหรือแสร้งทำรายย่อยเลียนแบบ การพลิกแผ่นดินไล่ล่าคนร้ายและทฤษฎีดราม่ามากมาย ขณะที่ความวิตกกังวลด้านความปลอดภัยและเศรษฐกิจก็แรงขึ้น บางกอกดูไม่ค่อยน่าอยู่ก็จริง แต่เราก็ต้องอยู่กับความจริงของภาวะก่อการร้าย ดังต่อไปนี้
แรกเลยคือ ต้องทำใจไว้ก่อนว่า การก่อการร้ายที่มีผู้สูญเสียจำนวนมากนั้นเป็นภัยคุกคามรูปแบบหนึ่งที่โลกสมัยใหม่ต้องเจอ ไม่มีทางป้องกันได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ต่อให้มีหน่วยข่าวกรองที่แม่นยำหรือหน่วยปฏิบัติการพิเศษที่ฉกาจฉกรรจ์เพียงไร ไทยเป็นประเทศเปิดที่อิงกับเทรนด์ต่างๆ ของโลกมาเป็นเวลานานแล้ว ยิ่งใกล้ชิดกับชาติตะวันตก เป็นศัตรูในทางทฤษฎีกับกลุ่มก่อการร้ายหลายกลุ่ม ทั้งยังเป็นจุดศูนย์กลางคมนาคมที่คนผ่านเข้าออกมากมายในแต่ละวัน เรื่องแบบนี้จะรอดไปได้นานอย่างไร คำถามไม่ใช่ว่าจะเกิดเหตุระเบิดอีกไหมแต่จะเป็นว่าเมื่อไร
เมื่อทำใจได้แล้วก็ต้องอย่าหวาดระแวง เชื่อมั่นในเจ้าหน้าที่พอประมาณว่าเขาจะทำหน้าที่ได้ดีที่สุดอยู่แล้ว งานอาจยากลำบากหรือถึงขั้นไม่ประสบผลสำเร็จในการจับคนร้ายก็ขอให้มองในแง่บวกว่า หน่วยงานด้านความมั่นคงของรัฐนั้นมีดีเพียงพอสามารถป้องกันเหตุร้ายมาหลายครั้งแล้ว โดยที่ไม่จำเป็นต้องแจ้งให้เราทราบ และเหตุการณ์ร้ายไม่น่าจะเกิดได้ทุกวันจนพัฒนาเป็นมิคสัญญีเหมือนบางชาติ เพราะประเทศของเรามีความเข้มแข็งพอควรในเวทีโลก มีความก้าวหน้าในความร่วมมือกับนานาชาติด้านต่อต้านการก่อการร้าย ส่วนผู้ก่อการร้ายก็มิใช่เหนือมนุษย์มาจากไหน
แม้ว่าจะมีความน่าจะเป็นในหลายทฤษฎีว่าใครก่อเหตุ แต่จงอย่าเชื่อเรื่องเหลวไหลของนักเขียนอุปโลกน์ที่เห็นซีไอเอหรือทักษิณเป็นเทพที่ดวงอาทิตย์หมุนรอบหรือดลบันดาลอะไรได้ทุกสรรพ และก็อย่าไปนับถือพวกหากินกับการพยากรณ์ที่ผิดสักสิบครั้งแต่บังเอิญถูกตรงงวดเข้าครั้งนี้ให้มาเป็นเจ้าความคิด กลืนกินสติปัญญาเราหรือทำให้เราตาขวางเห็นคนคิดต่างเป็นศัตรู เพราะนั่นไม่เป็นประโยชน์ใดๆ ยิ่งเพิ่มทั้งความเกลียดชังและความหวาดกลัวจนยากจะใช้ชีวิตปกติ จงรู้ทันว่าพวกเหล่านี้หวังผลประโยชน์ฝ่ายตนทั้งสิ้น อาจจะเป็นความต้องการทำลายศัตรูทางการเมืองหรือหวังทรัพย์สิน
การปรับสมองให้เข้ากับโลกปัจจุบันจะนำไปสู่ความเปิดกว้าง บางทีอาจมองนอกกรอบได้ เช่น เข้าใจว่าผู้ก่อการร้ายยุคใหม่ไม่จำเป็นจะต้องเป็นองค์กรตายตัว มีร่อยรอยเชื่อมโยงและปฏิบัติการอย่างมีเหตุผลอีกต่อไป เผื่อใจว่าในยุคปัจจุบันผู้ก่อการร้ายอิสระที่มีแนวคิดไม่เหมือนใคร ไม่ยึดติดกับกลุ่มใดนอกจากอุดมการณ์คล้ายคลึงบางมิตินั้นเกิดขึ้นมากมาย ไม่จำเป็นต้องมีประวัติอาชญากรรมหรือฝึกฝนจากแคมป์มืออาชีพก็กล้ารวมตัวกันก่อเหตุหรือปฏิบัติการเดี่ยวได้ ถ้าถูกจับหรือทำลายก็ไม่กระทบต่อเครือข่ายก่อการร้ายสากลใด เป็นต้น



