
ใครบริหารองค์กรมุสลิมไทย?
ใครบริหารองค์กรมุสลิมไทย? : โลกมุสลิมโดยศราวุฒิ อารีย์
มีคนถามมามากว่า กิจการศาสนาอิสลามในบ้านเรามีกลไกอย่างไร ใครเป็นผู้บริหารกิจการศาสนา และที่สำคัญคนเหล่านั้นได้ตำแหน่งมาอย่างไร ? ขอเริ่มอธิบายอย่างนี้ครับ องค์กรที่มีอำนาจหน้าที่ (ตาม พ.ร.บ.การบริหารองค์กรศาสนาอิสลาม พ.ศ.2540) อันเกี่ยวข้องกับกิจการศาสนาอิสลามมี 3 องค์กรหลัก ๆ คือคณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทย คณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัด และคณะกรรมการอิสลามประจำมัสยิด
วันนี้บ้านเรามีมัสยิดที่จดทะเบียนแล้ว 3,722 มัสยิด กระจายอยู่ในจังหวัดต่าง ๆ 68 จังหวัด โดยเฉพาะในภาคใต้ 14 จังหวัดที่มีมัสยิดรวมกันมากถึง 3,158 มัสยิด ซึ่งมากกว่าบางประเทศมุสลิมด้วยซ้ำไป ส่วนภาคกลางมี 491 มัสยิด ภาคเหนือมี 46 มัสยิด และภาคตะวันออกเฉียงเหนือมี 27 มัสยิด
จังหวัดที่มีมัสยิดมากที่สุดตามลำดับคือ ปัตตานี (675 มัสยิด) นราธิวาส (633 มัสยิด) ยะลา (470 มัสยิด) สงขลา (378 มัสยิด) ส่วนกรุงเทพฯ มีอยู่ 177 มัสยิด แต่ละมัสยิดก็มีสมาชิกที่จดทะเบียนอย่างเป็นทางการ เรียกว่า ‘สัปบุรุษ’ ส่วนใหญ่ของสมาชิกก็คือชาวบ้านในชุมชน
ในมัสยิดแต่ละแห่งมีผู้ทำหน้าที่เป็นอิหม่าม คอเต็บ และบิหลั่น
อิหม่ามคือ ผู้นำที่ทำหน้าที่เป็นผู้ปกครองและดูแลชุมชน ขณะเดียวกันก็นำละหมาด 5 เวลาที่มัสยิด ตำแหน่งอิหม่ามได้มาจากการเลือกตั้งโดยสมาชิกของแต่ละมัสยิด ส่วนคอเต็บคือ ผู้ที่ทำหน้าที่รองอิหม่ามและอบรมสมาชิก โดยเฉพาะการเทศนาธรรมประจำสัปดาห์ในวันศุกร์ (คุตบะฮ์) ขณะที่บิหลั่นคือผู้ที่ทำหน้าที่ประกาศเชิญชวนสมาชิกชุมชนให้มาละหมาดร่วมกันที่มัสยิด (อะซาน)
พ.ร.บ.การบริหารองค์กรศาสนาอิสลาม พ.ศ.2540 กำหนดให้ทุกมัสยิดในประเทศไทยมีกรรมการมัสยิดได้ 6-12 คน มีวาระการดำรงตำแหน่งคราวละ 4 ปี เมื่อรวมกับตำแหน่งที่ว่ามาข้างต้นคือ อิหม่าม คอเต็บ และบิหลั่น ก็จะมีผู้ทำหน้าที่บริหารมัสยิดจำนวน 9-15 คน โดยทุกตำแหน่งมาจากการเลือกตั้งจากสมาชิกของมัสยิด
จังหวัดไหนที่มีมัสยิด 3 แห่งขึ้นไปก็จะสามารถเลือกตั้งคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดได้ คณะกรรมการชุดนี้มีวาระ 6 ปี ปัจจุบันจังหวัดที่มีคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดมีอยู่ 39 จังหวัด โดยในจังหวัดที่มีมัสยิด 3-5 แห่งจะมีคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดได้ 9-15 คน จังหวัดที่มีมัสยิด 51-99 แห่งจะมีกรรมการอิสลามประจำจังหวัดได้ไม่เกิน 21 คน และจังหวัดใดที่มีมัสยิดมากกว่า 100 แห่งก็จะมีกรรมการอิสลามประจำจังหวัดได้ 30 คน
ผู้ที่มีสิทธิ์เลือกกรรมการอิสลามประจำจังหวัดคืออิหม่ามของมัสยิดในจังหวัดนั้น ๆ เมื่อได้รายชื่อคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดแล้ว จึงจะเลือกประธานของกรรมการอิสลามประจำจังหวัดขึ้นมา 1 คน และเลือกผู้แทนจังหวัดไปเป็นกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทยอีกจังหวัดละ 1 คน
ดังนั้น กรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทยส่วนหนึ่งจึงได้มาจากกรรมการกลางอิสลามประจำจังหวัด 39 คน แต่อีกส่วนหนึ่งก็มาจากการสรรหาของจุฬาราชมนตรีอีก 13 คนหรือ 1 ใน 3 ของสมาชิกกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทย โดยที่จุฬาราชมนตรีเองดำรงตำแหน่งเป็นประธานคณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทย ซึ่งขณะนี้มีคณะกรรมการกลางอิสลามรวมกันทั้งหมด 53 คน
ตำแหน่งจุฬาราชมนตรี ซึ่งถือเป็นผู้นำสูงสุดของสังคมมุสลิมไทยนั้น ได้มาจากการเลือกตั้งของคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดทั้ง 39 จังหวัด ซึ่งกรรมการอิสลามประจำจังหวัดมีสมาชิกรวมกันทั้งหมดประมาณ 700 กว่าคน จุฬาราชมนตรีเป็นตำแหน่งถาวร ไม่ได้มีการกำหนดวาระ
แต่ที่น่าสนใจภายใต้โครงสร้างนี้คือ จุฬาราชมนตรีดำรงตำแหน่งเป็นทั้งผู้นำศาสนาและผู้นำการบริหารองค์กรของมุสลิมในประเทศไทย ด้วยเหตุนี้จึงถือเป็นตำแหน่งที่สำคัญและท้าทายยิ่งต่อการพัฒนาสังคมมุสลิมให้มีความก้าวหน้าทัดเทียมกับสังคมส่วนอื่น ๆ ของประเทศ



