ข่าว

‘เทียนฉาย’รับร่างรธน.แล้ว!นัดโหวต6ก.ย.

‘เทียนฉาย’รับร่างรธน.แล้ว!นัดโหวต6ก.ย.

22 ส.ค. 2558

‘เทียนฉาย’ เรียกประชุม สปช.รับร่างรธน. ถือฤกษ์ 11.59น. นัดโหวต 6 ก.ย. ‘บวรศักดิ์’ แจงประชุมทำร่างรธน.มา 150 วัน นำความเห็นทุกส่วน-กรอบทำรัฐธรรมนูญมาพิจารณาสำคัญ

 
       22 ส.ค. 58 เมื่อเวลา 11.48 น. มีการประชุมสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ที่มีนายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธาน สปช. เป็นประธานการประชุม วาระรับมอบร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ..... จาก คณะกรรมาธิการ (กมธ.) ยกร่างรัฐธรรมนูญ ซึ่งได้จัดทำเนื้อหาฉบับสมบูรณ์ส่งมอบให้ สปช. ภายใต้บทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ (ฉบับชั่วคราว ) พ.ศ. 2557 แก้ไขเพิ่มเติม ฉบับที่ 1 พ.ศ.2558 มาตรา 35 โดยการส่งมอบร่างรัฐธรรมนูญดังกล่าว
 
       ทั้งนี้นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ ประธาน กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ กล่าวรายงานว่า หลังจากการแต่งตั้ง กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ โดยประธานสปช. แล้ว ได้มีการประชุม จำนวน 150 ครั้ง และกระบวนการพิจารณายกร่างรัฐธรรมนูญนั้น ได้นำความเห็น ข้อคิดเห็น และข้อเสนอเกี่ยวกับร่างรัฐธรรมนูญ จากสปช. , คณะรัฐมนตรี (ครม.) พรรคการเมือง ประชาชนมาพิจารณาโดยเน้นเนื้อหาและสาระ รวมถึงกรอบการเขียนร่างรัฐธรรมนูญ ตามที่รัฐธรรมนูญ (ฉบับชั่วคราว) พ.ศ. 2557 มาตรา 35 กำหนดไว้ เป็นสำคัญ ขณะที่ความเห็นของประชาชนนั้นที่ประชุมได้นำมาปรับแก้ไข โดยมีตัวอย่างที่เห็นชัดเจน คือการปรับบทบัญญัติว่าด้วยการเลือกตั้งเป็นหน้าที่ จากเดิมที่เขียนให้การเลือกตั้งเป็นหน้าที่ ขณะที่คำปรารภร่างรัฐธรรมนูญนั้นไม่ได้นำเสนอมาพร้อมกับร่างรัฐธรมนูญ เพราะตามประเพณีปฏิบัตินั้นจะเขียนได้ต่อเมื่อรัฐธรรมนูญผ่านประชามติ และเห็นหน้าที่ของสำนักงานเลขาธิการคณะรัฐมนตรีที่จะนำความกราบบังคมทูลต่อไป 
 
       จากนั้นตามฤกษ์ที่กำหนด คือ 11.59 น. นายบวรศักดิ์ ได้นำร่างรัฐธรรมนูญฉบับหน้าปกทองคำให้ นายเทียนฉาย ขณะที่นางนรีวรรณ จินตกานนท์ รองประธาน กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ เป็นผู้ส่งมอบร่างรัฐธรรมนูญฉบับปกติมอบให้น.ส.ทัศนา บุญทอง รองประธาน สปช. คนที่2 ทั้งนี้นายเทียนฉาย ได้แจ้งต่อที่ประชุมว่า ตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ (ฉบับชั่วคราว) พ.ศ. 2557 แก้ไขเพิ่มเติม ฉบับที่ 1 พ.ศ. 2557 เมื่อสปช. ได้รับมอบร่างรัฐธรรมนูญแล้วให้รอไว้ 15 วัน จากนั้นต้องนัดประชุมเพื่อเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบทั้งฉบับ ซึ่งได้กำหนดไว้เป็นวันที่ 6 ก.ย.นี้
 
 
‘เสรี’ โพสต์ 12 หลักเกณฑ์พิจารณา ‘รับ-ไม่รับ’ ร่างรธน.
 
 
       ผู้สื่อข่าวรายงานว่านายเสรี สุวรรณภานนท์ สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ ได้โพสต์เฟซบุ๊คถึงประเด็นในการพิจารณราร่างรัฐธรรมนูญ โดยระบุว่า ประเด็นการพิจารณาเห็นควรรับหรือไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ ในการจะพิจารณาว่าเห็นควรตัดสินใจลงมติเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบกับร่างรัฐธรรมนูญนี้หรือไม่ อย่างไรนั้น อย่างน้อย สปช.ควรมีเหตุผลในการพิจารณาเกณฑ์ประเด็นในการตัดสินใจว่า ร่างรัฐธรรมนูญดังกล่าวมีเนื้อหาสาระที่พอจะรับหรือไม่รับร่างรัฐธรรมนูญดังกล่าวเป็นอย่างน้อยอย่างไร โดยควรพิจารณาประเด็นต่างๆ ดังนี้
 
1. รูปแบบร่างรัฐธรรมนูญ
 
1.1 มีเนื้อหาสาระมากเกินไป ยิ่งมีรายละเอียดมากยิ่งมีความขัดแย้งมาก
 
1.2 การกำหนดวันเลือกตั้ง ส.ส. และ ส.ว. ควรให้คณะรัฐมนตรี เป็นผู้กำหนด เมื่อมีความพร้อม ในเวลาที่เหมาะสมหรือไม่ อย่างไร
 
1.3 เนื้อหาสาระในร่างรัฐธรรมนูญ และการจัดหมวดหมู่ เป็นระบบหรือไม่
 
1.4 มีการจัดสรรอำนาจอธิปไตยได้อย่างสมดุลหรือไม่
 
1.5 ในบทเฉพาะกาล เป็นบทการแก้ปัญหาประเทศในปัจจุบัน หรือไม่ อย่างไร
 
1.6 ร่างรัฐธรรมนูญที่ร่างมาเป็นรัฐธรรมนูญที่มีความยั่งยืนหรือไม่
 
1.7 ร่างรัฐธรรมนูญต้องไม่สร้างความขัดแย้งในตัวรัฐธรรมนูญหรือไม่
 
1.8 องค์กรตามรัฐธรรมนูญ มีระบบถ่วงดุลแลคานอำนาจได้อย่างมีประสิทธิภาพหรือไม่
 
1.9 องค์กรที่เกิดตามรัฐธรรมนูญมีจำนวนมากหรือไปหรือไม่ และจะก่อให้เกิดข้อขัดข้องต่อการบริหารประเทศหรือไม่
 
1.10 สามารถแก้ปัญหาประเทศ สังคม เศรษฐกิจ และการพัฒนาประเทศที่ยั่งยืนได้หรือไม่ อย่างไร
 
 
 
2. ร่างรัฐธรรมนูญเป็นประชาธิปไตยหรือไม่ ? อย่างไร
 
2.1 ในการยกร่างรัฐธรรมนูญ ในภาวะสถานการณ์ปัจจุบัน ได้บัญญัติให้เป็นประชาธิปไตยหรือไม่ อย่างไร
 
2.2 ทั้ง ส.ส. และ ส.ว. ควรต้องเลือกตั้งแบบใด และมีอำนาจหน้าที่อย่างใด
 
 
 
3. พิจารณาที่มาของนายกรัฐมนตรี และเสถียรภาพรัฐบาล
 
3.1 นายกรัฐมนตรี ควรมาจากการเลือกตั้งจากประชาชนเท่านั้น หรือไม่ อย่างไร
 
3.2 ร่างรัฐธรรมนูญทำให้การเมืองเข้มแข็งและมีเสถียรภาพหรือไม่ อย่างไร
 
 
 
4. ประชาชนเป็นใหญ่อย่างที่นำเสนอหรือไม่
 
 
 
5. การแก้ปัญหาการเลือกตั้ง
 
5.1 อำนาจหน้าที่ของ กกต.ในการแก้ปัญหาการทุจริตการเลือกตั้ง
 
5.2 กกต. ควรมีอำนาจให้ใบแดงได้มากน้อยแค่ไหน เพียงใด
 
5.3 การกำหนดมาตรการแก้ปัญหาการเลือกตั้งที่มีประสิทธิภาพได้หรือไม่อย่างใด
 
 
 
6. ประเด็นคณะกรรมการยุทธศาสตร์
 
6.1 ควรมี คณะกรรมการยุทธศาสตร์ฯ หรือไม่ องค์ประกอบคณะกรรมการ ที่มา และควรมีอำนาจหน้าที่ อย่างไร
 
6.2 อำนาจพิเศษคณะกรรมการยุทธศาสตร์ ในบทเฉพาะกาลควรมีหรือไม่ อย่างไร
 
 
 
7. ระบบการตรวจสอบอำนาจทางการเมืองควรมีเช่นใด
 
7.1 ก่อนเข้าสู่ตำแหน่ง
 
7.2 ระหว่างดำรงตำแหน่ง
 
7.3 หลังออกจากตำแหน่ง
 
 
 
8. แนวทางการปฏิรูปประเทศควรบัญญัติไว้ในลักษณะใด และการให้มีการพัฒนาประเทศด้านต่างๆ ให้ยั่งยืน ควรเป็นลักษณะใด
 
 
 
9. การแก้ปัญหาการทุจริตคอรัปชั่นและมีระบบการตรวจสอบที่เข้มแข็งอย่างไร
 
9.1 การมีกลไกลในการป้องกันการปัญหาทุจริตคอรัปชั่นที่มีประสิทธิภาพ
 
9.2 มีคณะกรรมการไต่สวนอิสระหรือไม่
 
9.3 ส.ว. ควรมีอำนาจหน้าที่ในการถอดถอน หรือควรให้ที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกามีอำนาจถอดถอน
 
9.4 มีศาลทุจริตคอรัปชั่นหรือไม่
 
9.5 การสร้างกลไกของ ปปช.ในการแก้ปัญหาการทุจริตคอรัปชั่น
 
9.6 กลไกอื่นๆ ในการแก้ปัญหาการทุจริตคอรัปชั่นมีอะไรบ้าง
 
 
 
10. กระบวนการยุติธรรม การสร้างความเป็นธรรม การแก้ปัญหาสองมาตรฐานและการแก้ปัญหาความขัดแย้ง ได้หรือไม่ ? อย่างไร
 
10.1 มีการกำหนดให้อำนาจตุลาการใช้อำนาจในการตรวจสอบและถ่วงดุลอำนาจนิติบัญญัติและอำนาจบริหารไว้อย่างสมดุลหรือไม่ อย่างไร
 
10.2 กำหนดหลักการสำคัญในการแก้ปัญหาการบังคับใช้กฎหมายไว้อย่างไร
 
10.3 การพิจารณาคดีนักการเมือง ควรพิจารณาในศาลอุทธรณ์และศาลฎีกา
 
10.4 คดีชาวบ้านควรมี 3 ชั้น ศาล ได้แก่ ศาลชั้นต้น ศาลอุทธรณ์และศาลฎีกา
 
10.5 ร่างรัฐธรรมนูญได้กำหนดแนวทางการบังคับใช้กฎหมายที่มีประสิทธิภาพหรือไม่ อย่างไร
 
 
 
11. ร่างรัฐธรรมนูญสร้างความมั่งคั่งอย่างที่กล่าวอ้างหรือไม่
 
 
 
12. ตามบทเฉพะกาล มีการแก้ปัญหาประเทศในสถานการณ์ปัจจุบันได้หรือไม่ อย่างไร
 
12.1 ในบทเฉพาะกาลได้แก้ปัญหาสถานการณ์ปัจจุบันไว้มากน้อยแค่ไหน
 
12.2 ได้กำหนดแนวทางให้มีการปฏิรูปก่อนเลือกตั้งไว้อย่างไร
 
12.3 คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ได้กำหนดทิศทางการปฏิรูปแล้วเสร็จไว้หรือไม่อย่างไร และได้จัดทำบัญชีกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ และกฎหมายลูก เพื่อให้เห็นทิศทางการปฏิรูปแล้วเสร็จก่อนเลือกตั้งหรือไม่อย่างไร
 
12.4 กำหนดให้รัฐบาลชุดปัจจุบันใช้อำนาจรัฏฐาธิปัตย์ ทำหน้าที่แก้ไขปัญหาบ้านเมืองในภาวะสถานการณ์ไม่ปกติไว้อย่างไร
 
12.5 การกำหนดให้รัฐบาลปัจจุบัน เป็นผู้กำหนดวันเลือกตั้ง ส.ส. และ ส.ว.ไว้หรือไม่ อย่างไร
 
12.6 เพื่อการปรองดอง ได้มีมาตรการการแก้ปัญหาคดีทางการเมืองที่ผ่านมาหรือไม่อย่างไร