
ผบ.ตร.ชี้บึ้มราชประสงค์ไม่ใช่ก่อการร้าย
21 ส.ค. 2558
ผบ.ตร. มั่นใจเหตุระเบิดราชประสงค์ไม่ใช่ก่อการร้าย เชื่อหวังดิสเครดิตรัฐบาล แต่ยังไม่ตัดประเด็นใดทิ้ง ระบุมีผู้หวังดีเพิ่มรางวัลนำจับมือวางระเบิดเป็น 3 ล้านบาท
21 ส.ค.58 ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 21 ส.ค.58 พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) เปิดเผยถึงความคืบหน้าการสืบสวนสอบสวนการวางระเบิดที่ถนนแยกราชประสงค์ ว่า ในขณะนี้ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจลงดูแลพื้นที่ โดยเฉพาะพื้นที่ที่มีนักท่องเที่ยวอยู่จำนวนมากเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ส่วนในเรื่องของการตรวจสอบกล้องวงจรปิดนั้น ต้องใช้โปรแกรมหรือเทคโนโลยีต่างๆที่ได้รับการช่วยเหลือจากต่างประเทศเข้ามาพิสูจน์ เพื่อให้ภาพมีความคมชัดมากยิ่งขึ้น แต่ยืนยันว่าความช่วยเหลือจากต่างประเทศที่ได้รับนั้น ไม่ได้เป็นการแทรกแซงการสืบสวนสอบสวนแต่อย่างใด ส่วนประเด็นของการก่อเหตุนั้น ยังไม่สามารถตัดประเด็นใดทิ้งได้ รวมถึงประเด็นการก่อการร้ายที่ในขณะนี้ยังไม่มีหลักฐานที่ชัดเจน รวมถึงเหตุการณ์การวางระเบิดที่แยกราชประสงค์จะมีการเชื่อมโยงกับการวางระเบิดที่ท่าเรือข้ามฟากสาทรหรือไม่นั้น ก็ยังไม่มีข้อบ่งชัดที่จะเชื่อมโยงกัน
สำหรับที่สำนักข่าว BBC หรือต่างประเทศมองว่าการเก็บหลักฐานของเจ้าหน้าที่ EOD ของไทยที่แยกราชประสงค์เร็วเกินไปนั้น พล.ต.อ.สมยศ ยืนยันว่า เจ้าหน้าที่ EOD เก็บหลักฐานตามหลักวิชาการอย่างครบถ้วนแล้ว และทางเจ้าหน้าที่ก็ได้ดำเนินการตามระยะเวลาที่กำหนด ตั้งแต่ภายหลังในวันที่เกิดเหตุเป็นต้นมา อย่างไรก็ตาม สำหรับรางวัลนำจับผู้ต้องหาตามภาพสเก็ตช์นั้น ในส่วนของสำนักงานตำรวจแห่งชาติในขณะนี้เพิ่มขึ้นเป็น 3 ล้านบาทแล้ว
พล.ต.อ.สมยศ กล่าวต่อว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจมีข้อมูลพอสมควร แต่ไม่สามารถเปิดเผยได้ ต้องเก็บเป็นความลับ ทั้งพยานหลักฐานและพยานบุคคล ซึ่งจากหลักฐานที่ได้มา เชื่อว่าไม่ใช่การก่อการร้าย
ส่วนกรณีผู้ต้องสงสัย 10 คน ที่ได้พูดไป ไม่ได้หมายความว่ามี 10 คน แค่บอกว่ากลุ่มผู้ก่อเหตุมีการทำเป็นขบวนการ ซึ่งอาจจะมีถึง 10 คน โดยเป็นการคาดการณ์ทางทฤษฎีเท่านั้น ขณะนี้ยังไม่มีตัดประเด็นใดทิ้ง ต้องให้มีพยานหลักฐานที่ชัดเจนก่อน จึงจะตัดประเด็นออกได้ ตอนนี้หลักฐานที่มีอยู่ยังไม่มีความเชื่อมโยงกัน
ผบ.ตร.กล่าวอีกว่า หลังจากประชุมกับหน่วยงานความมั่นคง ขอยืนยันว่าไม่ใช่การก่อการร้ายแน่นอน เป็นเพียงการกระทำของบุคคลที่ต้องการดิสเครดิตรัฐบาล และไม่ขอตอบว่าคนร้ายมีกี่คน ทั้งนี้ขอสั่งห้ามเจ้าหน้าที่ตำรวจทุกนายให้ข้อมูลการสืบสวนใดๆแก่สื่อมวลชนหรือใครทั้งสิ้น
“ด้านการสืบสวนมีเจ้าหน้าที่จากจีนเข้ามาช่วยลงพื้นที่หาหลักฐาน และคอยกำกับดูแลขั้นตอนการทำงานด้วย แต่ไม่ใช่เข้ามาแทรกแซงการทำงานของเจ้าหน้าที่ของไทย” ผบ.ตร.กล่าว
ส่วนกรณีที่มีข่าวว่า สำนักข่าวต่างประเทศแห่งหนึ่งได้นำหลักฐานในที่เกิดเหตุมามอบให้ พร้อมเสนอข่าวว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจไทยทำงานบกพร่องนั้น พล.ต.อ.สมยศ กล่าวว่า เบื้องต้นได้ให้เจ้าหน้าที่กลุ่มงานเก็บกู้วัตถุระเบิด(อีโอดี) นำไปตรวจสอบแล้ว ซึ่งตนเห็นว่า สำนักข่าวต่างประเทศนั้นอาจจะเกิดความเข้าใจผิดถึงตัวหลักฐานที่เก็บได้ อยากถามว่าเขามีความรู้ด้านหลักฐานด้วยหรือไม่
‘ผบ.ตร.’ ระบุมีผู้หวังดีเพิ่มรางวัลนำจับมือวางระเบิดเป็น 3 ล้านบาท
เมื่อเวลา 10.00 น. 21 ส.ค.58 พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง (ผบ.ตร.) เปิดเผยว่า สำหรับการสืบสวนติดตามจับกุมตัวคนร้ายเจ้าหน้าที่จะใช้อุปกรณ์ที่เป็นเทคโนโลยีที่ทันสมัย เพื่อทำให้ภาพคนร้ายชัดเจนมากขึ้นกว่านี้ เป็นเทคโนโลยีที่ประเทศไทยยังไม่มี แต่ด้วยความร่วมมือของมิตรประเทศ และมีบริษัทเอกชนเห็นว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ต้องร่วมมือร่วมใจกัน จึงมีการสนับสนุนและช่วยเหลือกันเต็มที่
พล.ต.อ.สมยศ ยังกล่าวอีกว่า มีผู้หวังดี เป็นผู้ที่มีความรักประเทศชาติ มีความหวงแหน ต้องการให้ประเทศชาติมีความสงบสุข และมีความต้องการให้ตำรวจจับคนร้ายที่ก่อเหตุวางระเบิดแยกราชประสงค์ให้ได้ ก็ได้โทรศัพท์มาหาตน แล้วบอกว่าพร้อมที่จะมอบเงินรางวัลอีก 1 ล้านบาท จึงทำให้ในส่วนของสำนักงานตำรวจแห่งชาติตอนนี้ มีเงินรางวัลนำจับเป็น 3 ล้านบาท ถ้าหากใครแจ้งเบาะแสจนกระทั่งเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถติดตามจับกุมคนร้ายมาดำเนินคดีได้



