
นายกฯเปิดกองทุนการออมแห่งชาติ
20 ส.ค. 2558
นายกฯ เป็นปธ.เปิดกองทุนการออมแห่งชาติ ฟุ้งกองทุนเงินออมสำเร็จรัฐบาลนี้ เผยโปรดเกล้าฯ รายชื่อครม.แล้ว ยันไม่มีปัญหาคนถูกปรับออก
20 ส.ค.58 เวลา 10.15 น. ผู้สื่อข่าวรายงานจากทำเนียบรัฐบาลว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ภายหลังเป็นประธานเปิดกองทุนการออมแห่งชาติ (กอช.) ว่า กองทุนการออมแห่งชาติได้เป็นผลสำเร็จและเกิดขึ้นในรัฐบาลนี้ ซึ่งได้รับความสนใจจากประชาชนมาก จึงอยากจะฝากในเรื่องนี้เพราะถือเป็นเรื่องของความมั่นคงของภาคประชาชน โดยเฉพาะประชาชนที่อยู่นอกระบบการใช้แรงงานต่างๆ ที่ไม่มีกองทุนประกันสังคม ทั้งนี้เป็นกองทุนที่มีมานานแล้วแต่ไม่ได้ทำให้เกิดผลสัมฤทธิ์แบบนี้ เมื่อเกิดขึ้นมาชาวบ้านก็ดีใจ อย่างนี้ก็มีเงินบำนาญ ซึ่งเขาบอกว่าเป็นบำนาญคนจน เขาก็ดีใจกับกองทุนนี้และเป็นการส่งเสริมการออมตามแนวทางพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ใครที่ยังไม่มีกองทุนบำนาญ ก็ให้มาเข้าโครงการ ซึ่งโครงการนี้รัฐบาลพยายามสร้างความเข้มแข็ง ไม่ใช่เอาเงินทั้งก้อนโยนลงไปแล้วก็หมด แต่อันนี้เป็นการช่วยออม นี่คือสิ่งที่ควรจะเกิด โดยต้องไปสร้างการรับรู้ว่ารัฐบาลดูแลดี หากถามว่าภาระหนักไหมก็หนัก เพราะต้องจ่ายเงินสมทบเยอะ และก็จะเยอะเป็นแสนตามจำนวนที่มากขึ้นเรื่อยๆ แต่ก็ยังดีที่เราเอาเงินมางอกเงยแล้วกลับมาให้สังคม ให้กับตัวเอง และทำให้เศรษฐกิจขับเคลื่อนไปด้วย นั่นหล่ะคือประเด็นของตน ทั้งนี้พ.ร.บ.นี้มีมานานแล้ว รอมาหลายปี หลายรัฐบาลไม่เคยทำได้เป็นสิบปี
‘นายกฯ’ เผยโปรดเกล้าฯรายชื่อครม.แล้ว ยันไม่มีปัญหาคนถูกปรับออก
20 ส.ค.58 เวลา 10.15 น. ผู้สื่อข่าวรายงานจากทำเนียบรัฐบาลว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวถึงการปรับคณะรัฐมนตรี “ประยุทธ์ 3” ว่า มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ รายชื่อคณะรัฐมนตรีใหม่ลงมาแล้ว และในวันเดียวกันนี้จะมีการประกาศในราชกิจจานุเบกษา รวมทั้งหมด 20 ตำแหน่ง ซึ่งในความเป็นจริงมีรัฐมนตรีเข้ามาใหม่ 10 คน
“เดี๋ยวคอยดูกันก็แล้วกัน ส่วนคนเก่าที่พ้นหน้าที่ไปก็มาช่วยผม อย่างท่านอำนวย ปะติเส อดีตรมช.เกษตรฯ ท่านก็มาช่วยผม ยิ้มแย้มแจ่มใสอยู่กับผมในเวลานี้ ไม่ได้โกรธเคืยงอะไรผมเลย ซึ่งทุกท่านก็เป็นเหมือนกันเช่นนี้ มีเพียง 2 ท่านคือ ท่านสมศักดิ์ ชุณหรัศมิ์ รมช.สาธารณสุข ท่านมีงานเฉพาะของท่าน ซึ่งท่านจะต้องไปดูแลเป็นประธานบริษัทเอกชน และนายจักรมณฑ์ ผาสุกวนิช รมว.อุตสาหกรรม ที่ต้องไปดูบริษัทเอกชน แต่ท่านก็พร้อมยินดีให้คำปรึกษาส่วนที่เหลือผมก็ตั้งเป็นที่ปรึกษารัฐบาล" พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว
เมื่อถามว่า รัฐมนตรีบางคนที่อยู่ในตำแหน่งข้าราชการประจำจะไม่มีปัญหาใช่หรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ไม่มีปัญหา กฎหมายบัญญัติไว้ว่าสามารถทำได้ ในรัฐธรรมนูญไปอ่านดู เรื่องนี้คงไม่ต้องให้มาพูดย้ำ และอีกไม่นานบุคคลเหล่านี้ก็จะเกษียณอยู่แล้ว
เมื่อถามว่า ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล อดีตรองนายกรัฐมนตรี แถลงข่าวแล้วว่าจะไม่รับตำแหน่งที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า “ไม่รับก็อย่ารับสิ ผมไม่ได้อะไรนี่ ก็ผมจะให้รับแต่เมื่อไม่รับก็ไม่รับ”
เมื่อถามว่า ไม่มีอะไรติดใจใช่หรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า “ผมจะไปขัดใจอะไรกับท่านล่ะ ท่านเองก็ร่วมเป็นร่วมตายมากับผม เว้นแต่ท่านจะขัดใจผมเท่านั้นเอง ท่านจะน้อยใจผม โกรธผม ก็ต้องด้วยความเคารพนั้นแหละ เพราะผมไม่มีอะไรอยู่แล้ว ผมไม่ได้เคยบอกใคร ท่านถามเท่าไรผมก็ไม่ตอบ ผมเองก็ต้องวางระยะของผมไว้ อยู่ไปงานก็ต้องหนักขึ้นเรื่อยๆ ก็โอเคมีการเริ่มต้นไว้ให้แล้ว ระยะที่ 2 ก็ต้องมาขับเคลื่อนถ้ามันมีเวลาเพียงพอก็จะทำให้ดี และที่บอกว่าเพียงพอคือต้องเป็นไปตามรัฐธรรมนูญก็ว่าไปตามนั้น ถ้าหมดเวลาเมื่อไรก็คือเมื่อนั้น พวกท่านก็ไปฝากความหวังใหม่ให้รัฐบาลใหม่เขามาทำก็แล้วกัน”
เมื่อถามว่า กรณีของนายสมหมาย ภาษี อดีตรมว.คลัง น้อยใจในการถูกปรับออกครั้งนี้หรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า นายสมหมายจะมาน้อยใจอะไรตน ส่วนที่มีการระบุว่านายสมหมาย เคยพูดเปรยทำนองน้อยใจ ตนไม่สนใจ ไม่เคยฟัง
"ผมทำอะไรไม่ดีเหรอ เวลาผมไปต่างประเทศ ก็เห็นรักผมทุกคน และมาที่นี่ก็พูดกับผมทุกคน แต่สิ่งที่ผมสั่งให้เขาทำบางอย่างมันยังช้าอยู่ ก็ไม่รู้ว่าช้าเพราะผมหรือไม่ ผมอาจจะบกพร่องก็ได้ เอาเป็นว่า ผมยอมรับว่าผมบกพร่องเอง ลูกผู้ชายกล้าทำกล้ารับอยู่แล้ว ใครโกรธผมก็ว่าไป ผมไม่โกรธตอบท่านอยู่แล้ว ให้เกียรติทุกคนเสมอ" พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว
เมื่อถามว่า คิดว่าคณะรัฐมนตรีใหม่ครั้งนี้สมบูรณ์แบบหรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า "ไม่มีอะไรสมบูรณ์แบบ คนหรือมนุษย์ คือคนทำ ส่วนปัญหามันทับซ้อน มันยาก เงินทองมีให้แก้ปัญหาหรือไม่ ทำได้หรือไม่ มันคิดได้ทั้งหมด ซักกี่ร้อยเรื่องก็ได้ แต่ปัญหาวันนี้คือรัฐบาลจะเอาเงินจากที่ไหน ไม่ว่าใครก็ทำไม่ได้ แต่วันนี้เราจะเริ่มทำในระยะที่ 1-2-3 ไปก่อน ต้องสะสมทำไปจากน้อยไปหามาก สำหรับความคาดหวังในครั้งนี้ก็เพื่อที่ให้ทุกคนสบายใจว่า เปลี่ยนให้แล้วนะ ซึ่งคนมาให้เขาต้องทำให้ดีไม่เช่นนั้นก็ถูกเล่นงานอีก และเมื่อเข้ามาก็ต้องมาสานต่อในสิ่งที่รัฐบาลได้เริ่มไว้ ในระยะที่ 1-2 ซึ่งมีตั้งและปรับมาแล้ว 2 ครั้ง จากนั้นก็ต้องมาทำต่อ และเริ่มใหม่ โดยนโยบายผมก็จะกำหนดเพิ่มเติมลงไป จากนั้นก็เป็นการไปขับเคลื่อนในเรื่องต่อไป บรรดารองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรี ที่ยังอยู่ในที่ปรึกษาก็จะให้เขาช่วยคิดแนวทางในการขับเคลื่อนเพิ่มเติมให้กับผม เพราะรู้ว่าในช่วงที่ผ่านมาทำอะไรไปบ้าง ก็สรุปเรื่องมาให้จากนั้นผมก็จะส่งต่อให้กับรัฐมนตรีใหม่ไปดู ก็เหมือนคณะทำงานที่ปรึกษาของคสช. นั้นแหละ ท่านปรีดิยาธร เองก็อยู่ในคณะที่ปรึกษาคสช. ด้วยนะ รัฐมนตรี 4-5 คน เป็นที่ปรึกษาคสช. ทั้งนั้น ตั้งแต่วันที่ 22 พ.ค.57 เอาน่า เชื่อมั่นกันหน่อยซิ มันไม่มีอะไรยากหรือง่ายเกินไปที่จะทำให้ประเทศเราเข้มแข็ง ขอให้ใช้คำที่ผมพูดว่า เราจะต้องเติบโตและเข้มแข็งไปด้วยกัน เพราะที่นี่คือประเทศไทยและเป็นบ้านของพวกเรา Our Home Our Country Stronger Together ขอให้ช่วยกันสร้างสิ่งที่ดี สิ่งร้ายๆ ก็ช่วยกันปัดเป่าออกไป ให้สลายไป ช่วยกันดูแลบ้านเมือง"
ผู้สื่อข่าวถามว่า สรุปว่าคณะรัฐมนตรีใหม่ มีคนนามสกุล กาญจนรัตน์ 2 คนใช่หรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า “เขาไม่ใช่พ่อเดียวกันนะครับ คนนามสกุลเหมือนกันชื่อเหมือนกันยังมีเลยในประเทศไทย เขาคงเป็นญาติๆ กันมั้ง”
เมื่อถามว่า ถ้าเป็นเช่นนั้นต่อไปผู้บัญชาการทหารบก ก็ต้องมีนามสกุลเดียวกับนายกรัฐมนตรี ใช่หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ”ทำไมต้อง "ต้อง" มีใครบอกมาหรือทางสภากลาโหม เดี๋ยวเขาก็พิจารณาเสนอขึ้นมาเองไม่ใช่ผม เมื่อเสนอขึ้นมาเดี๋ยวผมก็เซ็นทุกอย่างเป็นระบบระเบียบของเขาอยู่แล้ว อย่าไปกังวล ใครจะเป็นก็เหมือนกันแหละ”



