ข่าว

‘จัดระเบียบประมงไทย’นายกสมาคมประมงพื้นบ้านแนะรัฐดูมาเลย์แบบ

‘จัดระเบียบประมงไทย’นายกสมาคมประมงพื้นบ้านแนะรัฐดูมาเลย์แบบ

21 ส.ค. 2558

จัดระเบียบประมงไทยนายกสมาคมประมงพื้นบ้านแนะรัฐดูมาเลย์ต้นแบบ : สมชาย สามารถรายงาน

            หลังจากนายกรัฐมนตรี “พล.อ.ประยุทธ จันทร์โอชา” ออกคำสั่งโดยใช้ ม.44 ห้ามผู้ทำการประมงครอบครองและใช้ “เครื่องมือประมง 6 ชนิด” โดยผลพวงจากคำสั่งดังกล่าวทำให้กลุ่มชาวประมงพาณิชย์เกิดการเคลื่อนไหวเพื่อให้ทบทวนคำสั่งดังกล่าว เนื่องจากได้รับผลกระทบในการประกอบกิจการเรือประมง

            เกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวทีมข่าว “คม ชัด ลึก” ได้ให้สัมภาษณ์พิเศษ “สะมะแอ เจะมูดอ” นายกสมาคมสมาพันธ์ชาวประมงพื้นบ้านแห่งประเทศไทยว่า จะมีมุมมองอย่างไร

            “สะมะแอ เจะมูดอ” บอกว่า ผลกระทบโดยตรงสำหรับเรือประมงพื้นบ้านไม่ค่อยมีเท่าใด แต่ได้รับผลกระทบทางอ้อมมากกว่า คือ กลุ่มประมงที่ผิดกฎหมายยังมีเรือที่มีเครื่องมือประมงทำลายล้าง เช่น อวนลาก

            “คุณยังไม่ได้หยุด เรือปั่นไฟก็ไม่ได้หยุด จะหยุดก็แค่อย่างเดียวคือ เรืออวนล้อมปั่นไฟจับปลากะตักเท่านั้นเอง ส่วนเรืออวนช้อน เรืออวนยก ที่ปั่นไฟเช่นเดียวกันยังมีอยู่ นี่คือผลกระทบางอ้อมที่เกิดขึ้นกับเรือประมงพื้บ้าน”

            ทั้งนี้สิ่งที่เกิดขึ้น “สะมะแอ เจะมูดอ” มองว่า เป็นการทำให้เสียโอกาสในการที่จะจับปลาตัวใหญ่ของเรือประมงพื้นบ้าน เพราะปลาตัวเล็กถูกจับ ถูกทำลาย ด้วยเครื่องมือประมงทำลายล้างที่ยังมีอยู่ เช่น อวนรุนที่หยุดก็เป็นการหยุดของเรืออวนรุน ส่วนเรืออวนรุนเคยยังมีการทำอยู่ สรุปคือผลกระทบที่เกิดขึ้นกับประมงพื้นบ้านคือเกิดจากเรือประมงประเภทอื่น และเครื่องมือประมงประเภทอื่น

            ส่วนคำสั่งตาม ม.44 ของนายกรัฐมนตรี ก็อย่างที่บอกว่า เครื่องมืออวนล้อมปั่นไฟจับปลากะตักเป็นเครื่องมือผิดกฎหมายมาตั้งแต่เดิม ไม่จำเป็นต้องออกกฎหมายใหม่ เพราะที่ผ่านมากฎหมายอนุญาตให้เฉพาะอวนครอบ อวนช้อน อวนยกเท่านั้นเอง อวนล้อมไม่ได้เด็ดขาดนั่นคือข้อที่ 1

            ข้อที่ 2 คือเครื่องมือย่างเช่น “ลอบคอนโด” หรือไอ้โง่ ก็เป็นเครื่องมือประมงที่กฎหมายไม่อนุญาต ทางกรมประมงไม่เคยอนุญาต เป็นเครื่องมือนอกพิกัด ซึ่งหากจะให้ถูก ต้องบอกว่า ห้ามใช้ แต่ไม่จำเป็นต้องออกกฎหมายยกเลิก เพราะถ้าบอกว่ายกเลิก หมายความว่าเครื่องมือเหล่านี้อนุญาติให้ใช้มาก่อนแล้ว ซึ่งความจริงไม่มี

            ข้อที่ 3 ยกเลิกเครื่องมืออวนรุนที่ประกอบเครื่องยนต์ ยกเว้นเรือรุนเคย ตรงนี้บอกว่า เรือรุนเคยมันจะออกไปรุนข้างนอกชายฝั่งไม่ได้เด็ดขาด เพราะว่า เรือประมงประเภทนี้เป็นเรือประมงขนาดเล็ก ซึ่งเรือประมงรุนเคยมเป็นปัญหากับรุนเคยที่ขาวบ้านรุนด้วยเท้าเปล่าที่อาศัยอยู่ชายฝั่งทะเล ซึ่งปัจจุบันเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นในชุมชน เนื่องจากมีเรือประมงขนาดเล็กบางส่วนนำเรือทำเป็นเรืออวนรุนเคย โดยใช้เครื่องรุนที่มีขนาดใหญ่ขึ้น ทำให้ปลาเล็กปลาน้อยติดไปด้วย ซึ่งกระทบกับรุนเคยด้วยเท้าของชาวบ้าน และเรือประมงพื้นบ้านที่จับปลาโดยเครื่องประมง เฉพาะประเภทในแต่ละฤดูเท่านั้น ซึ่งมันสวนทางกับความเป็นจริง

            ข้อที่ 3 คือการขยายตาอวน ความจริงในทางปฏิบัติการขยายตาอวน เวลาลากไปตาอวนก็ไม่อยู่ในสภาพที่เห็น เพราะเมื่อลากอวน ทำให้ตาอวนเล็กลง ในขณะเดียวกันเวลาปลาติดตาอวน มันก็ติดตาอวน ทำให้ตาอวนเล็กลง ซึ่งมันไม่มีผลอะไรกับการขยายตาอวน
 
            “ในส่วนของพี่น้องประมงพื้นบ้านได้พูดคุยหารือกันล่าสุดว่า คงต้องรอดูท่าที่ก่อน หลังจากนั้นก็จะประชุมหารือ เพื่อหาข้อสรุปที่เป็นมติของว่า จะเอาอย่างไรกันต่อไป อย่างล่าสุดที่จ.ปัตตานีมีกลุ่มประมงกลุ่มหนึ่งที่ออกมาเคลื่อนไหว โดยใช้คำว่ากลุ่มประมงพื้นบ้าน ซึ่งความจริงไม่ใช่ประมงพื้นบ้าน เนื่องจากประมงพื้นบ้านจริงๆ จะไม่ใช้เครื่องมืออวนรุน และไม่ใช้ “ลอบคอนโด” หรือไอ้โง่ ซึ่งคนเหล่านี้อ้างตัวว่า เป็นประมงพื้นบ้าน พร้อมอ้างว่าหากรัฐไม่ดำเนินการทบทวนก็จะถวายฎีกา ผมถือว่ามันไม่เป็นมเหมาะสม เพราะคุณทำประมงด้วยเครื่องมือที่ผิดกฎหมายมาตลอด พอรัฐบาลเอาจริงเอาจังคุณจะต้องวิ่งเต้นจนถึงขนาดถวายฎีกา"

            “สะมะแอ เจะมูดอ” บอกต่อว่า กลุ่มประมงกลุ่มนี้เป็นกลุ่มประมงขนาดเล็กที่ทำเครื่องมืออวนรุน และ “ลอบคอนโด” หรือไอ้โง่ ที่อยู่รอบๆ อ่าวปัตตานี ซึ่งที่ผ่านมาเมื่อเจ้าหน้าที่ประมงจังหวัดปัตตานีหรือชุดเฉพาะกิจออกไปจับกุม กลุ่มเรือประมงเหล่านี้จะใช้วิธีกา รคือ กฎหมู่อยู่เหนือกฎหมายมาโดยตลอด ด้วย ไปล้อม และข่มขู่เจ้าหน้าที่ ซึ่งเรือประมงขนาดเล็กเหล่านี้จะทำให้เป็นเรือประมงที่ถูกต้องตามกฎหมายไม่ได้ เพราะว่า อวนรุนชนิดนี้ในจังหวัดปัตตานีมีกฎหมายห้ามใช้มาตั้งแต่ปี 2541 ทำให้เรืออวนรุนขนาดใหญ่หายไป แต่มีเรืออวนรุนขนาดเล็กที่อ้างว่าเป็นเรือประมงพื้นบ้านเกิดขึ้น และเป็นปัญหาอยู่ในขณะนี้

            ส่วนประเภทของเรือประมง ซึ่งเป็นกฎหมายใหม่ที่กรมประมงไปร่างมา ใช้คำว่า เขตทำประมงมีอยู่ด้วยกัน 3 เขต ประกอบด้วย 1.เขตประมงชายฝั่ง 2.ประมงนอกชายฝั่ง และ 3.ประมงน้ำจืด ซึ่งคำนิยามของเรือประมง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในส่วนของเรือประมงพื้นบ้านมันยากมาก เพราะคำว่าประมงพื้นบ้าน ประกอบด้วย 1.ขนาดเรือ 2.แรงงานบนเรือ จะใช้แรงงานภายในครอบครัว เช่น ลูกหยุดเรียนไปช่วยพ่อหาปลา และ3.เครื่องประมงสำหรับประมงพื้นบ้าน จะเป็นเครื่องมือสำหรับการจับสัตว์น้ำเฉพาะอย่างเท่านั้น

            ฉะนั้นคำว่าเครื่องมือจับสัตว์น้ำเฉพาะอย่าง สำหรับประมงพื้นบ้านมันชัดเจน ดังนั้นหากจะมาอ้างว่าเป็นประมงพื้นบ้าน โดยใช้ความเป็นเรือประมงขนาดเล็กแต่กับใช้อวนรุน ถืดว่า ไม่เข้าข่ายการเป็นประมงพื้นบ้าน เพราะนิยามของคำว่าประมงพื้นบ้านเระบุชัดว่า ต้องใช้เครื่องประมงสำหรับจับสัตว์น้ำเฉพาะอย่างท่านั้น
 
            “เรือประมงขนาดเล็กหากมีการใช้เครื่องมือประมงอย่างอื่นเช่น อวนรุน อวนลาก ไม่ถือว่าเป็นประมงพื้นบ้าน เพราะอวนรุนสำหรับเรือประมงขนาดเล็กในปัจจุบันเป็นพัฒนาการมาจากรุนเคยที่รุนด้วยมือรุนด้วยเท้า ที่เปลี่ยนมาใช้มารุนกับเรือ เปลี่ยนจากประมงพื้นบ้านไปเป็นเครื่องมือที่ใช้เครื่องทุ่นแรงใช้เครื่องยนต์มันก็ไม่ใช่ประมงพื้นบ้านแล้ว”

            อย่างไรก็ตามหลังจากที่มีกฎหมายใหม่ทำให้พี่น้องประมงพื้นบ้านมีความกังวลในเรื่องภาระที่เพิ่มขึ้นจากการขออาญาบัตรเครื่องมือทำประมง เพราะประมงพื้นบ้านจะต้องทำการขออาญาบัตรเครื่องมือประมงเฉพาะอย่าง ซึ่งเรือประมงพื้นบ้าน 1 ลำมีเครื่องมือประมงจับสัตว์น้ำเฉพาะอย่างขั้นต่ำประมาณ 2-3 ประเภทต่อลำ หรือขึ้นอยู่กับความถนัดของแต่ละคนว่าถนัดเครื่องมือชนิดไหน เนื่องจากเครื่องมือประมงแต่ละประเภทจะใช้ตามฤดูกาล บางช่วง 1 เดือน บางช่วย 2 เดือน บางช่วง 3 เดือน ขึ้นอยู่กับสัตว์น้ำที่เข้ามาในแต่ละช่วง ซึ่งที่ผ่านมาทางกรมประมงใช้วิธีการเหมาจ่าย ไม่ว่าจะใช้เครื่องมือกี่ประเภทค่าอาญาบัตรประมาณ 200-300 บาทต่อปี
 
            “ตรงนี้เป็นความกังวลของประมงพื้นบ้านอย่างมาก เพราะการที่มีเครื่องมือประมงเฉพาะอย่างในการจับสัตว์น้ำหมายถึงการขออาญาบัตรที่ต้องขอแต่ละประแภท ค่าใช้จ่ายก็สูง ในขณะที่การทำประมงพื้นบ้าน ไม่ได้มีรายได้มากมายอะไร เมื่อหักค่าใช้จ่ายต่างๆแล้ว แค่เลี้ยงครอบครัว”

            นอกจากนี้ยังรวมถึงกฎหมายแรงงาน เพราะการทำประมงพื้นบ้านเป็นการทำประมงในครอบครัว พ่อ แม่ ลูก ซึ่งบางครั้งลูกหยุดโรงเรียนก็ออกไปหาปลากับพ่อ ในขณะที่ลูกอายุยังน้อย แต่ด้วยประสบการณ์และวิถีชีวืตลูกของชาวประมงพื้นบ้านแม้ว่าอายุยังน้อยก็สามารถช่วยออกหากปลากับพ่อได้ แต่กฎหมายแรงงานไม่อนุญาต เพราะถือว่าเป็นการใช้แรงงานเด็ก ซึ่งถือว่าไม่เข้าใจวิถีชีวิตของพี่น้องประมงพื้นบ้าน เพราะมันเป็นเรื่องที่อยู่ในสายเลือด

            “สะมะแอ เจะมูดอ” กล่าวต่อว่า การทำประมงพื้นบ้านในช่วงที่เรือประมงผิดกฎหมายไม่ออกทำการประมง ทำให้กลุ่มประมงพื้นบ้านสามารถจับสัตว์น้ำได้เพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นผลมาจากเรือประมงที่ผิดกฎหมาย และใช้เครื่องมือประมงทำลายล้างไม่สามารถออกหาปลาได้ ซึ่งเป็นการพิสูจน์ว่า ทะเลไทยถ้าหยุดเครื่องมือประมงลายล้าง หยุดเครื่องมือที่ไม่เหมาะสม ทรัพยากรสัตว์น้ำทจะฟื้นขึ้นมาทันที

            ส่วนอุปสรรคอีกอย่างของประมงพื้นบ้านคือ การขึ้นทะเบียนเรือของกรมประมง ที่ระบุว่า เรือประมงขึ้นทะเบียนจังหวัดไหนให้ทำประมงได้เฉพาะพื้นที่นั้น ซึ่งความเป็นจริงของการทำประมงพื้นบ้านที่ทำประมงชายฝั่งจะทำประมงในพื้นที่คาบเกี่ยวกันระหว่างจังหวัด เนื่องจากอยู่ติดกัน และบางคนเป็นเครือญาติกันเพียง แต่อาศัยอยู่ใกล้กันแต่ถูกแบ่งด้วยเขตจังหวัด

            “ด้วยเหตุผลนี้ที่ผ่านมาทำให้ประมงพื้นบ้านจำนวนหนึ่งไม่ไปขึ้นทะเบียน เพราหากขึ้นทะเบียนแล้วคุณไม่สามารถออกไปจังปลาในน่านจังหวัดอื่นได้ นอกจากจังหวัดที่คุณจดทะเบียน ซึ่งมันเป็นการจำกัดสิทธิ์ ในขณะที่ความเป็นจริงการทำประมงพื้นบ้านมันทะเลเชื่อมถึงกัน”

            นอกจากนี้กลุ่มประมงพื้นบ้านยังติดขัดในเรื่องข้อจำกัดออกเรือได้ไม่เกิน 3 ไมล์ทะเล ซึ่งมันต่างกับประเทศเพื่อนบ้าน (มาเลเซีย) ดังนั้นหากเราไปศึกษากฎระเบียบการทำประมงของประเทศมาเลเซียจะพบว่า เขาทำง่ายๆ แบ่งพื้นที่กันอย่างชัดเจน

            เกรดเอ เป็นเรือปรนะมงขนาดเล็ก ามารถออกไปทำประมงตรงไหนก็ได้ ไม่มีข้อจำกัด มีศักยภาพแค่ไหนทำไปเลย แต่เครื่องมือประมงนั้นจำกัดว่า ต้องเป็นเครื่องมือประมงพื้นบ้านเท่านั้น

            ส่วนเกรดบีะทำประมงเขตไหนก็ได้ แต่ย่าเข้ามาในพื้นเกรดเอ และสุเดท้ายคือเกรดซี คือระยะทางเกิน 10 ไมล์ทะเลจากชายฝั่งจะไปทำประมงที่ไหนก็ได้ แต่อย่าเข้ามาในเขตเกรดบี และเกรดเอ ถ้าเข้ามาถือว่าผิดกฎหมาย โดยเกรดเอ อยู่ห่างจากฝั่งทะเล 5 ไมล์ทะเล ส่วนเกรดบีอยู่ห่างจากฝ่ายฝั่ง 12 ไมล์ และหลังจาก 10 ไมล์ทะเลเป็นพื้นที่เกรดซี คือ เรือประมงพาณิชย์
 
            “เกรดบีของมาเลเซีย เป็นเรืออวนลากก็ได้ แต่เรืออวนลากของมาเลเซีย คนที่เป็นไต๋ก๋ง หรือลูกเรือประมงประเรือจะต้องเป็นคนมาเลเซียเท่านั้น ห้ามใช้แรงงานต่างด้าว ส่วนเกรดซีสามารถใช้แรงงานต่างด้าวบนเรือได้”

            สิ่งสำคัญที่สุดเหนืออื่นใดนอกเหนือจากการแบ่งพื้นที่การทำประมงที่ชัดเจนแล้ว การบังคับใช้กฎหมายของมาเลเซียยังบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด ทำให้ผู้ประกอบการไม่กล้ากระทำความผิด จึงอยากให้ไทยรศึกษารูปแบบการทำประมงและการแบ่งเขตพื้นที่การทำประมงของมาเลเซียมาประกอบการพิจารณาเพื่อกำหนด ซึ่งวันนี้เป็นนิมตรหมายที่ดีที่รัฐบาลตั้งศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขปัญหาประมงผิดกฎหมายที่มีทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการประมงมาบูรณาเพื่อแก้ปัญหาประมงทั้งระบบในอนาคต