ข่าว

‘ถังแก๊สพลาสติก’แผนระวังภัยชายแดนใต้

‘ถังแก๊สพลาสติก’แผนระวังภัยชายแดนใต้

21 ส.ค. 2558

‘ถังแก๊สพลาสติก’แผนระวังภัยชายแดนใต้ : สุพิชฌาย์ รัตนะรายงาน

            บ่อยครั้งที่ “ถังแก๊ส” ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้จะถูกกลุ่มผู้ก่อเหตุความไม่สงบนำมาใช้ประกอบเป็นวัตถุระเบิด สร้างความสูญเสียและเสียหายให้ทั้งชีวิตและทรัพย์สิน

            ด้วยเหตุผลนี้เอง กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า (กอ.รมน.ภ.4 สน.) ซึ่งรับผิดชอบดูแลความมั่นคงในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ จึงพยายามหาแนวทางการดำเนินการที่เหมาะสม และไม่ส่งผลกระทบต่อผู้บริโภค

            กระทั่งปิ๊งไอเดียการเปลี่ยนถังแก๊สจาก “ถังเหล็ก” ให้เป็นถัง “พลาสติก” หรือ “คอมโพสิต พลัส” ซึ่งไม่ใช่พลาสติกทั่วไป แต่เป็นพลาสติกที่ผ่านการทดสอบและออกแบบเกี่ยวกับความปลอดภัยมาเป็นอย่างดี
 
            “การใช้ถังแก๊สคอมโพสิต พลัสแทนถังเหล็ก เป็นไปตามนโยบายของรัฐบาล ที่มอบหมายให้ กอ.รมน.ภาค4 รับผิดชอบ กำหนดแนวทางในการดำเนินการให้เหมาะสมและไม่ส่งผลกระทบต่อผู้บริโภค โดยในห้วงนี้ ผู้บริโภคยังคงสามารถใช้ถังเหล็กแบบเดิมได้ แต่ให้ทยอยเปลี่ยนจนถึง 30 กันยายน 2559” คำยืนยันจาก พ.อ.ปราโมทย์ พรหมอินทร์ โฆษก กอ.รมน.ภ.4 สน. ที่ออกมาชี้แจงและทำความเข้าใจกับประชาชนในการปรับเปลี่ยนถังแก๊สไม่ให้แตกตื่น

            หลังจากตัดสินใจนำร่องทำข้อตกลงกับบริษัท ปตท.ผู้ประกอบการรายใหญ่ เพื่อร่วมผลิตถังชนิดใหม่ตามมาตรฐานความปลอดภัย ล่าสุด ปตท.ได้ทยอยเรียกคืนถังเหล็กขนาด 15 กิโลกรัมจากลูกค้า เพื่อเปลี่ยนเป็นถังพลาสติกใหม่น้ำหนัก 11 กิโลกรัมแล้ว

            มาตรการนี้ เริ่มต้นให้ประชาชนทยอยนำถังไปเปลี่ยนได้ตามร้านค้าใกล้บ้าน ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป จนถึงวันที่ 30 กันยายน 2559 เป็นวันสุดท้าย จากนั้นวันที่ 1 ตุลาคม 2559 จะบังคับใช้จริงจัง ต้องไม่มีการใช้ถังเหล็กในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้

            วันนี้ชายแดนภาคใต้จึงมีถังแก๊สให้เลือกใช้ 2 แบบ เพื่อให้โอกาสผู้บริโภคได้ทดลองปรับเปลี่ยนรูปแบบการใช้งาน

            พ.อ.ปราโมทย์ อธิบายว่า สำหรับคุณสมบัติของถังแก๊ส 2 ชนิด มีความแตกต่างกัน อย่างแรกถังเหล็กมีน้ำหนักมากแข็งแต่เปราะ เคลื่อนย้ายลำบากและที่สำคัญขึ้นสนิม ขณะที่อายุการใช้งานประมาณ 10-15 ปี ส่วนถังแก๊สคอมโพสิต พลัส น้ำหนักเบาเคลื่อนย้ายสะดวก อายุการใช้งานนานถึง 20 ปี ไม่เป็นสนิม ขณะที่เรื่องความปลอดภัยผู้บริโภคมั่นใจได้ เพราะผ่านการทดสอบโดยหน่วยทำลายล้างวัตถุระเบิด หน่วยเฉพาะกิจอโณทัยมาแล้ว

            “ถังเหล็กแม้ราคาจะถูก แต่อันตรายกว่า ยิ่งเมื่อถูกนำมาใช้ประกอบระเบิด ตัวถังที่เป็นเหล็กจะกลายเป็นเศษสะเก็ดระเบิด ที่สร้างความเสียหายรุนแรง เมื่อเทียบถังพลาสติกที่ได้ทดสอบ พบว่า เศษสะเก็ดมีขนาดเล็กไม่พุ่งกระจายและตัวถังจะละลายทันที เมื่ออุณภูมิสูง 3,000-5,000 องศาเซลเซียส ขณะระเบิดจึงลดความสูญเสียได้ดีทีเดียว” โฆษก กอ.รมน.ภ.4 สน. ให้ความมั่นใจ

            ในขณะที่มุมการตื่นตัวของภาคประชาชนกลับเป็นไปลักษณะไม่หวือหวานัก เช่นเดียวกับผู้ประกอบการทั้งรายใหญ่และรายย่อย ที่แม้จะทยอยเปลี่ยนถังเพื่อเอาใจลูกค้า แต่ส่วนใหญ่ยังคงนิยมถังเหล็กแบบเดิมๆ

            “เชิดเกียรติ สุวัชรังกูร” เจ้าของร้านจำหน่ายถังแก๊สในพื้นที่จังหวัดปัตตานี ยอมรับว่า ในช่วงแรกประชาชนสับสนว่าต้องเปลี่ยนในทันทีหรือไม่ เพราะต้องยอมรับว่า ไม่มั่นใจว่าถังใหม่จะปลอดภัยหรือว่าใช้งานได้เทียบเท่าของเดิม เบื้องต้น จึงต้องวางจำหน่ายทั้ง 2 แบบเพื่อให้ประชาชนเลือกใช้ตามสะดวก ซึ่งหลังจากวางจำหน่ายมาระยะหนึ่งพบว่า ลูกค้าที่ทยอยนำถังมาเปลี่ยนเป็นชนิดใหม่จะเป็นกลุ่มที่ใช้ในครัวเรือน ส่วนกลุ่มพ่อค้าแม่ค้ายังไม่มากนักเพราะหลายรายบ่นเป็นเสียงเดียวกันว่าอัตราการเร่งไฟหรือแก๊สจากถังเหล็กจะแรงและเร็วมากกว่าถังพลาสติกใหม่ ประกอบกับเป็นช่วงที่รัฐเองยังไม่ได้บังคับจริงจังจึงเคยชินที่จะใช้ถังชนิดเดิม

            “เข้าใจเจตนารมณ์ในการเปลี่ยนถังเพื่อลดความเสี่ยง ซึ่งลูกค้าส่วนใหญ่ก็เห็นด้วยเพราะรู้ดีว่าที่ผ่านมาเกิดอะไรขึ้นบ้าง แต่ก็อยากให้มีความชัดเจนว่าถังใหม่ปลอดภัยและมีให้บริการตลอด” เจ้าของร้าน กล่าว

            “พัชราพรรณ ระวิรัตนะ” เจ้าของร้านอาหารและร้านขายลูกชิ้นทอด บอกว่า ทันทีที่มีมาตรการให้ใช้ถังแก๊สพลาสติกออกมาก็ทดลองใช้ 2 ถัง แต่พบปัญหาการเร่งไฟไม่ขึ้นและไม่แรงเหมือนถังเหล็ก ทำให้มีผลต่อการค้าขายที่ต้องอาศัยความเร็วในการให้บริการลูกค้า สุดท้ายก็ต้องหันกลับมาใช้ถัังเหล็กเหมือนเดิมจนกว่าจะไม่มีให้ใช้เพราะส่วนตัวใช้ถังเหล็กแล้วสะดวกกว่า อีกทั้งช่วงนี้ยังไม่มีการบังคับอย่างเป็นทางการจึงเลือกที่จะใช้ถังแบบเดิมไปก่อนจนกว่าจะเปลี่ยนแปลง แต่เข้าใจมาตรการความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ความมั่นคงที่ต้องการลดความเสี่ยง

            “ถังแก๊สพลาสติกเหมาะกับครัวเรือนที่ไม่ต้องเร่งรีบ แต่สำหรับคนที่ค้าขายคงต้องปรับตัวเพราะอัตราการเร่งไฟไม่แรงพอกับเวลาที่ต้องรีบเอาใจลูกค้า กลายเป็นความกังวลเมื่อต้องเปลี่ยน ส่วนความปลอดภัยนั้นมั่นใจว่าไม่เป็นปัญหา” พัชราพรรณ กล่าวย้ำ

            แตกต่างจากความเห็นของ “สารีฟ๊ะ สาเม็ง” แม่ค้าร้านน้ำชาในพื้นที่ จ.ปัตตานี บอกว่า ถังแก๊สพลาสติกใหม่ถูกใจมากเพราะมีน้ำหนักเบาขนย้ายสะดวก ขณะที่การใช้งานก็คล้ายกับถัังแก๊สที่เป็นเหล็ก จึงเป็นเรื่องดีหากรัฐจะบังคับให้ใช้ถังพลาสติกเหมือนกันทั้งหมดอย่างเป็นทางการ เพราะเชื่อว่าจะช่วยลดอัตราเสี่ยงที่กลุ่มผู้ไม่หวังดีนำถังไปเป็นระเบิดได้แน่นอน

            มาตรการเปลี่ยนถังแก๊สในพื้นที่ชายแดนภาคใต้ครั้งนี้ จึงเป็นแนวทางการเฝ้าระวังภัยที่ทุกครัวเรือนมีส่วนร่วมในการป้องกันเหตุและลดความเสี่ยงร่วมกัน