
แม่ใจสลายลูก1ขวบกว่าซดน้ำยาล้างเครื่องเงินดับ
อุทาหรณ์เตือนใจ พ่อแม่สะเพร่าเทน้ำยาล้างเครื่องเงินใส่ขวดนมเปรี้ยวทิ้งถังขยะในบ้าน ลูกชายวัยปีเศษซุกซนคุ้ยถังเล่นเจอเข้ายกซดใส่ปากกินดับอนาถ
เหตุสลดหนูน้อยวัยปีเศษกินน้ำยาแช่เครื่องเงินด้วยความไร้เดียงสาจนทำให้เสียชีวิตรายนี้ เปิดเผยเมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 20 กรกฎาคม ร.ต.ท.จตุพร วัชรพันธพงศ์ เจ้าหน้าที่ตำรวจร้อยเวร สน.สมเด็จเจ้าพระยา ได้รับแจ้งจากโรงพยาบาลตากสินว่า มีเด็กอายุประมาณ 1 ขวบ เสียชีวิตระหว่างเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาล จึงเข้าตรวจสอบ พบ ด.ช.ธัญพิสิทธิ์ เพ่งสุวรรณ หรือ น้องเต็งหนึ่ง อายุ 1 ขวบ 2 เดือน นอนตัวเขียวเสียชีวิตอยู่บนเตียงพยาบาล
จากการสอบสวน นายอภิชาติ เพ่งสุวรรณ และ น.ส.เจษฎาพร เพ่งสุวรรณ พ่อกับแม่ของเด็กทราบว่า พักอาศัยอยู่ที่บ้านเลขที่ 1408/67-70 ถนนเจริญนคร ซอย 28 แขวงบางลำพูล่าง เขตคลองสาน กรุงเทพมหานคร โดยที่บ้านประกอบกิจการเกี่ยวกับเครื่องเงิน ขณะเกิดเหตุเทน้ำยาล้างเครื่องเงินที่ใช้แล้วใส่ขวดนมเปรี้ยวยี่ห้อหนึ่ง และนำทิ้งลงถังขยะขนาดเล็กภายในบ้าน แต่ไม่ทันเห็นว่าลูกน้อยที่อยู่วัยกำลังซน คลานไปหยิบมาใส่ปากกินเข้าไป มารู้อีกทีลูกมีอาการอาเจียนอย่างรุนแรง จึงรีบพาส่งโรงพยาบาลตากสิน แต่ก็เสียชีวิตในเวลาต่อมา เนื่องจากน้ำยาดังกล่าวมีพิษกัดรุนแรง ทำให้แพทย์ไม่สามารถช่วยชีวิตไว้ได้ทัน
หลังการสอบสวนเสร็จสิ้น เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.สมเด็จเจ้าพระยา จะโอนคดีไปยัง สน.สำเหร่ เนื่องจากที่เกิดเหตุอยู่ในพื้นที่ สน.สำเหร่ ขณะเดียวกันเหตุการณ์นี้สร้างความโศกเศร้าเสียใจให้พ่อแม่ของเด็ก ร้องไห้ฟูมฟายเป็นลมไปหลายครั้ง เนื่องจากเหตุที่เกิดขึ้นเป็นความสะเพร่าจนต้องสูญเสียลูกชายวัยขวบเศษ
ต่อมาเวลา 20.00 น. นายสุริยา พลเยี่ยม อายุ 17 ปี น้าของน้องเต็งหนึ่ง เล่าเหตุการณ์ว่า เช้าวันเดียวกันพ่อแม่น้องเต็งหนึ่งไปทำงาน โดยผู้พ่อทำงานที่บริษัทเหมรัตน์เครื่องเงิน ส่วนแม่มีอาชีพทำงานเย็บผ้า แล้วปล่อยให้น้องเต็งหนึ่งอยู่กับนายสุริยาในห้องพัก ระหว่างที่นายสุริยาเปิดดูทีวีอยู่นั้น น้องเต็งหนึ่งก็เล่นตามปกติและด้วยความซุกซนน้องเต็งหนึ่งไปรื้อถังขยะที่หน้าห้องน้ำ โดยไม่รู้ว่าข้างในถังขยะใบนั้น แม่ของน้องเต็งหนึ่งได้เอาสร้อยเงินแช่น้ำยาใส่ไว้ในขวดนมเปรี้ยว และใช้ถุงพลาสติกหุ้มแล้วมัดด้วยยางอีกชั้นซุกเอาไว้
"เพียงไม่กี่นาทีผมก็เห็นหลานอาเจียนและร้องไห้ ตอนนั้นรู้สึกตกใจพยายามให้หลานอาเจียนออกมาให้หมด แต่ก็ไม่เป็นผล ผมจึงพาหลานไปล้างปาก แต่อาการยังไม่ดีขึ้น ตัวเริ่มแข็ง เลยร้องบอกญาติช่วยกันนำไปโรงพยาบาลตากสิน แต่เมื่อไปถึงปรากฏว่าหลานได้เสียชีวิตไปแล้ว" นายสุริยากล่าว
น้าชายน้องเต็งหนึ่งกล่าวอีกว่า รู้สึกเสียใจมาก เพราะหลานคนนี้อยู่กับเขาตลอดเวลา แม้ว่าหลานจะซุกซนก็เป็นเรื่องตามประสาเด็กที่ชอบหยิบของเข้าปาก ส่วนขวดนมเปรี้ยวยี่ห้อนี้หลานก็คุ้นเคย เพราะดื่มเป็นประจำ คาดว่าหลานคงคิดว่ากินได้เลยหยิบมาดื่มจนกระทั่งเสียชีวิต
ด้าน น.ส.เจษฎาพร แม่ของน้องเต็งหนึ่ง กล่าวทั้งน้ำตาว่า ในระหว่างที่ทำงานนั้นได้รับโทรศัพท์จากสามีว่าลูกได้ดื่มกินน้ำยาล้างสร้อยเงินเข้าไป ทันทีที่รู้ข่าวร้ายตกใจมากจนทำอะไรไม่ถูกไม่ชั่วขณะ
"เมื่อนึกไปถึงสร้อยเงินที่แช่ไว้ในขวดนมเปรี้ยว ก็มั่นใจว่าฉันใส่ถุงห่อไว้อย่างมิดชิดแล้ว อีกทั้งยังได้ยัดเข้าไปในถังขยะด้วย จึงไม่เข้าใจว่าทำไมลูกถึงรื้อออกมาได้ จากนั้นฉันรีบไปที่โรงพยาบาลตอนแรกหมอบอกว่าลูกมีโอกาสจะรอด 70% ครั้งที่สองบอกว่าลูกมีโอกาสรอดแค่ 50-50 แต่พอหมอมาบอกครั้งที่ 3 ใจฉันแทบสลาย เพราะหมอบอกว่าลูกฉันไปสบายแล้ว รู้สึกเสียใจมากไม่คิดว่าเรื่องแบบนี้จะเกิดขึ้น และยอมรับว่าเป็นเหตุสุดวิสัยจริงๆ แม้ว่าลูกจะซุกซนตามวัย และนมยี่ห้อนี้ลูกก็ดื่มเป็นประจำ ถือเป็นสิ่งที่ฉันเสียใจที่สุดในชีวิต เพราะลูกเพิ่งอายุได้แค่ขวบเศษๆ ก็ต้องมาเสียชีวิตไปแล้ว" น.ส.เจษฎาพรเล่าด้วยเสียงสั่นเครือ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่บ้านพักน้องเต็งหนึ่งซึ่งเป็นบ้านพักคนงานของบริษัทเหมรัตน์เครื่องเงินซึ่งคนงานพักอยู่เป็นตึกแถวอาคารสูง 5 ชั้นแบ่งเป็นห้องๆ ส่วนบรรยากาศที่ สน.สำเหร่ มีพ่อแม่และญาติพี่น้องของน้องเต็งหนึ่งเข้าให้ปากคำกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจและอยู่ในอาการเศร้าโศกเสียใจและพูดถึงการจากไปของน้องเต็งหนึ่ง และหลายคนบอกว่าไม่อยากให้เหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นกับเด็กคนใดอีก



