
แกะรอยเส้นทางคนร้ายปาบึ้มราชประสงค์
แกะรอยเส้นทางคนร้ายปาบึ้มราชประสงค์ : ภัทรลดา ก้อนทองรายงาน
ยังคงทำงานอย่างหนักเพื่อไล่ล่าตัวชายเสื้อเหลืองผู้ต้องสงสัยที่ลอบวางระเบิดราชประสงค์ โดยตลอดหลายวันที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่ตำรวจยังคงระดมสรรพกำลังสืบสวนสอบสวนเพื่อแกะรอยเส้นทางของคนร้ายที่ลงมือก่อเหตุในทุกรูปแบบ
“วงจรปิด” ดูเหมือนจะเป็นความหวังสำคัญที่ตำรวจจะใช้เป็นหลักฐานในการติดตามตัวคนร้าย โดยหลังเกิดเหตุระเบิดบริเวณแยกราชประสงค์ ตำรวจชุดสืบสวนได้กระจายกำลังกันไล่ตรวจสอบกล้องวงจรปิดบริเวณแยกราชประสงค์และใกล้เคียงกว่า 50 ตัว กระทั่งพบพฤติการณ์ชายต้องสงสัยมีลักษณะคล้ายชาวต่างชาติสวมเสื้อเหลือง กางเกงขาสั้น สะพายเป้ เข้าไปภายในบริเวณศาลท้าวมหาพรหม ก่อนจะกลับออกไปโดยที่ไม่มีเป้ติดตัว
ภาพที่ปรากฏจากกล้องวงจรปิดที่ตรวจสอบพบภาพชายต้องสงสัยรายนี้ถูกนำมาปะติดปะต่อเหตุการณ์ ทำให้เจ้าหน้าที่มั่นใจว่า ชายเสื้อเหลืองคือผู้ต้องสงสัยก่อเหตุระเบิดอย่างแน่นอน
ทั้งนี้ ภาพชายผู้นี้มาจากกล้องวงจรปิดวันที่ 17 สิงหาคม บริเวณศาลท้าวมหาพรหมของโรงแรมแกรนด์ ไฮแอท เอราวัณ กรุงเทพฯ เวลา 18.36.52 น. กล้องทางเข้าโรงแรมแกรนด์ไฮแอท เอราวัณ กรุงเทพฯ พบรถสามล้อขณะกลับรถมาจอดบริเวณหน้าโรงแรมพบผู้ต้องสงสัยว่าเป็นคนร้ายลักษณะเป็นชายสวมเสื้อยืดสีเหลือง กางเกงขาสามส่วนสีน้ำเงิน รองเท้าสีดำ พื้นสีแดง สะพายกระเป๋าเป้ไว้ด้านหลัง
เวลา 18.37.12 น. กล้องทางเข้าโรงแรมแกรนด์ ไฮแอท เอราวัณ กรุงเทพฯ พบภาพรถสามล้อขณะกำลังจอดพร้อมกับที่คนร้ายลงจากรถ
เวลา 18.37.35 น. กล้องทางเข้าโรงแรมแกรนด์ ไฮแอท เอราวัณ กรุงเทพฯ พบภาพขณะรถสามล้อจอดคนร้ายหยิบกระเป๋าลงจากรถ
เวลา 18.37.51 น. กล้องทางเข้าโรงแรมแกรนด์ ไฮแอท เอราวัณ กรุงเทพฯ พบภาพขณะรถสามล้อขับออกจากจุดพร้อมกับที่คนร้ายเดินขึ้นไปทางศาลพระพรหม
เวลา 18.49.30 น. กล้องทางเข้าโรงแรมแกรนด์ ไฮแอท เอราวัณ กรุงเทพฯ พบภาพขณะคนร้ายเดินไปทางศาลพระพรหม
เวลา 18.49.37 น. กล้องทางเข้าโรงแรมแกรนด์ ไฮแอท เอราวัณ กรุงเทพฯ พบคนร้ายเดินผ่านไปทางศาลพระพรหม
เวลา 18.50.19 น. กล้องหน้าโรงแรมแกรนด์ ไฮแอท เอราวัณ กรุงเทพฯ (จุดใกล้ศาล) คนร้ายเดินผ่านไปทางศาลพระพรหม
เวลา 18.51.00 น. กล้องภายในศาลพระพรหม พบคนร้ายเดินเข้ามาภายในศาลพระพรหม
เวลา 18.51.05 น. กล้องภายในศาลพระพรหม พบคนร้ายเดินไปบริเวณเก้าอี้ม้านั่ง(ภายในศาลฝั่งริมรั้ว ด้านถนนเพลินจิต)
เวลา 18.51.55 น. กล้องภายในศาลพระพรหม พบคนร้ายนั่งลงบนม้านั่ง (ภายในศาลฝั่งริมรั้ว ด้านถนนเพลินจิต)
เวลา 18.52.00 น. กล้องภายในศาลพระพรหม พบคนร้ายปลดกระเป๋าเป้ที่สะพายไว้ที่หลังวางลงที่เก้าอี้ม้านั่ง (ภายในศาลฝั่งริมรั้ว ด้านถนนเพลินจิต)
เวลา 18.52.05 น. กล้องภายในศาลพระพรหม พบคนร้ายขณะยืนขึ้นจากเก้าอี้ม้านั่ง (ภายในศาลฝั่งริมรั้ว ด้านถนนเพลินจิต)
เวลา 18.52.16 น. กล้องภายในศาลพระพรหม พบคนร้ายขณะกำลังหยิบถุงพลาสติกขึ้นมา
เวลา 18.52.20 น. กล้องภายในศาลพระพรหม พบคนร้ายเดินออกมาจากเก้าอี้ม้านั่งจุดที่วางเป้สะพายเรียบร้อยแล้ว
เวลา 18.52.26 น. กล้องภายในศาลพระพรหม พบคนร้ายเดินออกศาล
เวลา 18.53.05 น. กล้องภายในโรงแรมแกรนด์ ไฮแอท เอราวัณ กรุงเทพฯ (จุดใกล้ศาลพระพรหม) พบคนร้ายขณะเดินผ่านกลับไปทางด้านซอยมหาดเล็กหลวง
เวลา 18.53.07 น. กล้องภายในโรงแรมแกรนด์ ไฮแอท เอราวัณ กรุงเทพฯ (จุดใกล้ศาลพระพรหม) พบคนร้ายขณะเดินผ่านกลับไปทางด้านซอยมหาดเล็กหลวง
เวลา 18.53.07 น. กล้องภายในโรงแรมแกรนด์ ไฮแอท เอราวัณ กรุงเทพฯ (จุดใกล้ศาลพระพรหม) พบคนร้ายขณะเดินผ่านไปทางบีทีเอส ราชดำริ
เวลา 18.53.47 น. กล้องภายในโรงแรมแกรนด์ ไฮแอท เอราวัณ กรุงเทพฯ (จุดใกล้ศาลพระพรหม) พบคนร้ายขณะเดินผ่านไปทางบีทีเอส ราชดำริ
เวลา 18.53.53 น. กล้องภายในโรงแรมแกรนด์ ไฮแอท เอราวัณ กรุงเทพฯ (จุดใกล้ศาลพระพรหม) พบคนร้ายขณะเดินผ่านไปทางบีทีเอส ราชดำริ
เวลา 18.53.57 น. กล้องภายในโรงแรมแกรนด์ ไฮแอท เอราวัณ กรุงเทพฯ (จุดใกล้ศาลพระพรหม) พบคนร้ายขณะเดินผ่านไปทางบีทีเอส ราชดำริ
เวลา 18.54.43 น. กล้องภายในโรงแรมแกรนด์ ไฮแอท เอราวัณ กรุงเทพฯ (จุดใกล้ศาลพระพรหม) พบคนร้ายขณะเดินผ่านไปทางบีทีเอส ราชดำริ
เวลา 18.55.18 น. กล้องบริเวณจุดทางเดินสกายวอล์ก จับภาพขณะเกิดเหตุระเบิด
เวลา 18.55.18 น. กล้องฝั่งถนนเพลินจิต จับภาพขณะเกิดเหตุระเบิด
เวลา 18.55.18 น. กล้องภายในศาลพระพรหม จับภาพขณะเกิดเหตุระเบิด
จากการประมวลหลักฐานภาพจากกล้องวงจรปิดดังกล่าวสามารถบ่งชี้พฤติกรรมการก่อเหตุของชายเสื้อเหลืองได้อย่างละเอียด ซึ่งทีมข่าว “คม ชัด ลึก” ลงพื้นที่เพื่อตรวจสอบหาตัวผู้ต้องสงสัยตามภาพจากกล้องวงจรปิด หลังจากข้อมูลของชุดสืบสวนคลี่คลายคดีวางระเบิดแยกราชประสงค์ได้ตรวจสอบเส้นทางหลบหนีของชายต้องสงสัยตั้งแต่นำเป้ไปวางในจุดที่เกิดเหตุ โดยหลังจากวางเป้ คนร้ายได้เดินเข้ามาที่ถนนราชดำริจนมาถึงปากซอยมหาดเล็กหลวง จากนั้นได้เรียกรถจักรยานยนต์รับจ้างเดินทางต่อมุ่งหน้าไปตามถนนราชดำริ ก่อนจะเลี้ยวซ้ายแยกศาลาแดงเข้าสวนลุมพินี และหายไปจากกล้องวงจรปิด
ทั้งนี้ทีมข่าวได้ลงพื้นที่ไล่ตรวจสอบเส้นทางของผู้ต้องสงสัยตามกล้องวงจรปิดอย่างละเอียด
จุดแรก บริเวณ “ปากซอย สีลมซอย 9” ซึ่งตามข่าวก่อนหน้านี้ระบุว่า ผู้ต้องสงสัยรายนี้นั่งรถจักรยานยนต์รับจ้างมาลงที่บริเวณดังกล่าวก่อนจะเข้าสอบถามนายสมพร เรืองศรี ผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์รับจ้าง ปากซอยสีลมซอย 9 ที่ระบุว่า บริเวณหน้าปากซอยดังกล่าวมีกล้องวงจรปิดอยู่ 4 ตัว ที่กรุงเทพมหานครได้มาติดตั้งไว้ แต่ไม่สามารถระบุได้ว่าใช้การได้หรือไม่ และซอยนี้มีชาวต่างชาติพักอาศัยอยู่จำนวนมาก โดยเดินผ่านเข้า-ออกซอยนี้อยู่เป็นประจำ ตนมีหน้าที่รับส่งผู้โดยสารที่เรียกใช้บริการบ่อยครั้ง จึงไม่ได้สังเกตผู้ต้องสงสัยรายนี้ และไม่เคยพบเห็นหน้ามาก่อน
จุดที่สอง ทีมข่าวได้ลงพื้นที่บริเวณ “ปากซอยมหาดเล็กหลวง 1” เพื่อสอบถามข้อเท็จจริงจาก “เกษม ปุกสุวรรณ” อายุ 45 ปี ผู้ขับขี่จักรยานยนต์รับจ้างที่รับผู้ต้องสงสัยจากบริเวณปากซอยมหาดเล็กหลวง 1 ไปยังลานจอดรถสวนลุมพินี ในวันเกิดเหตุระเบิดขึ้น แต่ทีมข่าวไม่พบเกษม เพราะอยู่ระหว่างให้ปากคำต่อตำรวจ โดยทีมข่าวพบเพียง “ไพฑูรย์ นามวงษา” เพื่อนร่วมวินรถจักรยานยนต์รับจ้าง ปากซอยมหาดเล็กหลวง 1
ไพฑูรย์ ให้ข้อมูลว่า ไม่เคยพบเจอกับผู้ต้องสงสัยรายนี้ แต่เกษม เคยขับรถรับส่งผู้ต้องสงสัยในวันเกิดเหตุจริง ซึ่งก่อนหน้านี้มีตำรวจเข้ามาสอบถามถึงผู้ต้องสงสัยรายนี้เช่นเดียวกัน กระทั่งได้ไปดูกล้องวงจรปิดของศูนย์การค้าแห่งหนึ่งย่านราชดำริด้วยกัน พบว่า กล้องสามารถบันทึกภาพขณะผู้ต้องสงสัยขณะเรียกรถจักรยานยนต์รับจ้างจากปากซอยมหาดเล็กหลวง 1 โดยมีเกษมเป็นผู้ขับขี่ไปส่งที่ลานจอดรถสวนลุมพินี
ทั้งนี้ระหว่างทางกล้องวงจรปิดสามารถบันทึกภาพขณะที่เกษมขับรถผ่านที่มีผู้ต้องสงสัยซ้อนท้ายในเวลา 18.57 น.วันที่ 17 สิงหาคมที่ผ่านมา ซึ่งระยะทางที่คนร้ายขึ้นรถรับจ้างมาจนถึงบริเวณลานจอดรถสวนลุมพินี มีระยะประมาณ 1 กิโลเมตรใช้เวลาเพียง 1 นาทีเท่านั้น
จุดที่สาม ทีมข่าวได้พบกับ “นิคม ปันตุลา” ผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์รับจ้างสาทร 10 เพื่อสอบถามถึงผู้ต้องสงสัยตามภาพวงจรปิด
นิคม เปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้เคยรับส่งผู้ต้องสงสัยรายนี้เป็นประจำ โดยจะชอบมาเรียกรถจักรยานยนต์รับจ้างในเวลา 05.30 น. เพื่อให้ไปส่งที่แยกอโศก และมีลักษณะท่าทางแบบรีบร้อน โดยจะใช้ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษในการสนทนา
“จากการสังเกตหลายครั้งพบว่า ผู้ต้องสงสัยรายนี้จะใส่เสื้อยืดคอกลม กางเกงขาสั้นประมาณเข่า รองเท้าผ้าใบหุ้มส้น และจะต้องมีผ้าพันแขนสีดำอยู่เสมอ และชอบสวมแว่นตาสีดำ ซึ่งหน้าตาลักษณะคล้ายกับชายผู้ต้องสงสัยตามภาพวงจรปิดที่ตำรวจนำมาให้ดูเมื่อวานนี้ จึงเชื่อว่าคนที่เคยรับส่งเป็นคนเดียวกับผู้ต้องสงสัยที่ตำรวจกำลังตามหา” นิคม กล่าว
จากพยานหลักฐานภาพวงจรปิดที่เจ้าหน้าที่นำมาปะติดปะต่อจนกลายเป็นหลักฐานชิ้นสำคัญที่ทำให้ศาลอาญากรุงเทพอนุมัติหมายจับชายต้องสงสัยคนดังกล่าว ในข้อหา “ร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน, พยายามฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน, ทำให้เกิดระเบิดจนเป็นเหตุให้บุคคลอื่นถึงแก่ความตายและมีผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัส และทรัพย์สินของผู้อื่นได้รับความเสียหาย, มีวัตถุระเบิดที่ออกใบอนุญาตไม่ได้ไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต, พาอาวุธปืน (วัตถุระเบิด) ไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร และทำให้เสียทรัพย์” แล้วเช่นกัน



