ข่าว

แผนที่ "จีไอเอส"เส้นเลือดประเทศไทย

แผนที่ "จีไอเอส"เส้นเลือดประเทศไทย

21 ก.ค. 2552

15 ปีที่รอคอย...ในที่สุดแผนที่จีไอเอส (GIS) กำลังจะกลายเป็นสมบัติของชุมชนเทศบาลทั่วประเทศไทย ต่อไปนี้การถกเถียงเรื่องที่ดินทำกินหรืออาณาเขตป่าสงวน รวมทั้งปัญหาซ้อนทับกรรมสิทธิ์ที่ดินจะลดน้อยลง เพราะมีหลักฐานเป็นแผนที่ชัดเจน กดดูจากคอมพิวเตอร์ได้ตลอดเวลา

 สำหรับผู้ที่สงสัยว่าจีพีอาร์เอส (GPRS) จีพีเอส (GPS) และจีไอเอส (GIS) แตกต่างกันอย่างไร !?!

 "จีพีอาร์เอส" (GPRS) ย่อมาจาก General Packet Radio Service เป็นระบบสื่อสารสำหรับโทรศัพท์มือถือ ใช้เพื่อบริการส่งข้อมูลและเชื่อมต่อโทรศัพท์มือถือกับเครือข่ายอินเทอร์เน็ต

 "จีพีเอส" (GPS) ย่อมาจาก Global Positioning System เป็นการระบุตำแหน่งบนพื้นโลกโดยดาวเทียม ต้องอาศัยเครื่องรับสัญญาณจากดาวเทียมหรือเครื่องจีพีเอสด้วยเครื่องมือเล็กๆ ลักษณะคล้ายวิทยุสื่อสาร ที่มีหน้าจอแสดงตำแหน่งการเดินทาง หรือโทรศัพท์มือถือที่มีโปรแกรมแผนที่บอกเส้นทางเดินรถ ก็คือการใช้ระบบจีพีเอสนั่นเอง

 ส่วน "จีไอเอส" (GIS) หมายถึงระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์ (Geographic Information System) เป็นกระบวนการทำงานเกี่ยวกับข้อมูลเชิงพื้นที่ ซึ่งสัมพันธ์กันหลายส่วน เช่น เส้นรุ้ง เส้นแวง ถนน ป่าเขา แม่น้ำ ตึกรามบ้านช่อง ฯลฯ แผนที่จีไอเอสคือการเชื่อมโยงทั้งภาพถ่าย (graphic) แผนที่ (map) และฐานข้อมูล (Database) ไว้ในแผ่นเดียวกัน 

 "ไพโรจน์ รุ่งจินตนาการ" ผู้อำนวยการสำนักวิศวกรรมการผังเมือง ให้ข้อมูลว่า "โครงการจัดทำแผนที่จีไอเอส มาตราส่วน 1 : 4,000" ถือเป็นครั้งแรกของประเทศไทย ที่จะมีแผนที่ละเอียดขนาดนี้ พร้อมด้วยชุดข้อมูลซ้อนทับกันถึง 25 ชั้น เช่น ถนน แหล่งน้ำ อาคารสิ่งปลูกสร้าง ระบบสาธารณูปโภค แนวเขตที่ดินของรัฐ เขตปกครอง ฯลฯ ปัจจุบันจัดทำเสร็จแล้วในเขตพื้นที่ชุมชนเทศบาล 1,044 แห่ง รวมพื้นที่ 76,768 ตารางกิโลเมตร ถือเป็นโครงการใหญ่ที่เริ่มทำมาตั้งแต่ปีงบประมาณ 2537 ดำเนินการต่อเนื่องเรื่อยมา จนเสร็จครบทุกเทศบาล สาเหตุที่ต้องใช้เวลาทำนานถึง 15 ปี ก็เพราะค่าใช้จ่ายในการทำแผนที่จีไอเอสตก 1 หมื่นบาทต่อตารางกิโลเมตร รวมงบประมาณที่จ่ายไปแล้ว 700-800 ล้านบาท

 จุดประสงค์ที่ทุ่มเทงบประมาณทำแผนที่ชุดนี้ขึ้นมา ก็เพื่อรองรับภารกิจการถ่ายโอนอำนาจสู่ท้องถิ่น เนื่องจากข้อมูลกายภาพของผังเมืองรวมและผังเทศบาลตำบลทั่วประเทศ จะช่วยให้ส่วนท้องถิ่นเห็นแนวเขตการปกครองที่ชัดเจน ทั้งระดับหมู่บ้าน ตำบล อำเภอ จังหวัด ที่สำคัญคือเจ้าหน้าที่ระดับท้องถิ่นและชุมชน จะต้องเข้ามามีส่วนร่วมทำแผนที่จีไอเอสนี้ ด้วยการใส่ข้อมูลรายละเอียดล่าสุดลงไป เพื่อให้แผนที่อัพเดทหรือมีข้อมูลทันสมัยอยู่ตลอดเวลา

 "แผนที่จีไอเอสมีประโยชน์มากในการใช้วิเคราะห์พื้นที่และจัดทำผังเมือง ติดตามประเมินผลการพัฒนาพื้นที่ การวางแผนบริการสาธารณูปโภค สาธารณูปการ การสร้างแบบจำลองเมือง 3 มิติ ตลอดจนการสืบค้นข้อมูลต่างๆ เช่น อยากรู้ว่าพื้นที่นี้มีโรงพยาบาลกี่แห่ง เมื่อค้นหาคำว่าโรงพยาบาลเข้าไปในเขตเทศบาลที่เลือก จะมีรายชื่อโรงพยาบาล ตั้งอยู่บนถนนชื่ออะไร เลขที่เท่าไร มีอาคารกี่ชั้น ความสูงเท่าไร ถ้าเจ้าหน้าที่สาธารณสุขในพื้นที่นั้นใส่ข้อมูลตามที่แนะนำไว้ ก็มีข้อมูลอัพเดทว่ามีแพทย์กี่คน มีพยาบาลกี่คน มีเตียงสามารถรองรับผู้ป่วยได้เท่าไร เป็นต้น สรุปง่ายๆ คือเราเตรียมแผนที่ซึ่งมีข้อมูลพื้นฐานสำคัญไว้หมดแล้ว เหลือแต่ช่องกรอกรายละเอียด เมื่อองค์กรปกครองท้องถิ่นใส่ข้อมูลรายละเอียดของแต่ละพื้นที่เข้าไป ก็จะกลายเป็นแผนที่จีไอเอสผังเมืองรวมที่สมบูรณ์แบบ หน่วยงานรัฐ บริษัทเอกชน หรือประชาชนทั่วไปสามารถขอใช้บริการโดยดำเนินการตามระเบียบของกรมโยธาธิการและผังเมือง เพื่อทำประโยชน์ด้านต่างๆ ได้" ไพโรจน์อธิบาย

 ด้าน "อรวรรณ พวงมาลัยทอง" นักวิชาการแผนที่ภาพถ่าย สำนักวิศวกรรมการผังเมือง อธิบายขั้นตอนการทำแผนที่จีไอเอสว่า เริ่มจากการนำแผนที่ภาพถ่ายทางอากาศสีมาตราส่วน 1 : 25,000 ของกรมพัฒนาที่ดิน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ซึ่งถ่ายเก็บไว้ทั่วประเทศมาผ่านขบวนการโฟโตแกรมเมทรี (Photogrammetry) หรือการสํารวจรังวัดด?วยภาพถ?าย เพื่อให้ได้ข้อมูลที่แท้จริง โดยทำทั้งรูปแบบ 2 มิติ และ 3 มิติ ทำให้เห็นภาพที่ชัดเจนขึ้น จากนั้นก็ลงพื้นที่สำรวจรังวัดจริงว่า ในเขตเทศบาลนั้นโรงพยาบาลหรือศูนย์การค้า ตั้งอยู่ในพิกัดที่ถูกต้องตามแผนที่หรือไม่ หันหน้าไปทางทิศใด

 สำหรับขั้นตอนทั้งหมดได้จัดจ้างบริษัทเอกชนผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน ทั้งในและต่างประเทศมาช่วยกันสำรวจในแต่ละส่วน เนื่องจากเจ้าหน้าที่กรมโยธาธิการไม่เพียงพอสำหรับลงพื้นที่เทศบาลทั่วประเทศ เมื่อบริษัทเอกชนทำแผนที่เบื้องต้นเสร็จสิ้น ก็จะส่งมาตรวจสอบก่อนจะแปลงผลเป็นแผนที่จีไอเอสที่สมบูรณ์

 ณ ห้องทำงานบนตึกสูงกว่า 10 ชั้น ของกรมโยธาธิการ ถนนพระราม 9 ผู้เชี่ยวชาญแผนที่จีไอเอสกว่า 10 คน นั่งอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์ตลอดวัน เพื่อตรวจสอบข้อมูลในแผนที่อย่างละเอียดว่า ตรงกับข้อมูลรังวัดในพื้นที่จริงหรือไม่ เพราะมาตราส่วน 1 : 4,000 หมายถึงความผิดพลาดที่ต้องมีน้อยที่สุด หากมีใครนำแผนที่ชุดนี้ไปยืนอยู่หน้าสถานที่จริง เมื่อวัดจากแนวราบแล้วจะมีความผิดพลาดได้ไม่เกิน 1 เมตร ส่วนแนวดิ่งหรือด้านความสูงจะผิดพลาดไม่เกิน 2 เมตร 

 "แผนที่จีไอเอสชุดนี้จะได้ประโยชน์สูงสุด ต่อเมื่อองค์กรท้องถิ่นขยันใส่ข้อมูลอย่างละเอียดลงไป เช่น บ้าน 1 หลังที่ปรากฏในแผนที่ หากฝ่ายทะเบียนราษฎร์เพิ่มข้อมูลว่า เจ้าของบ้านชื่ออะไร มีสมาชิกครอบครัวอาศัยอยู่กี่คน อายุเท่าไรบ้าง ฯลฯ ข้อมูลเหล่านี้จะไปเชื่อมโยงกับข้อมูลชุดอื่นๆ จนกลายเป็นแผนที่ระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์ของชุมชน สามารถใช้วางแผนการใช้ที่ดิน พัฒนาชุมชน หรือวางผังเมืองในอนาคตได้อย่างมีประสิทธิภาพ" อรวรรณ กล่าว 

 แม้ว่าภารกิจการจัดทำแผนที่จีไอเอสชุมชนเทศบาล 1,044 แห่งทั่วประเทศจะเสร็จสิ้น และเตรียมส่งมอบแก่องค์กรท้องถิ่น แต่กรมโยธาธิการต้องเผชิญกับความท้าทายของโครงการต่อไป คือ "พื้นที่นอกชุมชนเทศบาล" หรือพื้นที่ทั่วทั้ง 75 จังหวัด (ยกเว้นกรุงเทพฯ) มีเป้าหมายให้เสร็จสิ้นก่อนปี 2556 หรือในอีก 4 ปีข้างหน้า เพื่อให้ประเทศไทยสามารถเชื่อมต่อข้อมูลทั่วทุกจังหวัดได้ด้วยแผนที่จีไอเอสมารตฐานเดียวกัน