ข่าว

จุดเปลี่ยนที่โอลด์ แทรฟฟอร์ด

จุดเปลี่ยนที่โอลด์ แทรฟฟอร์ด

22 ส.ค. 2558

สปอร์ต คม วีกเอนด์ : จุดเปลี่ยนที่โอลด์ แทรฟฟอร์ด

 
                     เรื่องที่ “ปีศาจแดง” แมนฯ ยูไนเต็ด ถูก “สิงโตน้ำเงินคราม” เชลซี ฉกตัว เปโดร โรดริเกซ กองหน้าทีมชาติสเปนมาจากบาร์เซโลนา ไปต่อหน้าต่อตา สำหรับสโมสรใหญ่อย่างปีศาจแดงแล้วยังไงก็เป็นเรื่องไม่ธรรมดา และเป็นอีกครั้งที่แมนฯยูไนเต็ด ถูกลูบคมแย่งนักเตะชั้นดีไป จากการทำงานในตลาดที่ล่าช้าอีกครั้ง
 
                     จริงอยู่เหตุผลที่เชลซี สามารถฉกตัว เปโดร ไปสู่ถิ่นสแตมฟอร์ด บริดจ์ ได้นั้น เป็นเหตุผลที่พอจะรับฟังได้ จากการที่ทั้ง ชูเซ มูรินโญ กับ เชส ฟาเบรกาส ช่วยกันจูงใจให้กองหน้าวัย 28 ปีเมินข้อเสนอจากแมนฯ ยูไนเต็ด ได้ แถม ดานิเอลลา เซมันน์ แฟนสาวของฟาเบรกาส ยังช่วยจูงใจ แคโรลินา มาร์ติน แฟนสาวของเปโดร รวมทั้งหลายๆ คนและรวมถึง ฮริสโต สตอยช์คอฟ เตือนว่าอย่าไปร่วมงานกับ หลุยส์ ฟาน กัล เด็ดขาด
 
                     แต่จะว่าไปแล้วความผิดพลาดยังไงก็ต้องมีการทำงานของแมนฯ ยูไนเต็ด เข้าไปเกี่ยวข้องแน่นอน อย่างที่ว่า เอ็ด วูดเวิร์ด ประธานบริหารที่เดินทางไปสเปนเมื่อต้นสัปดาห์ ช้าไปหรือเปล่า
 
 
จุดเปลี่ยนที่โอลด์ แทรฟฟอร์ด
 
 
                     ตลอดทั้งซัมเมอร์นี้ เปโดร มีข่าวมาตลอดว่ายังไงก็น่าจะย้ายเข้าถิ่นโอลด์ แทรฟฟอร์ด แต่จากการที่เกี่ยงงอนไม่ยอมจ่ายเงิน 22 ล้านปอนด์เป็นค่ายกเลิกสัญญาของตัวนักเตะตั้งแต่แรก นั่นคือช่องทางที่ทำให้เชลซี คว้าชิ้นปลามันไปครองได้ในภายหลัง
 
                     เป็นอันว่า 3 ฤดูกาลติดต่อกันแล้วที่แมนฯ ยูไนเต็ด พยายามเจรจาซื้อนักเตะของบาร์เซโลนา และพลาดทุกครั้ง เริ่มตั้งแต่ความพยายามดึงตัว ติอาโก อัลคันทารา ในยุคของ “เฟอร์กี” เซอร์อเลกซ์ เฟอร์กูสัน จากนั้นในยุคของ เดวิด มอยส์ ก็พลาด เชส ฟาเบรกาส ให้เชลซี จนมาสุดท้าย หลุยส์ ฟาน กัล มาพลาดตัว เปโดร เข้าให้อีก
 
                     การตัดสินใจที่ผิดพลาดของทั้ง วูดเวิร์ด รวมทั้งตัว ฟาน กัล เอง ส่งผลอย่างใหญ่หลวงแน่นอน เนื่องจากสไตล์การเล่นของเปโดร น่าจะเหมาะกับแท็กติกที่ ฟาน กัล ใช้ในฤดูกาลนี้ หากว่าตัดสินใจกันเร็วยอมจ่าย 22 ล้านปอนด์ ยังไงก็ไม่มีทางพลาดแน่นอน
 
                     ขณะที่ มูรินโญ ตัดสินใจค่อนข้างเด็ดขาด เมื่อทีมผลงานไม่ดีในช่วงต้นฤดูกาล ตัดสินใจเสริมทันที มองที่ผลงานของตัวนักเตะที่ได้ทั้งแชมป์โลก ถ้วยแชมป์อีก 22 รายการ และประตูอีก 99 ประตูที่ยิงให้ บาร์เซโลนา ก็ไม่ต้องคิดไรมาก
 
                     เมื่อไรก็ตามที่ปีศาจแดงพลาดเป้าหมายใหญ่ๆ ในตลาดซื้อขายนักเตะ และถือว่าบ่อยครั้งในช่วง 3 ปีหลังมานี้ ถือเป็นเรื่องธรรมชาติที่ เอ็ด วูดเวิร์ด จะต้องถูกกล่าวโทษเนื่องจากเป็นคนดูแลเรื่องนี้โดยตรง และครั้งนี้ถือว่าหนักหน่วงอีกครั้ง
 
 
จุดเปลี่ยนที่โอลด์ แทรฟฟอร์ด
 
 
                     นอกจากจะไม่สามารถเสริมความแข็งแกร่งให้ทีมตัวเองได้แล้ว ยังเป็นการเพิ่มความแข็งแกร่งให้คู่แข่งอย่างเชลซี เพื่อกลับมาป้องกันแชมป์ และเป็นนักเตะในสไตล์ที่หลุยส์ ฟาน กัล กำลังต้องการอย่างยิ่ง
 
                     ถึงจะมีข่าวกับเปโดร มานาน แต่กุนซือชาวดัตช์เพิ่งจะยอมรับเมื่อสัปดาห์ที่แล้วว่าชอบนักเตะอย่างเปโดร และเชื่อในคุณภาพฝีเท้าของกองหน้าทีมชาติสเปนรายนี้ที่มีทั้งความเร็วและการสร้างสรรค์ เป็นตัวแทนที่ดีเมื่อทีมขาย อังเคล ดิ มาเรีย ออกจากทีมไปแล้ว
 
                     สุดท้ายเป็นอันว่าช้าเกินไปและพลาดใหญ่หลวง
 
                     นอกจากเปโดรแล้ว นิโคลัส โอตาเมนดี กองหลังทีมชาติอาร์เจนตินา ก็เป็นอีกตัวอย่างในซัมเมอร์นี้ ที่สุดท้ายกลายเป็น “เรือใบสีฟ้า” แมนฯ ซิตี ผู้ท้าชิงแชมป์พรีเมียร์ลีกตัวจริงที่ได้ตัวไปเสริมแนวรับ ทำให้แมนฯ ยูไนเต็ด พลาดโอกาสที่จะได้ตัวหลักที่เสริมคุณภาพทั้งแนวรุกและรับ
 
 
จุดเปลี่ยนที่โอลด์ แทรฟฟอร์ด
 
 
                     เรื่องของแนวรับไม่ใช่ความลับอะไรที่ฟาน กัล มองหากองหลังตัวใหม่เช่นกัน หลังจากใช้ความพยายามกับ เซร์คิโอ รามอส มาพักใหญ่ แต่สุดท้ายก็ไม่สามารถตกลงค่าตัวกับ “ราชันชุดขาว” รีล มาดริด ได้ ถึงแมนฯ ยูไนเต็ด จะใช้ไม้แข็งในเรื่องของดาวิด เด เคีย แล้วก็ตาม และมีโอกาสสูงที่จะต้องเสียตัวไปแบบไม่มีค่าตัวหลังจบฤดูกาลนี้
 
                     เมื่อมองถึงตัวเลขการซื้อขายนักเตะของแมนฯ ยูไนเต็ด แล้ว เป็นอีกจุดที่มองเห็นได้ถึงความผิดพลาดในยุคของหลุยส์ ฟาน กัล ทีมใช้เงินซื้อนักเตะไปแล้วถึง 230 ล้านปอนด์ในช่วง 15 เดือนที่ผ่านมา แต่ทีมยังไม่สามารถปรับปรุงตำแหน่งหลักๆ ทั้ง 3 ตำแหน่งได้ ตั้งแต่หลัง กลาง ยันกองหน้า
 
                     เรื่องแนวรับเป้าหมายทั้ง รามอส กับ มัตส์ ฮุมเมลส์ ชวดไปหมด ตอนนี้ต้องใช้แผนบี ด้วยการเอา คริส สมองลิง ยืนกับ ดาลีย์ บลินด์ ไปก่อน รวมทั้งยังน่าจะต้องใช้ มาร์กอส โรโฮ มาเป็นแบ็กอัพอยู่อีกคน
 
 
จุดเปลี่ยนที่โอลด์ แทรฟฟอร์ด
 
 
                     ในแนวรุกการที่ เวย์น รูนีย์ ไม่มีคู่แข่งในตำแหน่งหัวหอก ทำให้ฟอร์มการเล่นออกมาไม่ได้อย่างที่หวัง และยังไม่สามารถหากองหน้าชั้นดีมาแทนที่ ราดาเมล ฟัลกัล กับ โรบิน ฟาน เพอร์ซี ที่ออกจาทีมไปได้ จะมีก็เพียง เมมฟิส เดปาย ที่สร้างความหวังใหม่ได้
 
                     นักเตะที่เอาเข้าทีมมาเมื่อฤดูกาลก่อน หลายๆ คนเล่นไม่คุ้มกับเงินที่จ่ายออกไป อย่าง ฟัลกัล ไม่ต้องพูดถึง เป็นฤดูกาลที่ย่ำแย่ ขณะที่ อังเคล ดิ มาเรีย เอง สุดท้ายทีมก็ต้องขายแบบขาดทุนร่วม 15 ล้านปอนด์ให้ “เปแอสเช” ปารีส แซงต์ แชร์กแมง
 
                     ฤดูกาลนี้การได้ตัว มัตเตโอ ดาร์เมียน, มอร์แกน ชไนเดอร์ลิน, บาสเตียน ชไวน์สไตเกอร์ และเมมฟิส เดปาย พอจะเป็นไปได้แล้วว่าเป็นการซื้อนักเตะที่ประสบความสำเร็จ เพียงแต่ปัญหาความสมดุลในทีมยังไม่สิ้นสุด และช่วงตลาดซื้อขายนักเตะที่เหลือยังต้องพยายามหากองหน้าเข้ามาแก้ปัญหาให้ได้
 
                     การชวด เปโดร ทางเลือกตอนนี้คงเหลือไม่มาก และหากผิดตลาดแล้วยังไม่ได้กองหน้าคนใหม่ ตำแหน่งหัวเรือใหญ่ในการซื้อขายนักเตะที่โอลด์ แทรฟฟอร์ด อาจจะมีการเปลี่ยนแปลง