
รวบ2หนุ่มเมาหื่นถีบรถข่มขืนสาว
23 ส.ค. 2558
รวบ2หนุ่มเชียงราย คนงานก่อสร้าง อ้างเมาแล้วหื่น ถีบรถข่มขืน-ชิงทรัพย์ที่ดอยสะเก็ด ขณะที่อ้างไม่เกี่ยวกับอีก 5 คดี ที่มีลักษณะเดียวกัน ก่อนจะนำตรวจดีเอ็นเอ
วันที่ 23 สิงหาคม 2558 เมื่อเวลา 10.00 น. ที่กองบังคับการสืบสวนตำรวจภูธรภาค 5 พล.ต.ต.ปชา รัตนพันธ์ รอง ผบช.ภ.5 ร่วมกับ พล.ต.มนตรี สัมบุณณานนท์ ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่ ได้แถลงข่าวการจับกุม ผู้ต้องหาชิงทรัพย์แล้วข่มขืน 2 ราย ได้แก่ นายสาธิต มะโนแปง อายุ 30 ปี อยู่บ้านเลขที่ 73 หมู่ 11 ต.ดงมะดะ อ.แม่ลาว จ.เชียงราย และนาย สุทิน ใจนาม อายุ 28 ปี อยู่บ้านเลขที่ 39 หมู่ 11 ต.ดงมะดะ อ.แม่ลาว จ.เชียงราย
พล.ต.ต. ปชา เปิดเผยว่า สืบเนื่องจากในช่วงวันที่ 26 มิถุนายน 2558 ถึงช่วงเดือนกรกฎาคม 2558 ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่ตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่ ได้รับแจ้งว่ามีเหตุคนร้ายชิงทรัพย์ข่มขืน จำนวน 6 คดี ในบริเวณถนนวงแหวนรอบ3 จ.เชียงใหม่ โดยอยู่ในพื้นที่รับผิดชอบของ สภ.ดอยสะเก็ด 4 คดี และสภ.แม่ปิง อีก 2 คดี ลักษณะการก่อเหตุคนร้ายมีพฤติการณ์ ในการก่อเหตุคือ ขับรถจักรยานยนต์ซ้อน 2 คน ตามประกบผู้เสียหายในเวลากลางคืน เลือกเหยื่อที่เป็นผู้หญิงขับรถจักรยานยนต์ลำพัง และทำการถีบรถของผู้เสียหายในที่เปลี่ยว ก่อนจะลากผู้เสียหายเข้าข้างทางก่อนจะข่มขืน และชิงทรัพย์แล้วหลบหนีไป โดยเชื่อว่าคดีทั้งหมดเป็นคนร้ายกลุ่มเดียวกัน
เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้บูรณาการร่วมสืบสวนหาตัวคนร้ายระหว่าง เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน ภ.5 และเจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่ ได้สืบสวนโดยอาศัยภาพจากกล้องวงจรปิด ตามโครงการโปลิส อายส์ และเบาะแสจากประชาชนในพื้นที่ กระทั่งทราบว่าผู้ก่อเหตุ คือนายสาธิต และนายสุทิน ซึ่งมีอาชีพเป็นคนงานก่อสร้าง โดยผู้ต้องหาทั้งสองได้มาเช่าอาศัย บ้านพักร่วมกันอยู่ในพื้นที่ อ.ดอยสะเก็ด ใกล้กับถนนวงแหวนรอบ 3 ก่อนที่เจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้ติดตามจับกุมตัวดังกล่าว
ผู้ต้องหาทั้งสองราย ให้การรับสารภาพเพียงคดีเดียว จากการก่อเหตุเมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม 2558 ที่ผ่านมา เวลา 23.30 น. โดยก่อเหตุบริเวณซอยทางเข้าบ้าน แม่ก๊ะเหนือ ต.ตลาดใหญ่ อ.ดอยสะเก็ด จ.เชียงใหม่ โดยได้ตามประกบผู้เสียหาย และถีบรถจนล้มก่อนจะกระทำชำเรา แล้วชิงเอาโทรศัพท์ของผู้เสียหายไป โดยอ้างว่าได้ดื่มสุราจนเกิดอาการมึนเมาและเกิดอารมณ์ทางเพศ จึงได้ก่อเหตุดังกล่าว ขณะที่ยืนยันว่าไม่เกี่ยวข้องกับคดีอื่นตามข้อกล่าวหา
อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ตำรวจยังไม่ปักใจเชื่อว่าคนร้ายทั้งสองจะก่อเหตุเพียงคดีเดียวจริง เนื่องจากอีก 5 คดีในพื้นที่มีลักษณะก่อเหตุคล้ายคลึงกัน และอาจก่อเหตุอีกหลายคดีที่ยังไม่มีผู้เสียหายมาแจ้งความ โดยหลังจากนี้จะได้นำตัวผู้ต้องหาทั้ง 2 คน ไปตรวจหาสารพันธุกรรม หรือ ดีเอ็นเอ เพื่อเปรียบเทียบกับน้ำเชื้ออสุจิ ที่พบในบริเวณช่องคลอดของผู้เสียหายในคดีอื่น รวมทั้งจะได้นำตัวผู้เสียหายอีก 5 คดีมาชี้ตัวผู้ต้องหาว่าเป็นคนเดียวกันหรือไม่ ก่อนจะดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป



