ข่าว

‘บิ๊กตู่’ขอบคุณคนไทยสื่อสารให้กำลังใจกัน

‘บิ๊กตู่’ขอบคุณคนไทยสื่อสารให้กำลังใจกัน

20 ส.ค. 2558

‘บิ๊กตู่’ขอบคุณคนไทยสื่อสารให้กำลังใจกัน พร้อมยกมือไหว้ขอบคุณผู้สื่อข่าวด้วย ตร.รู้ทะเบียนตุ๊กตุ๊กส่งผู้สงสัยบึ้มราชประสงค์

               20ส.ค.2558 พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ( คสช.) ฝากขอบคุณพี่น้องประชาคนไทยที่ช่วยกันส่งข้อความให้กำลังใจกันและกัน รวมทั้งส่งกำลังใจให้เจ้าหน้าที่ผู้ปฎิบัติงานทุกท่าน ทุกข้อความถือเป็นพลังที่จะช่วยเต็มใจให้เราผ่านช่วงสถานการณ์สูญเสียไปด้วยกัน

               โฆษกประจำสำนักนายกฯ กล่าวว่า นายกรัฐมนตรีห่วงว่า มีการส่งข้อความบางส่วนที่อาศัยสถานการณ์นี้แอบแฝงวัตถุประสงค์ทางการเมือง อาทิ ท้าทายโจมตีการทำงานของเจ้าหน้าที่ ตั้งข้อสงสัยเคลือบแคลงในแนวทางสืบสวนคดี หรือกล่าวร้ายให้เข้าใจไปว่าสถานการณ์รุนแรงกว่าความเป็นจริง

               ล้วนเป็นถ้อยคำที่บั่นทอน และไม่ควรเกิดขึ้นในช่วงที่บ้านเมืองต้องการพลังใจและความจริงใจให้กัน จึงขอวอนให้การรับฟัง หรือ ส่งต่อ ข้อมูลใด ดำเนินไปด้วยความระมัดระวัง คิดพิจารณาอย่างรอบคอบเพื่อมิให้ท่านกลายเป็นผู้ทำร้ายพลังใจของคนร่วมชาติ และกลายเป็นส่วนสนับสนุนให้เกิดการบิดเบือนสถานการณ์ข้อมูลใดที่ไม่เกิดประโยชน์ต่อประเทศก็ไม่ควรเผยแพร่ต่อไป

               ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวประจำทำเนียบรัฐบาลของพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชานายกรัฐมนตรีในวันนี้(20ส.ค.) ได้ยกมือขึ้นไหว้ขอบคุณผู้สื่อข่าวด้วย

 

ตร.รู้ทะเบียนตุ๊กตุ๊กส่งผู้สงสัยบึ้มราชประสงค์


               พล.ต.ท.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล ผบช.น. เปิดเผยถึงความคืบหน้ากรณีเหตุคนร้ายลักลอบวางระเบิดบริเวณศาลพระพรหมเอราวัณ แยกราชประสงค์ เมื่อวันที่ 17 ส.ค. ที่ผ่านมา ว่า ขณะนี้ได้ออกหมายจับบุคคลตามภาพสเก็ตซ์เรียบร้อยแล้ว ในเบื้องต้นแจ้งข้อกล่าวหา 5 ข้อ ส่วนจะมีการแจ้งข้อหาเพิ่มหรือไม่นั้น ขณะนี้ยังอยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐาน ซึ่งขณะนี้ยังไม่พบเบาะแสบุคคลต้องสงสัยตามภาพสเก็ตซ์ที่ได้ออกหมายจับไป ส่วนความคืบหน้าของคดีนั้นมีความคืบหน้าพอสมควรแล้ว แต่ไม่สามารถเปิดเผยข้อมูลได้

               พล.ต.ท.ศรีววราห์ กล่าวอีกว่า กรณีที่ได้ควบคุมตัวชายชาวเยอรมันและฝรั่งเศสมาสอบสวนนั้น ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตรวจสอบแล้วพบว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุระเบิดดังกล่าวจึงได้ปล่อยตัวไป ในส่วนคนขับรถตุ๊กตุ๊กที่รับส่งผู้ต้องหานั้น รับรายงานว่าทราบทะเบียนรถแล้ว ซึ่งน่าจะได้ตัวมาสอบสวนวันนี้(20 ส.ค.) แต่รายละเอียดต้องสอบถามทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.) เนื่องจากคดีนี้ทาง ตร. จะเป็นผู้แถลงเอง ส่วนการบุกค้นหาตัวผู้ต้องหาทั้ง 4 จุด นั้น เป็นเรื่องของฝ่ายสืบสวน ไม่ขอเปิดเผยรายละเอียด

 

ศรีวรราห์เรียกประชุมชุดสืบ88สน.เฝ้าระวัง

             เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 20 สิงหาคม พล.ต.ท.ศรีวราห์  พร้อมด้วย พล.ต.ต.ฉันทวิทย์ รามสูต รอง ผบช.น. และ พล.ต.ต.จิตติ รอดบางยาง รอง ผบช.น. ร่วมประชุมชุดสืบสวนสอบสวนทั้ง 88 สน. ในสังกัด บช.น. เพื่อจัดการความปลอดภัยนักท่องเที่ยว ยุทธการ “ปิดเมือง ค้นรังโจร” โดยจะเอ็กซเรย์พื้นที่กรุงเทพมหานคร หลังเกิดเหตุระเบิดขึ้นบริเวณแยกราชประสงค์ และท่าเรือสาทร เพื่อวางแนวทางป้องกันเหตุในพื้นที่ ซึ่งจะมีการตั้งด่านความมั่นคง เฝ้าระวังป้องกันพื้นที่ทุกตารางนิ้ว โดยเฉพาะบริเวณที่มีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติอาศัยอยู่ และ อพาร์ทเม้นต์ รวมถึงโรงแรมต่างๆ เพื่อหาข้อมูลบุคคลตามหมายจับ การปฏิบัติการดังกล่าวได้ได้กำหนดระยะเวลาให้ดำเนินการภายใน 3 วัน ตั้งแต่วันตั้งแต่วันที่ 21-23 ส.ค. และปิดล้อมตรวจค้นแหล่งเป้าหมาย ขณะเดียวกันก็กำหนดให้ทุกกองบังคับการประชุมวางแผนแนวทางในวันพรุ่งนี้(21 ส.ค.) เวลา 09.00 น. และรายงานผลกลับมายัง บช.น. ต่อไป
 

บิ๊กต๊อกสั่งสอบพฤติกรรมมือโพสต์สะใจ

             พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กล่าวถึงกรณีการวางสิ่งของต้องสงสัยเพื่อสร้างสถานการณ์ตามสถานที่ต่างๆว่า ขณะนี้ยังไม่ทราบเจตนาจึงไม่อยากระบุว่าเป็นการป่วน เพราะคนเรามีสิทธิ์ลืมของได้ทุกวัน แต่ถ้าเป็นการป่วนจริงก็อยากถามว่าคนทำเกลียดรัฐบาลชุดนี้ หรือเกลียดประเทศ ในช่วงที่ประเทศบอบช้ำต้องการความร่วมมือ แต่ยังพบความเคลื่อนไหวของคนกลุ่มเดิมๆ ออกมาโพสต์ข้อความในโซเชียลมีเดียว่าสะใจ จึงอยากให้แกนนำหรือหัวหน้า หรือคนที่อยู่ในเครือข่ายเดียวกันไปตักเตือน เพราะเขาอาจทำไปด้วยอารมณ์ชั่ววูบ แต่ถ้าตั้งใจทำก็อยากถามกลับว่า คนที่มีมุมมองความคิดเช่นนี้อยากจะกลับมาปกครองประเทศแล้วเราจะยอมรับผู้ปกครองที่มีลักษณะนี้หรือไม่ คนอย่างนี้หรือจะให้กลับมาปกครองประเทศชาติ เขาทำเพื่อรักษาผลประโยชน์ของชาติหรือเพื่อผลประโยชน์ของกลุ่มตัวเองคนที่ฉวยโอกาสบนความสูญเสียของประเทศชาติและประชาชนวันนี้คนส่วนใหญ่เขารังเกียจ ไม่มีใครเอาด้วย เพราะการเอาชีวิตคนมาเล่นเป็นเรื่องเลวร้าย
 
             พล.อ.ไพบูลย์ กล่าวอีกว่า ตนได้สั่งการให้หน่วยงานกำกับดูแลโซเซียลมีเดียวิเคราะห์กลุ่มคนที่ออกมาซ้ำเติมประเทศ เราจะได้เห็นธาตุแท้ของคนกลุ่มนี้ ซึ่งเป็นกลุ่มซ้ำๆ อาจจะเป็นคนส่วนน้อยแค่ 0.01% แต่อยากจะวิงวอนให้กลับมารวมพลังกับประชาชนส่วนใหญ่สร้างความเข้มแข็งให้ประเทศ ที่ผ่านมาตนทำเรื่อง ม.112 และความเห็นต่างทางการเมือง.เรื่องหมิ่นสถาบันตนยอมไม่ได้ ความขัดแย้งทางอุดมการณ์ทางการเมืองเป็นเรื่องส่วนบุคคล หลังจากช็อคกลับสถานการณ์ของประเทศ ทุกคนต้องร่วมมือสร้างความมั่นคงเข้มแข็งให้กับประเทศ อย่าซ้ำเติมประเทศเพียงเพราะทัศนคติหรือความคิดต่างทางการเมืองเมื่อสถานการณ์คลี่คลายสู่ภาวะปกติค่อยกลับมาพูดถึงความเห็นต่างทางการเมือง
 
             รมว.ยุติธรรม กล่าวอีกว่า ได้สั่งการให้กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) และสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ทำงานคู่ขนานกับการสอบสวนของตำรวจโดยไม่ให้ทำงานก้าวก่ายกัน ขณะนี้ไม่มีใครตอบได้ว่ามั่นใจหรือไม่ว่าจะจับกุมตัวคนร้ายได้ เพราะหน่วยงานด้านการข่าวมีข้อมูลที่ยังไม่สามารถเปิดเผยได้ บอกได้เพียงว่าการสอบสวนมีความก้าวหน้า และเจ้าหน้าที่พยายามอย่างเต็มที่ ขณะที่รัฐบาลอยู่ในฐานะที่ต้องรับผิดชอบทุกเรื่องจึงต้องก้มหน้าก้มตาทำงานแก้ไขปัญหา โดยมีแนวทางที่จะเรียกความเชื่อมั่นกลับคืนในทุกๆด้าน เพื่อให้คนทำมาหากินได้ ภาคธุรกิจกลับคืนสู่ภาวะปกติให้เร็วที่สุด รวมถึงการเยียวยาให้กับผู้เสียหายในส่วนของนานาประเทศวันนี้ไม่มีใครซ้ำเติมเรา มีแต่การให้กำลังใจพร้อมให้ความช่วยเหลือ และประณามคนร้าย โดยเฉพาะน้ำใจจากประเทศในกลุ่มอาเซียน

 
บิ๊กป้อมชี้ไม่ใช่ก่อการร้าย-ไม่ฟันธงคนต่างชาติ


             ที่อาคารรับรองบ้านเกษะโกมล เ พล.อ.ประวิตร  วงษ์สุวรรณ  รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม  กล่าวถึงความคืบหน้าคดีระเบิดที่พระพรหมสี่แยกราชประสงค์ว่า  หลังจากเกิดเหตุการณ์ครบ 3 วัน  ก็ยังไม่มีใครออกมารับว่าเป็นคนดำเนินการ จึงถือเป็นเรื่องการดำเนินการที่อยู่ภายใน  จะไปพูดเรื่องการก่อการร้ายก็ไม่ได้  ดังนั้นต้องติดตามคนในภาพให้ได้  ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจก็ดำเนินการสืบสวนสอบสวนหาพยาน หลักฐานต่าง ๆ เพิ่มขึ้นไปเรื่อย ๆ  ซึ่งดำเนินการในขณะนี้ ก็ก้าวหน้าไปมาก
                 
             “เท่าที่ได้รับรายงานจากตำรวจ  ระเบิดที่ราชประสงค์และที่สาทร เป็นระเบิดที่มีลักษณะใกล้เคียง และการประกอบระเบิดเหมือนกัน  ดังนั้นต้องสืบสวนสอบสวนต่อไปเพื่อรอดูว่าความก้าวหน้าในเรื่องนี้เป็นอย่างไร เรายังไม่ปักใจว่าคนโน่น คนนี้ หรือเป็นใคร เพราะมีหลายเรื่องด้วยกัน  แต่ในเรื่องของต่างประเทศไม่น่าจะเกี่ยวข้อง  ขณะนี้ยังไม่ปักใจว่าเป็นเรื่องใดเรื่องหนึ่ง  เราจะไม่บอกว่าเป็นเรื่องของต่างประเทศหรือไม่ เพราะยังไม่มีใครรู้ว่าจะเป็นคนต่างประเทศที่ทำหรือไม่  เพราะว่าการดำเนินการในเรื่องเหล่านี้ต้องเป็นมืออาชีพ และสามารถปลอมแปลงอะไรต่าง ๆ ได้มากมาย  อีกทั้งต้องมีการวางแผนมาอย่างชัดเจนเพราะมีเส้นทางการเข้ามาและการหลบหนีอย่างดี  ตอนนี้ยังไม่ตัดประเด็นใดทิ้ง แต่จะหาหนทางสืบต่อไปเรื่อย ๆ ก่อน “พล.อ.ประวิตร กล่าว
               
             ผู้สื่อข่าวถามว่า  หมายถึงมีคนต่างชาติมาวางแผนด้วยใช่หรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ตนไม่ได้บอกว่ามีชาวต่างชาติมาวางแผน  ตนหมายความว่า การปลอมแปลงสามารถทำได้หมด ปลอมแปลงเป็นคนต่างชาติก็ได้ หรือปลอมแปลงเป็นอะไรก็ได้ มีวิธีการดำเนินการ แต่ต่างชาติไม่ได้เข้ามาเกี่ยวข้อง  ส่วนถ้าต่างชาติจะเข้ามาเกี่ยวข้องในคดีนี้หรืออาสาเข้ามานั้น  คงเป็นเรื่องของเครื่องมือหรืออุปกรณ์ทางนิติวิทยาศาสตร์  ซึ่งเป็นสิ่งที่เราอยากใช้เพื่อการพิสูจน์ทราบอยู่แล้ว แต่เราไม่ต้องการบุคคล แต่ต้องการเครื่องมือ  ซึ่งก็มีต่างชาติเสนอความช่วยเหลือเหมือนกันเช่น สหรัฐอเมริกา เยอรมัน อังกฤษ แต่ไม่ต้องการให้เขาเข้ามาร่วมในการสอบสวน เพราะเราต้องการทำเอง  
               
             ต่อข้อถามที่ว่า  บุคคลในภาพจากกล้องวงจรปิดเป็นแค่ผู้ต้องสงสัยใช่หรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ใช่  ซึ่งจากในภาพชัดเจนว่าเกิดจากตรงนี้  และมีคนคนนี้  แต่ไม่รู้ว่าเป็นใคร และชื่ออะไร  โดยขอเวลาเจ้าหน้าที่ทำงานก่อน   ทั้งนี้ ตนยังไม่ได้ชี้ชัดว่าเกี่ยวข้องกับประเด็นการเมือง แต่ก็ไม่ตัดทุกประเด็นทิ้ง เพราะต้องดูทุกเรื่อง และเร็วเกินไปที่จะตัดสินว่าเป็นเรื่องใด  แต่ที่บอกได้เลยคือมันต่อต้าน คสช.และต่อต้านรัฐบาล และทำให้เศรษฐกิจ และการท่องเที่ยวเสียหาย   
            
             พล.อ.ประวิตร  กล่าวว่า ได้ให้นโยบายกับกองบัญชาการติดตามสถานการณ์คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่ตั้งขึ้นหลังเกิดเหตุระเบิดว่าจะดำเนินการอย่างไรเพื่อให้เกิดเหตุการณ์ขึ้นอีก และ ไม่ให้เกิดเหตุการณ์ในลักษณะการสร้างให้เกิดความหวาดกลัว ซึ่งต้องทำให้ได้  ส่วนคนที่ก่อเหตุระเบิดต้องถูกจับมาลงโทษตามกฎหมาย โดยมีการวางแผนให้เจ้าหน้าที่ทหารและตำรวจ ทั้งในและนอกเครื่องแบบทำงานตลอด 24 ชั่วโมง  
   

คสช.ขอปชช.ให้เบาะเเสคนร้าย


             พ.อ.วินธัย สุวารี โฆษกคสช.แถลงข่าวเหตุการณ์ระเบิดที่แยกราชประสงค์ว่า สถานการณ์ในภาพรวมอยู่ในความเรียบร้อย ซึ่งทางเจ้าหน้าที่และหน่วยงานด้านความมั่นคงทั้งทหาร ตำรวจ และพลเรือน ได้ร่วมกันปฏิบัติหน้าที่รักษาความปลอดภัยให้กับประชาชนและดูแลพื้นที่สำคัญต่างๆ อย่างต่อเนื่อง สำหรับเหตุการณ์บริเวณสถานีรถไฟฟ้า BTS นานา ที่เกิดขึ้นเมื่อช่วงบ่ายวานนี้ เป็นเพียงเหตุการก่อกวน หวังให้เกิดความสับสนและตื่นตระหนกเท่านั้น
 
             การช่วยเหลือผู้ที่ได้รับบาดเจ็บและผู้ที่เสียชีวิต ​ในส่วนของผู้ที่เสียชีวิต 20ราย ได้ติดต่อญาติ เพื่อให้มายื่นเอกสารหลักฐานแล้ว 16  ราย โดยมีการจ่ายเงินช่วยเหลือแล้ว 9 ราย สำหรับผู้ที่ได้รับบาดเจ็บ ได้ติดต่อให้มายื่นเอกสารแล้ว 70  ราย และได้มีการจ่ายเงินช่วยเหลือบางส่วนแล้ว
 
             การรักษาพยาบาลผู้ที่ได้รับบาดเจ็บ ​ข้อมูลจากศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและแก้ไขปัญหาสาธารณภัยด้านการแพทย์และสาธารณสุข ยอดผู้ที่ได้รับบาดเจ็บ เมื่อช่วงเช้าของวันนี้ ได้ออกจากโรงพยาบาลแล้ว จำนวน 56 ราย คงเหลือรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลต่างๆ จำนวน 67 ราย สำหรับผู้ที่เสียชีวิตได้มีการพิสูจน์อัตลักษณ์แล้วเป็นส่วนใหญ่ เหลือเพียงสองราย ที่อยู่ระหว่างการดำเนินการ ดังนั้น จึงขอความร่วมมือให้ผู้ที่สงสัยว่าจะเป็นญาติของตนเอง ได้ติดต่อกับโรงพยาบาลตำรวจ เพื่อให้ข้อมูลเพิ่มเติม
 
             ​ด้านการสืบสวนคดี ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้ทำการสืบสวน และสอบพยานบุคคลแวดล้อม ทั้งในส่วนของผู้ที่ได้รับบาดเจ็บและผู้ที่เห็นเหตุการณ์ จึงสามารถนำไปสู่การออกหมายจับผู้ต้องสงสัยตามที่ปรากฏในภาพข่าวทั่วไปแล้ว และสามารถสรุปในชั้นต้นว่าเหตุดังกล่าว มีการดำเนินการอย่างเป็นขบวนการ

             นอกจากนั้นหน่วยงานด้านความมั่นคง ยังได้รับความร่วมมือจากหน่วยข่าวของมิตรประเทศ ซึ่งมีความเห็นเป็นไปในทิศทางเดียวกันในชั้นต้นว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ไม่น่าจะเชื่อมโยงกับกลุ่มการก่อการร้ายสากล และเห็นว่าเป้าหมายของการก่อเหตุ ไม่ได้มุ่งกระทำต่อนักท่องเที่ยวชาวจีนโดยตรง เนื่องจากมีบุคคลสัญชาติอื่นได้รับผลกระทบด้วยเช่นกัน
 
              ​ทางคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ต้องขอขอบคุณพี่น้องชาวไทยที่ได้ร่วมกันแสดงออกถึงความมีน้ำใจและการเป็นเจ้าบ้านที่ดี เช่น การให้ความช่วยเหลือแก่ผู้ที่ได้รับบาดเจ็บ ณ จุดเกิดเหตุ การช่วยเหลือของผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์รับจ้าง การร่วมบริจาคโลหิตให้กับโรงพยาบาลต่างๆ และการให้กำลังใจและร่วมไว้อาลัยแก่ญาติและครอบครัวผู้เสียชีวิต ซึ่งสิ่งต่างๆ เหล่านี้ ถือเป็นสิ่งจำเป็นที่ทำให้เห็นว่า ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นคนไทยและประเทศไทยไม่เคยปล่อยปละละเลยหรือทอดทิ้ง ไม่ว่าคนๆนั้นจะเป็นคนชาติใดหรือศาสนาใด
 
             อย่างไรก็ตาม เพื่อให้สามารถติดตามผู้กระทำผิดมาลงโทษตามกฎหมาย ได้อย่างรวดเร็ว จึงขอความร่วมมือประชาชน หากพบเบาะแสหรือมีข้อมูลเพิ่มเติมของผู้ต้องสงสัยตามหมายจับขอให้แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทันที และขอแจ้งให้ทราบว่าเจ้าหน้าที่จะเพิ่มระดับต่อการบังคับใช้กฎหมายต่อผู้ที่เผยแพร่ข้อมูลทางสื่อสังคมออนไลน์ในลักษณะที่ผิดกฎหมาย และผู้ที่ออกมาสร้างเหตุก่อกวน จนทำให้สังคมเกิดความสับสนหรือตื่นตระหนกอย่างจริงจัง