
ประยุทธ์เผยทูตสหรัฐยินดีให้ความร่วมมือ
ประยุทธ์เผยทูตสหรัฐยินดีให้ความร่วมมือ ยันจำต้องใช้ทหารเหตุสถานการณ์ไม่ปกติ ตร.ส่งหลักฐานที่สื่อเทศพบให้หน่วยอีโอดีแล้ว
เมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 21 ส.ค.2558 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวถึงสถานการณ์บ้านเมืองช่วงนี้ที่ต้องใช้กำลังเจ้าหน้าที่ทหารรักษาความสงบว่า เนื่องจากเราอยู่ในฐานะที่เป็นคนช่วย ซึ่งจะมีกำลังพลเรือนตำรวจทหารตลอดจนถึงประชาชนที่จะเข้ามาช่วยกันดูแลสถานการณ์บ้านเมืองโดยไม่จำเป็นจะต้องใช้มาตรา 44 เพราะทุกคนมีหน้าที่ในการเฝ้าระวังและแจ้งเตือน
พลเอกประยุทธ์ยังกล่าวถึงความคืบหน้าการลอบวางระเบิดที่บริเวณสี่แยกราชประสงค์ว่า สื่อก็พูดกันอยู่ทุกวันพูดกันเป็นครั้งพันครั้งได้แล้ว พูดพูดนะพูดได้แต่ขอให้เบาหน่อย รวมถึงการเสนอข่าวถึงความรุนแรงที่เกิดขึ้นไม่ใช่พูดแต่เรื่องระเบิดกันอยู่ทุกวัน อย่างไรก็ตามยอมรับว่าการสอบสวนมีความคืบหน้า ซึ่งมีตัวบุคคลต้องสงสัยมากขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งคิดว่าน่าจะเป็นขบวนการและอาจจะเชื่อมโยงกันบริเวณศาลพระพรหมกับที่สะพานสาทร
"เราก็มีเป้าหมายแล้ว แต่ก็ได้แจ้งเตือนไว้ก่อนว่าถ้าใครรู้ตัว ก็ให้เขามามอบตัว แต่มีคนมาบอกว่าผมโง่ไปให้พวกนี้มามอบตัว ผมก็ไม่รู้ว่าผมโง่กว่าเขาหรือเขาโง่กว่าผม ซึ่งผมก็มีวิธีการของผมเป็นกลยุทธ์ ที่จะให้ทุกอย่างมันดีขึ้น ดีกว่าดีกว่าพูดอย่างเดียวแล้วไม่ทำอะไรเลยและคนที่ออกมาพูดอย่าลืมว่าที่สุดที่ผ่านมาตัวเองอยู่ในอำนาจทั้งหมด แล้วทำได้หรือไม่ในช่วงที่ผ่านมาเพราะฉะนั้นอย่าไปโทษคนนั้นคนนี้อย่างเดียวซึ่งเหตุการณ์มันเกิดมาจากสมัยไหนซึ่งเป็นสมัยที่เขาเริ่มและผมก็ไม่เคยโทษเค้า ผมก็บอกตัวเองว่าให้หาความจริงให้ได้ว่าเป็นเรื่องของการเมืองหรือต่างประเทศต้นจันทร์กระพ้อชั้นเอกและไม่เคยให้น้ำหนักไปด้านใดด้านหนึ่งจนกว่าจะมีหลักฐานชัดเจน เราจะไปตัดประเด็นหนึ่งประเด็นใดออกคงไม่ได้เพราะขณะนี้โลกได้มีการเปลี่ยนแปลงมีการระเบิดกันอยู่ทุกวันในประเทศทั้งโลกแล้วทำไมประเทศออสเตรเลียเขาถึงพูดมาเช่นนั้น เพราะเขาเห็นว่าเป็นเรื่องที่จะต้องช่วยกันทำแล้วเราคงจะไปปฏิเสธไม่ได้ ที่ตนเคยบอกว่าเราอย่าไปพูดเลย เพราะว่าเราไม่ใช่ศัตรูกับประเทศใดถ้าหากเราพูดเดี๋ยวมากันใหญ่โตมันไม่ได้ อย่าเอาเราไปรบกับคนอื่นเขา อยากอยากให้คิดแบบตนในเรื่องของความมั่นคง" พลเอกประยุทธ์กล่าว
เมื่อถามถึงกรณีที่ต่างชาติ จะเข้ามาช่วยสืบสวนและสอบสวนพลเอกประยุทธ์กล่าวว่า ทูตสหรัฐได้ติดต่อมาบอกว่ายินดีที่จะให้ความร่วมมือและตอนนี้ก็ได้มอบหมายให้หน่วยงานด้านความมั่นคงติดต่อไปแล้วว่าขอความร่วมมือในเครื่องไม้เครื่องมือโดยเฉพาะเครื่องมือที่ทำให้เกิดความชัดเจน เพราะของเราไม่มีเครื่องไม้เครื่องมือ ที่ตรวจสอบความชัดเจนเกี่ยวกับเรื่องใบหน้า รูปลักษณ์แต่ถ้าเป็นเจ้าหน้าที่ในระดับสอบสวนที่จะเข้ามาช่วยคงไม่จำเป็นเพราะเราก็ดำเนินการอยู่ อย่าลืมว่าเราต้องช่วยตัวเอง
ตร.ส่งหลักฐานที่สื่อเทศพบให้หน่วยอีโอดีแล้ว
พล.ต.ท.ประวุฒิ ถาวรศิริ ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยถึงกรณีที่สำนักข่าวต่างประเทศพบหลักฐานเป็นชิ้นส่วนวัตถุระเบิด เหตุคนร้ายลอบวางระเบิดศาลท้าวมหาพรหม แยกราชประสงค์ เมื่อวันที่ 17 สิงหาคมที่ผ่านมาว่า นักข่าวสำนักข่าวต่างประเทศแห่งหนึ่งได้นำหลักฐานเป็นเม็ดกลมๆ 3 เม็ดและเศษอลูมิเนียม มาให้กับตนที่หน้าสำนักงานตำรวจแห่งชาติเมื่อคืนที่ผ่านมา ซึ่งตนได้รับไว้กับมือและส่งให้เจ้าหน้าที่หน่วยเก็บกู้และตรวจพิสูจน์ระเบิด ซึ่งข้อมูลที่ระบุว่า ตำรวจไม่รับหลักฐานชิ้นดังกล่าวนั้นไม่เป็นความจริง
“เขาบอกว่าได้นำหลักฐานมาให้ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ แต่ตำรวจไม่รับปิดประตู ก็เป็นเรื่องปกติเพราะช่วงเวลาที่เขานำหลักฐานมาให้เป็นช่วงเวลามืด ตำรวจที่เฝ้าอยู่หน้าประตูไม่ให้บุคคลใดเข้า เพราะเป็นช่วงเวลายามวิกาล แต่เขาเจอผมก็ไม่เห็นบอกว่าตำรวจไม่รับหลักฐาน ผมก็รับหลักฐานชิ้นนั้นส่งให้กับเจ้าหน้าที่อีโอดีตรวจสอบต่อไป” ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เปิดเผย
นอกจากนี้ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ยังเปิดเผยอีกว่า ตามหลักการแล้วไม่ว่าบุคคลใดเจอหลักฐานในที่เกิดเหตุ ควรจะแจ้งให้เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบ ไม่ใช้หยิบหลักฐานชิ้นนั้นโดยพลการ เพราะจะทำให้หลักฐานเกิดการเปลี่ยนแปลงหรือไม่สมบูรณ์ได้ และถ้าเข้าสู่ชั้นศาล พยานหลักฐานชิ้นนั้นจะไม่มีน้ำหนัก
ส่วนกรณีที่มีข้อกล่าวหาเจ้าหน้าที่ทำความสะอาดพื้นที่เร็ว ทำให้การเก็บหลักฐานน้อยเกินไป พล.ต.ท.ประวุฒิ กล่าวว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติไม่มีเกณฑ์ระยะเวลาในการกันพื้นที่เก็บหลักฐาน ขึ้นอยู่กับความเหมาะสมของสถานการณ์มากกว่า ตำรวจทำหน้าที่อย่างดีที่สุด เท่าที่หลักฐานจะมีในที่เกิดเหตุ เพราะตั้งแต่หลังเกิดเหตุขึ้นเจ้าหน้าที่ก็ปิดกั้นพื้นที่บริเวณนั้นโดยไม่ให้บุคคลใดผ่านเข้าออก รวมไปถึงไม่ให้รถวิ่งผ่านไปมานาน 1 วัน ส่วนบริเวณภายในศาลท้าวมหาพรหม ก็ปิดกั้นไมให้ประชาชนเข้าสักการะนานถึง 2 วัน ซึ่งถือว่าเป็นเวลาที่เหมาะสมแล้ว
“ที่เรามั่นใจว่าให้สามารถเปิดใช้พื้นที่ เพราะเราเชื่อว่าเราเก็บหลักฐานในที่เกิดเหตุได้เพียงพอแล้ว และยิ่งปิดกั้นพื้นที่นานมากเท่าไหร่จะยิ่งส่งผลกระทบต่อการท่องเที่ยวมากขึ้นเท่านั้น เพราะบริเวณนั้นเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญแห่งหนึ่งในกรุงเทพมหานคร และจะทำให้ประชาชนยิ่งกลัวต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น” พล.ต.ท.ประวุฒิ กล่าว



