ข่าว

ทีมโฆษกรบ.เผยที่มาคำ‘Stronger Together’

ทีมโฆษกรบ.เผยที่มาคำ‘Stronger Together’

19 ส.ค. 2558

ทีมโฆษกรบ.เผยที่มาคำ‘Stronger Together’ ที่กำลังฮิตในโลกออนไลน์ที่แท้มาจากนายกฯประยุทธ์ ตร.สอบวินจยย.รับจ้าง-พบคนร้ายพูดภาษาต่างประเทศ

           19ส.ค.2558 คณะทำงานโฆษกสำนักนายกรัฐมนตรี ได้เปิดเผยว่า ข้อความรณรงค์ #Stronger Together เพื่อให้กำลังใจประเทศภายหลังจากเกิดเหตุุการณ์ระเบิดที่สี่แยกราชประสงค์ และกำลังได้รับความนิยมอยู่ในโลกออนไลน์อยู่ในขณะนี้  โดยได้ระบุว่าข้อความดังกล่าวเป็นข้อความที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้เป็นคนคิดขึ้นมาเอง โดยข้อความดังกล่าวสามารถแปลกเป็นภาษาไทยว่า “ เราจะเติบโตและแข็งแกร่งไปด้วยกัน เพราะที่นี้คือประเทศไทยบ้านของเรา”


ตร.สอบวินจยย.รับจ้าง-พบคนร้ายพูดภาษาต่างประเทศ

           รายงานข่าวแจ้งว่า ผู้เชี่ยวชาญวัตถุระเบิดตรวจสอบลักษณะซากระเบิดที่รวบรวมได้ในที่เกิดเหตุบริเวณแยกราชประสงค์ และอีกจุดที่บริเวณสะพานสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช เป็นลักษณะระเบิดชนิดไปป์บอมที่มีลักษณะตั้งเวลาด้วยสายชนวน มีวัตถุเหมือนกันเป็นท่อเหล็ก มีสะเก็ดระเบิดคล้ายกัน มีลูกปลายเหมือนกัน โดยยังไม่พบว่า มีลักษณะคล้ายระเบิดที่ใช้ก่อเหตุที่ผ่านมาหลายคดีที่เกี่ยวข้องกับชาวตะวันออก แต่ทางฝ่ายสืบสวนยังมีความเห็นแย้งว่า อาจจะเป็นการใช้ระเบิดที่แตกต่างกัน เนื่องจากการตรวจสอบวัตถุพยานอาจจะยังไม่ครบถ้วนที่เกิดเหตุบริเวณท่าเรือสาทรยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้ง ประกอบกับการตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิด ขณะนี้ยังไม่สามารถตรวจสอบข้อมูลรูปพรรณสัณฐานของคนร้ายได้ ทราบจากพยานที่เกิดเหตุว่า พบบุคคลต้องสงสัยขับขี่รถจักรยานยนต์มาจากฝั่งสะพานปากคลองสานก่อนจะขว้างระเบิดลงแม่น้ำเจ้าพระยาลงในบริเวณที่เกิดเหตุดังกล่าว แล้วขับรถจักรยานยนต์มุ่งหน้ามายังฝั่งถนนสาทร แต่จากการตรวจสอบภาพกล้องวงจรปิดยังไม่พบ ทั้งนี้ชุดสืบสวนบก.น.5 อยู่ระหว่างทำการตรวจสอบไล่ภาพกล้องวงจรปิดบริเวณพื้นที่ดังกล่าว

           ส่วนการสอบปากคำคนขี่วินรถจักรยานยนต์รับจ้างนั้น เมื่อเวลา 21.00 น. วันที่ 18 ส.ค.ที่ผ่านมา พล.ต.ท.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล ผบช.น. พล.ต.ต.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา รอง ผบช.น. พล.ต.ต.ชวลิต ประสพศิลป์ ผบก.น.5 พล.ต.ต.ชยพล ฉัตรชัยเดช ผบก.น.6 และ พล.ต.ต.สมบัติ มิลินทจินดา ผบก.สส.บช.น. ประชุมความคืบหน้าคดีระเบิดแยกราชประสงค์ ณ ห้องประชุมปารุสกวัน 2 โดยทางชุดสืบสวนได้เชิญตัวคนขี่วินรถจักรยานยนต์รับจ้างที่รับส่งผู้ต้องสงสัยก่อเหตุมาสอบปากคำเพิ่มเติม ร่วมกับเจ้าหน้าที่ทหาร โดยเวลาประมาณ 6 ชั่วโมง เพื่อหาเบาะแสเส้นทางผู้ต้องสงสัย เบื้องต้นยืนยันว่าภายหลังจากระเบิดเกิดขึ้นชายต้องสงสัยก่อเหตุ เรียกรถจักรยานยนต์รับจ้างจากวินซอยมหาดเล็กหลวง พูดเป็นภาษาอังกฤษสั้นๆ “ลุมพินีปารค์”  โดยให้ไปส่งลงเยื้องกับหน้าพระบรมราชานุสาวรีย์ รัชกาลที่ 6 จากนั้นชายต้องสงสัยลงเดินหายไปบริเวณถนนสารสินบริเวณประตู 5 สวนลุมพินี ขณะนี้ทางชุดสืบสวนยังอยู่ระหว่างการไล่ตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิด ระหว่างนั่งซ้อนท้ายนั้น ได้ใช้โทรศัพท์แต่ไม่ทราบว่าพูดภาษาอะไร

           ส่วนจากนั้นมีการนั่งรถแท็กซี่ต่อไปเลยหรือไม่ คนขับวินรถจักรยานยนต์ ให้การว่า มีการนั่งรถแท็กซี่ได้ยินว่า จะไปสนามบินสุวรรณภูมิ แต่ทางชุดสืบสวนยังไม่ปักใจเชื่อ กำลังไล่ตรวจสอบภาพกล้องวงจรปิดบริเวณโดยรอบสวนลุมพินีทั้งหมด

           ส่วนรถตุ๊กตุ๊กๆ ที่รับคนร้ายมาส่งบริเวณที่เกิดเหตุนั้น ยังไม่ทราบต้นทางว่า คนร้ายนั่งรถตุ๊กตุ๊กดังกล่าวมาจากทางไหน แต่จากการตรวจสอบชุดสืบสวนพบว่า รถตุ๊กตุ๊กมีลักษณะของสหกรณ์รถยนต์รับจ้างสามล้อแห่งหนึ่งมีประมาณ 2,000 คน ยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบ เพราะยังไม่สามารถตรวจสอบแผ่นป้ายทะเบียนได้ว่า เป็นรถตุ๊กตุ๊กคันใด แต่ได้ประสานให้ทางเจ้าของสหกรณ์ดังกล่าวช่วยทำการตรวจสอบแล้วเชิญตัวมาสอบปากคำเพิ่มเติมอีกครั้ง

           รายงานข่าวแจ้งอีกว่า ทางชุดสืบสวนนครบาลเข้าตรวจสอบร้านจำหน่ายเสื้อผ้าแบบที่ชายต้องสงสัยสวมใส่ไปก่อเหตุบริเวณย่านประตูน้ำ เพื่อหาเบาะแสชายต้องสงสัยซึ่งจากตรวจสอบข้อมูลพบว่าร้านค้าที่นำมาวางจำหน่ายสั่งนำเข้ามาจากประเทศเพื่อนบ้าน จากนั้นได้ส่งขายออกไปเป็นล็อต ซึ่งทางฝ่ายสืบสวนนำข้อมูลจากทางร้านไปตรวจสอบเพื่อหาแหล่งที่จำหน่ายออกไปว่าเป็นที่ใดบ้าง ขณะเดียวกันทาง บช.น. สั่งการให้ผู้กำกับการในเขตรับผิดชอบทุก สน.จัดกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าตรวจที่พักของนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ต้องสงสัยพร้อมเก็บตรวจสอบประวัติทุกรายให้เสร็จภายใน 3 วัน โดยเริ่มตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป


จรัมพรตรวจหาชิ้นส่วนระเบิดท่าน้ำสาธร

           จากกรณี คนร้ายได้โยนระเบิด ลงมาที่บริเวณด้านข้างท่าเรือสาทรใต้บีทีเอส. สถานีตากสิน โดยระเบิดได้ตกลงที่ บริเวณทางเดินข้ามคลองระบายน้ำลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยา เมื่อช่วงบ่ายวันที่18 สิงหาคมที่ผ่านมา โดยไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บ

           ล่าสุดเมื่อเวลา 10.00น. พ.ต.ท.อดิเรก พันธุ์ใย พนักงานสอบสวนผู้ชำนาญการพิเศษ สน.ยานนาวา พ.ต.อ.พงษ์ศักดิ์ ทรัพย์ละออ ผกก.สน.ยานนาวา เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน สน.ยานนาวา เจ้าหน้าที่กลุ่มงานเก็บกู้และตรวจพิสูจน์วัตถุระเบิด(อีโอดี) เจ้าหน้าที่ทหาร ม.พัน 3 รอ. เจ้าหน้าที่ตำรวจน้ำ พร้อมประสานนักประดาน้ำจากมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง เพื่อมาตรวจหาวัตถุพยานชิ้นส่วนระเบิดรวมทั้งวงจรของระเบิดที่ตกอยู่ภายคลองระบายที่เป็นจุดเชื่อมต่อ กับแม่น้ำเจ้าพระยา จุดที่ระเบิดตกลงไป ทั้งนี้พบว่าระดับน้ำมีระดับที่สูงขึ้น กว่าเดิมเนื่องจากเป็นช่วงเวลาที่น้ำขึ้น

           ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จุดนี้หลังจากเกิดเหตุ ทางเจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบบริเวณจุดที่ระเบิดตก พบลูกปรายตกอยู่ตามจุดต่างๆ โดยรอบในรัศมี ประมาณ30เมตร ขณะที่วันนี้ทางเจ้าหน้าที่ได้ปูพรมหาพื้นที่เส้นทางของคนร้ายที่คาดว่าเป็นจุดที่คนร้ายทิ้งระเบิดลงมา

           นายทวี เสวกตะมาลย์ อายุ 47 ปี ประกอบอาชีพ ขายทัวร์ให้กับนักท่องเที่ยว ที่ประจำอยู่บริเวณทางลงท่าเรือ ท่าน้ำสาธร เปิดเผยว่า ตนจะนั่งประจำอยู่บริเวณนี้ทุกวัน เพื่อรอรับแขกต่างชาติที่ต้องจะนั่งเรือหางยาวเที่ยวชมวัดต่างๆ ที่อยู่ติดกับแม่น้ำเจ้าพระยา และเมื่อวันที่ 18 สิงหาคม ประมาณ13.00 น. ขณะอยู่บริเวณดังกล่าว ซึ่งห่างจากที่ระเบิดตกประมาณ 10 เมตร ได้ยินเสียงระเบิดดังมาก และเห็นน้ำในคลองระบายน้ำพุ่งขึ้นสูง 10 เมตร กินวงกว้างไปทั่วบริเวณ โชดดีที่นักท่องเที่ยว และประชาชนที่เดินผ่านไปผ่านมาในช่วงเวลาเกิดเหตุน้อย เพราะหากเกิดในช่วงเวลาเช้า หรือเย็น ที่มีนักท่องเที่ยวและประชาชนที่ต้องอาศัยเรือด่วน อาจต้องเกิดความสูญเสียมากกว่านี้ เนื่องจากบริเวณท่าน้ำสาธร ถือเป็นท่าเรือที่รับนักท่องเทียว และประชาชนเป็นจำนวนมาก

           ด้าน นายประภัสสร กุหลาบ หัวหน้า ฝ่ายโยธาสำนักงานเขตสาทร เปิดเผยว่า วันนี้ได้เตรียมคนงาน พร้อมนำกระสอบทรายมาเพื่อปิดกั้นเส้นทางน้ำ ตั้งแต่บริเวณเสาตอหม้อที่ติดกับแม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งมีความกว้างประมาณ 5 เมตร จากนั้นจะใช้กระสอบทรายกั้นน้ำเป็นแนวอีกประมาณ 30 เมตร แล้วก็จะใช้เครื่องสูบน้ำรวม 5 ตัว เพื่อนำน้ำออก แต่ที่เป็นอุปสรรคขณะนี้ไม่สามารถที่จะดำเนินการได้  เนื่องจากระดับน้ำภายในคลองระบายน้ำ มีระดับสูงเท่ากับแม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งสูงประมาณ 1 เมตร ดังนั้น จึงต้องรอให้ระดับน้ำต่ำกว่าประมาณ 60 ซม. จึงจะเริ่มทำแนวกระสอบทรายและดูดน้ำออกได้ คาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง เพื่อให้เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานลงไปเก็บชิ้นส่วนระเบิด

           ต่อมาเมื่อเวลา 13.00 น. เจ้าหน้าที่ สน.ยานนาวา ได้จำลองเหตุการณ์ความน่าจะเป็นไปได้ของคนร้าย ที่ปาวัตถุระเบิดลงมาจากสะพานสาทร ลงสู่พื้นล่าง โดยเจ้าหน้าฝ่ายสืบสวน สน. ยานนาวา ได้โยนขวดน้ำลงไปทางด้านล่างทั้งฝั่งขาข้ามไปฝั่งธน และข้ามไปฝั่งพระนคร โดยสมมุติว่าคนร้ายใช้ จยย.เป็นยานพาหนะ โดยมีคนซ้อนท้ายเป็นคนโยน โดยใช้ความเร็วของ รถจยย. ประมาณ 60 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

            พ.ต.ท.สัญชัย มาตรคำจันทร์ รองผกก.สส. สน.ยานนาวา เปิดเผยว่า ได้มีการทดสอบทั้งฝั่งขาเข้า และขาออก โดยใช้รถจักรยานยนต์ความเร็ว 60-80 กิโลเมตร ทดลองโยนขวดพลาสติกบรรจุน้ำแทนวัตถุระเบิด ระหว่างเสาไฟฟ้าต้นที่ 18-19 ตามที่ใช้เครื่องมือวัดวิถีระเบิดทดสอบไว้ โดยผลการทดสอบ พบว่า การโยนระเบิดจากสะพานตากสินฝั่งขาเข้า สามารถก่อเหตุได้ง่ายและใกล้เคียงกว่า

           ต่อมาเวลา 13.30น. เจ้าหน้ากทม. ได้เริ่มนำกระสอบทราย กั้นเป็นแนวกั้นน้ำ ซึ่งเมื่อทำการกั้นแนวกระสอบทรายเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ก็จะสูบน้ำจากด้านในออกสู่คลอง ขณะเดียวกันพล.ต.ต.กฤตธาพล ยี่สาคร ผบก.รน. ได้เดินทางมาตรวจสอบยังที่เกิดเหตุ พร้อมนำกำลังนักประดาน้ำของตำรวจน้ำ จำนวน 8 ราย เข้ามางมหาชิ้นส่วน เพื่อหาชิ้นส่วนของวัตถุระเบิดบางส่วนที่ตกลงไปในน้ำ

           จากนั้นเวลา15.00 น. เจ้าหน้าตำรวจอีโอดี เริ่มลงหาชิ้นส่วนระเบิดที่คาดว่าจะหลงเหลืออยู่ หลังจากเริ่มสูบน้ำออกหมดแล้ว โดยทางเจ้าหน้าที่ได้ใช้ตะแกรงร่อนเศษดินออก และเครื่องตรวจโลหะ จำนวน 2 ตัว ลงไปบริเวณจุดที่ระเบิดตก รวมถึงใช้แม่เหล็กแรงสูง เพื่อหาวัตถุหรือโลหะ ที่อาจจะเป็นส่วนประกอบวัตถุระเบิด เบื้องต้นพบโลหะจำนวนหนึ่ง ซึ่งจะต้องนำไปตรวจสอบอีกครั้งว่า เป็นชิ้นส่วนระเบิดหรือไม่ หลังจากเมื่อวานนี้ พบเศษสะเก็ดลูกปลายจำนวนมาก และวัสดุคล้ายตัวหน่วยเวลา โดยเจ้าหน้าที่ต้องทำงานแข่งกับเวลา เนื่องจากเป็นช่วงที่น้ำทะเลจะหนุนอีกครั้ง

           และเมื่อเวลา 15.40 น. พล.ต.อ.จรัมพร สุระมณี ที่ปรึกษาผบ.ตร. และพล.ต.ต.เชาวลิต แสวงพืชน์ รอง ผบช.ก. ได้เดินทางมาติดตามการทำงานของเจ้าหน้าที่อย่างใกล้ชิด โดยมีการกันพื้นที่ ห้ามมิให้ผู้ไม่เกี่ยวข้องเข้าไปในพื้นที่ โดยพล.ต.อ.จรัมพร เปิดเผยว่า จากการตรวจค้นพบชิ้นส่วนเหล็กคล้ายท่อแป๊บ ความยาวประมาณ 7 นิ้วในบริเวณที่เกิดเหตุ แต่ยังไม่สามารถยืนยันได้ว่า ท่อแป๊บดังกล่าวเกี่ยวข้องกับระเบิดหรือไม่ นอกจากนี้ยังพบชิ้นส่วนเหล็ก พร้อมทั้งลูกปรายที่มีลักษณะคล้ายกับที่พบในพื้นที่ที่เกิดระเบิดเมื่อวานนี้ อย่างไรก็ตาม ต้องนำไปตรวจสอบอย่างละเอียด และคัดแยกอีกครั้งหนึ่ง โดยเจ้าหน้าที่ได้ระดมทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อหาชิ้นส่วน หรือหลักฐานให้มากที่สุด และสมบูรณ์ที่สุด เพื่อนำมาประกอบร่าง ว่าระเบิดที่ก่อเหตุเป็นชนิดใด และประกอบอย่างไร


ตร.ลงพื้นที่ถนนข้าวสาร-เรียกความเชื่อมั่นนักท่องเที่ยว

           ที่ถนนข้าวสาร แขวงบางลำพู เขตพระนคร กทม. เมื่อเวลา 18.00 น. วันที่ 19 สิงหาคม พล.ต.อ.เรืองศักดิ์ จริตเอก รอง ผบ.ตร.(ปป2) พล.ต.ต.ศุภพล อรุณสิทธิ์ ผบก.ทท. พล.ต.ต.ฉันทวิทย์ รามสูตร รองผบช.น. พ.ต.อ.ภาดล ประภานนท์ รองผบก.น.5 พ.ต.อ.รังสรรค์ ประดิษฐผล ผกก.สน.ชนะสงคราม พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจK-9พร้อมสุนัขตำรวจ เจ้าหน้าที่ตำรวจท่องเที่ยว เจ้าหน้าที่ตำรวจสันติบาล เจ้าหน้าที่ทหารพัน.ร.ศสร. และเจ้าหน้าที่เทศกิจเขตชนะสงคราม ออกตรวจพื้นที่เพื่อป้องกันเหตุรักษาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินให้แก่นักท่องเที่ยวและประชาชนทั่วไปที่บริเวณถนนข้าวสาร โดยมีการปล่อยแถวกำลังเจ้าหน้าที่กว่า 70 นาย เพื่อเรียกความเชื่อมั่นให้กับนักท่องเที่ยวบริเวณถนนข้าวสาร พร้อมแจกแผ่นพับประชาสัมพันธ์ให้กับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ

           พล.ต.อ.เรืองศักดิ์ กล่าวว่า การลงพื้นที่บริเวณถนนข้าวสารเป็นการบูรณาการร่วมกันระหว่างหน่วยงานต่างๆโดยมีบช.น.เป็นแกนหลักร่วมกับบก.ทท. สตม. บก.สปพ. เจ้าหน้าที่ทหาร และสำนักงานเขตพระนคร ลงเอ็กซเรย์พื้นที่ 1568 ตร.กม. เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ และให้ตำรวจสันติบาลและหน่วยงานความมั่นคงหาข่าวยึดหลักความปลอดภัยและใกล้ชิดกับนักท่องเที่ยว ซึ่งในส่วนของตำรวจท่องเที่ยวจะคอยให้บริการนักท่องเที่ยวและอำนวยความสะดวกรวมทั้งเปิดช่องทางการแจ้งเหตุทั้ง88 สน. รวมทั้งตำรวจ191 ให้ไปยังจุดเกิดเหตุโดยเร็วที่สุด จึงเกิดปฏิบัติการเอ็กซเรย์พื้นที่ให้ครอบคลุม 1-2 วันนี้ จะมีการนัดดีเดย์ครั้งใหญ่ ออกเป็นปฏิบัติการให้แต่ละสถานีตำรวจนครบาลจัดทำแผนที่จะเอ็กเรย์พื้นที่ทุกตารางนิ้ว ทั้งนี้หากประชาชนมีเบาะแสสามารถแจ้งได้ที่สายด่วน 191 หรือ สายด่วนของตำรวจท่องเที่ยว 1559
 

กทม.จัดทำบุญ5ศาสนา

           นางสาวปราณี สัตยประกอบ ผู้อำนวยการสำนักวัฒนธรรม กีฬา และการท่องเที่ยว กรุงเทพมหานคร(กทม.) เป็นประธานการประชุมเตรียมการจัดพิธีบำเพ็ญกุศลทางศาสนาให้แก่ผู้ประสบเหตุความรุนแรงเมื่อ 17 ส.ค. บริเวณสี่แยกราชประสงค์ ซึ่งกทม.ร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และผู้ประกอบการค้า กำหนดจัดพิธีบำเพ็ญกุศลทางศาสนา 5 ศาสนา ได้แก่ ศาสนาพุทธ คริสต์ อิสลาม ซิกข์ และฮินดู ในวันศุกร์ที่ 21 ส.ค.นี้ เวลา 07.00 น. ที่บริเวณสี่แยกราชประสงค์ เพื่ออุทิศส่วนกุศลให้แก่ผู้เสียชีวิตที่ประสบเหตุ นอกจากนี้ยังเป็นการสร้างความมั่นใจให้แก่นักท่องเที่ยวที่เดินทางมาท่องเที่ยวในกรุงเทพฯด้วย